ภาพเก่าเล่าตำนาน : วันโน้น…เหมา เคย‘สั่งบุก’ไต้หวันมาแล้ว

ภาพเก่าเล่าตำนาน : วันโน้น…เหมา เคย‘สั่งบุก’ไต้หวันมาแล้ว

สุภาษิตจีนบทหนึ่ง…สอนว่า…“ความอดทน คือพลัง… ด้วยเวลาและความอดทน…ใบหม่อนจึงกลายเป็นชุดไหม…”

ปลายปี พ.ศ.2492 สงครามกลางเมืองจีนระหว่าง ก๊กมินตั๋ง (KMT) และพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) มาถึง “อวสาน”

หลายสิบปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่แผ่นดินจีนบอบช้ำแสนสาหัส สงครามที่ “ญี่ปุ่นมาบุก” และ “รบกันเอง” มีผู้เสียชีวิตจากความอดอยาก ตายในสงครามมากกว่า 40 ล้านคน

Advertisement

“คนจีน” รบกันเองหลายรอบ…เมื่อ “สงครามกลางเมือง” ใกล้ถึงฉากสุดท้าย …แผ่นดินใหญ่ส่วนใหญ่ตกอยู่ในอิทธิพลของ เหมา เจ๋อตุง ผู้นำฝ่ายคอมมิวนิสต์

1 ตุลาคม พ.ศ.2492 เหมา เจ๋อตุง “ชิงจังหวะ” ประกาศก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน (คนไทยเรียกว่า จีนแดง)

เจียง ไคเช็ค (ฝ่ายจีนคณะชาติ) หนีไปเซี่ยงไฮ้…หนีไปหนานจิง ยอมรับชะตากรรม…ปิดฉากสุดท้ายของชีวิตบนแผ่นดินจีน

Advertisement

ก่อนหน้านี้…ประชาชนทยอยหนีไปเกาะไต้หวันบ้างแล้ว

7 ธันวาคม พ.ศ.2492 เจียง ไคเช็ค บินหนีไปยังไต้หวัน

คาถาของเหมา เมื่อทำสงครามกองโจร…

เอ็งมา ข้ามุด เอ็งหยุด ข้าแหย่ เอ็งแย่ข้าตี เอ็งหนีข้าตาม

เมื่อเห็นว่า KMT กำลังหนีไปไต้หวัน…ข้าต้องตาม

มีปุจฉาเกิดขึ้นว่า… วันนั้น กองทัพของเหมาที่มีชัยชนะเด็ดขาด เคยข้ามทะเลตามไปบดขยี้ KMT หรือไม่?

คำตอบ คือ เหมา… เคยสั่งให้ทหารไปบุกไต้หวันมาแล้ว แต่ล้มเหลว ไม่พร้อม และสงครามเกาหลีมาขัดจังหวะ

ผู้เขียนขอเรียบเรียงข้อมูลจากหลายสำนักมาถ่ายทอดครับ…

(เพื่อความกระชับ…ขอเรียกกองทัพของเหมา เจ๋อตุง ว่า PLA และกองทัพของเจียง ไคเช็ค ว่า KMT)

เมื่อน้ำต้องแยกสาย ไผ่ต้องแยกกอ กองทัพของ KMT ที่ถอยไปไต้หวัน รู้ชะตากรรมตัวเองดีว่า เกาะนี้ คือ ที่มั่นสุดท้าย

กระตือรือร้น วางแผนจะ “รุกกลับขึ้นแผ่นดินใหญ่”

ข้อมูลทุกสำนักระบุว่า…กองทัพของ KMT นำอาวุธหนัก อากาศยาน หนีมาได้จำนวนมาก โดยเฉพาะอาวุธของสหรัฐที่ช่วยเหลือมาตลอด

มีกำลังทางบก ทางทะเล ทางอากาศ พอป้องกันตัวได้

KMT วางกำลังหนาแน่นบนเกาะจินเหมิน (Kinmen) ห่างฝั่งแผ่นดินจีนออกมาเพียง 6 กม.

เจียงสั่งการให้ เจียง ชิง-กัว ลูกชายของเขา วางแผนการโจมตีทางอากาศ ในมณฑลฝูเจี้ยน บนจีนแผ่นดินใหญ่

จีนแผ่นดินใหญ่โดยเหมาก็เตรียมการข้ามทะเลไปทำศึกกวาดล้าง KMT บนเกาะจินเหมิน

เหมาสั่งกองทหารของ PLA ไปยึดเมืองหนานจิงและเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกของจีนที่จะไปไต้หวัน

14 มิถุนายน พ.ศ.2492 เหมาเห็นชอบจะบุกไต้หวัน

เหมาจัดตั้งข่ายงานจารชนบนเกาะไต้หวัน สร้างเครือข่ายพลพรรค โน้มน้าวให้ทหารกลับใจ ให้ทรยศต่อเจียง ไคเช็ค

บุคคลที่ถือว่าเป็น “คนคุมข่ายงานจารกรรม” ชื่อ ไค เสี่ยวกัน (Cai Xiaogan) ผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนสงคราม ตั้งแต่สงคราม จีน-ญี่ปุ่น

เหมาแต่งตั้งไค ให้ดูแลแผนกการเมืองของกองทัพแดง เขาเก่งในการวางแผน ศึกษาภาษาญี่ปุ่นจนเชี่ยวชาญ เป็นเจ้าหน้าที่คนสำคัญในการโฆษณาชวนเชื่อ

