หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องที่ ส.ส.ฝ่ายค้านยื่นให้ตัดสินว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงเพราะครบเวลาแปดปีเมื่อใด ศาลมีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง
ความสนใจของผู้คนวันนี้จึงไม่ใช่แค่อยากรู้ว่าศาลจะพิพากษาออกมาอย่างไร วันสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งแปดปีเป็นวันไหนเท่านั้น
หลายคนอยากรู้ก่อนเลยว่า พล.อ.ประยุทธ์จะทำคำชี้แจงต่อศาลหรือไม่ ถ้าทำสาระจะเป็นอย่างไร
ระหว่างสามวันคือ 1.วันที่ 24 สิงหาคม 2565 เริ่มนับจากวันรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรก วันที่ 23 สิงหาคม 2557 2.วันที่ 6 เมษายน 2568 เริ่มนับจากวันที่รัฐธรรมนูญบังคับใช้ 6 เมษายน 2560 3.วันที่ 9 มิถุนายน 2570 เริ่มนับจากวันที่ 9 มิถุนายน 2562 หลังการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 วันไหนคือวันสิ้นสุดในมุมมองของ พล.อ.ประยุทธ์
คำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาย่อมมีผลต่อแนวทางการตัดสินของศาลไม่น้อยทีเดียว
แต่ประเด็นมีว่า ข้อกล่าวหาที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้รับคือดำรงตำแหน่งครบแปดปี สิ้นสุดวันที่ 23 สิงหาคม 2565
ก็ต่อเมื่อเจ้าตัวยืนยันกระต่ายขาเดียวมาตลอดว่า ขึ้นอยู่กับคำตัดสินของศาลจะชี้ออกมาว่าเป็นวันใด ยอมรับตามนั้น
เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องทำคำชี้แจงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้คนที่ต้องการรู้ความคิดของ พล.อ.ประยุทธ์อาจจะผิดหวังกันไป
แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์เลือกที่จะทำคำชี้แจง ผลลัพธ์ที่ตามมาก็มีแต่เสียกับเสีย มากกว่าได้
เพราะหากยอมรับตามข้อกล่าวหานั่นหมายถึงว่าต้องพ้นจากตำแหน่งในทันที เท่ากับตัดสิทธิตัวเอง จึงเป็นไปได้ยาก แต่หากปฏิเสธแสดงว่ายังมีความหวังที่จะอยู่ในอำนาจต่อไป 2 ปี ถึง 5 ปี ตามแนวทางที่สองและสาม ยิ่งทำให้แรงต่อต้านและเรียกร้องให้ลาออกก่อนคำตัดสินดังหนักหน่วงขึ้น
ทางเลือกโดยไม่ทำคำชี้แจงจึงปลอดภัยกว่า ให้ศาลเป็นผู้กำหนดชะตากรรมดีที่สุด
ที่น่าคิดก็คือกรณีนี้ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายมีความชัดเจน พล.อ.ประยุทธ์จะชี้แจงแต่ละประเด็นอย่างไร
โดยเฉพาะประเด็นข้อเท็จจริง ตำแหน่งที่ดำรงหลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 กับที่นั่งอยู่ในปัจจุบัน เรียกว่า นายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกันหรือไม่
อีกทั้งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งเกินแปดปีเพื่อป้องกันการติดยึดอำนาจ เกิดวิกฤตการเมือง เขียนไว้ตั้งแต่ฉบับ พ.ศ.2550 สืบต่อมาถึงฉบับ พ.ศ.2560
หาก พล.อ.ประยุทธ์เลือกทำคำชี้แจง เนื้อหาทั้งหมดจะเป็นเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่เฉพาะแสดงต่อศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ต้องเป็นเอกสารสาธารณะถูกเปิดเผย ออกมาในอนาคตอย่างแน่นอน
ที่เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นถกเถียงเพราะคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญไม่เขียนวันเริ่มต้นการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนับตั้งแต่เมื่อไหร่
การไม่ระบุวันเริ่มต้นนั่นหมายความว่า ไม่ว่าคุณจะเริ่มดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรกตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็เริ่มนับตั้งแต่บัดนั้น วันนั้น ปีนั้น
ไม่ว่าการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะได้มาด้วยวิธีใด ใช้กำลังยึดอำนาจโค่นล้มรัฐบาลเก่า หรือผ่านการเลือกตั้งก็ตาม ที่มาของอำนาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ที่สำคัญ บทเฉพาะกาล มาตรา 264 ระบุว่า ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ (2560) เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
ผูกมัด ชัดเจน แจ่มแจ๋ว ขนาดนี้ จะตีความเป็นอื่นไปได้อย่างไร นอกจากครบเวลาแปดปีแล้วตามแนวทางแรกนั่นเอง
ทั้งหลายทั้งปวง สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับ พล.อ.ประยุทธ์มาตามลำดับ ยืนยันสัจธรรมที่ว่า ในสนามรบคุณตายครั้งเดียว ในสนามการเมืองคุณตายหลายครั้ง
ตายหรือไม่ตายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเจ้าตัวจะเลือกหนทางไหน อาศัยคำพิพากษาของศาลเป็นหลังพิงเผชิญกับแรงกดดัน เสียงก่นสวด กับก้าวลงอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางเสียงชื่นชมยกย่อง
แต่ก็ไม่แน่นะครับ เซอร์ไพรส์อาจจะเกิดขึ้น ศาลตัดสินมีสิทธิอยู่ต่อ 2 ปี ถึง 5 ปี คนถูกตัดสินประกาศยอมรับคำตัดสิน แต่ฉันขอพอเพียงแค่นี้
ระหว่างเสียงปรบมือ กับก้อนอิฐ ขออยู่ใช้สิทธิต่อไปจนแผ่นดินจะรุ่งโรจน์ชัชวาล หรือลุกเป็นไฟ คอยดูกัน