ธันวาคม พ.ศ.2492 มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่สายลับภายใต้การควบคุมของเขามีราว 1,300 คน สามารถระดมกำลังจัดม็อบ จัดการประท้วงในโรงงาน เดินขบวนประท้วง และก่อการจลาจลในไต้หวันได้

ไคสรุปแผนงานว่าจะต้องโค่นระบอบการปกครองของเจียงก่อน “ฟันธง” ให้ PLA บุกไต้หวันในห้วงเดือนเมษายน พ.ศ.2493 เมื่อสภาพอากาศอำนวย

ในขณะที่สถานการณ์บนเกาะไต้หวันก็มิได้ราบรื่น ที่อพยพกันมานับล้าน ไม่รู้ใครเป็นใคร มีการกระด้างกระเดื่อง รู้หน้า-ไม่รู้ใจ

เครือข่ายสายลับของไค บนเกาะไต้หวัน ทำงานได้แบบทะลุทะลวง ล้วงความลับมาได้ไม่น้อย…

จารชนแบบเฟอะฟะ จอมโกหก เต้าข่าวก็มีไม่น้อย

ทหาร KMT ที่หนีมา รู้ดีว่าทหารของเหมาจะตามมาขยี้

25 ตุลาคม พ.ศ.2492 เหมาใจร้อน…สั่งทหาร PLA บุกไปที่เกาะจินเหมิน (Kinmen) ที่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ราว 6 กม. เกาะขนาด 132 ตร.กม. แห่งนี้ คือ หน้าด่าน ก่อนไปถึงเกาะไต้หวัน (ดูแผนที่)

ทหาร KMT ที่หนีไปอยู่บนเกาะ…วางทุ่นระเบิดในทะเลรอต้อนรับ PLA บริเวณชายหาดหลายพื้นที่

ทหารของเหมาที่มาทางเรือแบบไม่ค่อยพร้อม อากาศไม่เป็นใจ ถูกต้านทานจากบนฝั่งอย่างหนาแน่น ทหาร PLA ปรับแผนไปขึ้นที่ชายหาดกู่หนิงโถว (Guningtou) ที่ห่างออกไปราว 3 กม.

ทุ่นระเบิดในทะเลระเบิดขึ้น เป็นสัญญาณบอกถึงการบุกรุก… ทหาร KMT แห่กันไปยิงถล่ม PLA …

ทหาร KMT นำน้ำมันไปฉีดในทะเล แล้วจุดไฟเผา PLA ให้ตายหมู่เป็นร้อย… ย่างสดในทะเลเพลิง

ทหาร PLA ที่ไปบุกอีก 2 ชายหาด เจอชะตากรรมเดียวกัน

รบกัน 72 ชั่วโมงผ่านไป ศพทหารของ PLA เกลื่อนชายหาด ที่เหลือราว 1,300 นายถูกจับเป็นเชลย …

ต้องถือว่าวีรกรรมครั้งนี้…ถือว่า KMT “ยับยั้ง” การยกพลขึ้นบกได้สำเร็จแบบเด็ดขาด เพื่อมิให้รุกเข้าสู่เกาะไต้หวัน

ทหาร KMT ที่พ่ายแพ้มาตลอดจากแผ่นดินใหญ่ เกิดความฮึกเหิม มีขวัญ-กำลังใจ ขึ้นมาล้นหลามทั่วไปทั้งกองทัพ

หลังจากความล้มเหลวที่กู่หนิงโถว นายพล เย เฟ่ย (Ye Fei) ของ PLA ส่งจดหมาย ขอแสดงความรับผิดชอบอย่างเป็นทางการต่อเหมา เจ๋อตุง เพื่อขอให้ลงโทษตนเองสำหรับความล้มเหลว

นายพลเยยอมรับความล้มเหลว… จำนวนเรือระบายพลไม่เพียงพอ …ไม่มีการยิงคุ้มกันให้ทหารที่บุกขึ้นหาด (เป็นระยะทางไกล) และขาดผู้บังคับบัญชาในระลอกที่ 2

ถือว่าแผนการบุกไต้หวันครั้งแรก… “ล้มเหลว”

หากแต่ เหมาก็มิได้ตำหนิ หรือลงโทษ เพราะนายพลเย เป็นขุนพลคนโปรดของเหมา

ชัยชนะที่สมรภูมิ กู่หนิงโถว ได้หยุดยั้งการรุกเข้าสู่ไต้หวันอย่างมีประสิทธิภาพ เด็ดขาด

เรื่องนี้ถูกปกปิด… หากแต่ต่อมามีความพยายามที่จะบุกไต้หวันอีก แม่ทัพนายกองสั่งให้ถอดบทเรียนสาเหตุของความพ่ายแพ้

สรุปได้ว่า ทหาร PLA ขาดประสบการณ์การยกพลขึ้นบก ขาดยานยกพลขึ้นบก ไม่มีอาวุธยิงสนับสนุน

ที่เลวร้ายที่สุด คือ “ข่าวกรองขี้โม้” เรื่องจำนวนทหารของ KMT บนเกาะแห่งนี้ รวมถึงอาวุธของฝ่าย KMT ที่เหนือกว่ามาก

แม่ทัพฝ่าย PLA ได้รับข่าวกรองมาผิดจากสายลับที่ห่วยแตก ประมาณการว่าจะ “รบเบ็ดเสร็จ” ใน 1 วัน จึงไม่ได้นำกระสุน เสบียง อาหาร และน้ำมาอย่างเพียงพอ…ในระลอกที่ 1 ที่จะขึ้นบก

ทหารระลอกที่ 2 ที่ตามมาในทะเล ก็มาสูญเสีย ตายคาชายหาดมหาศาล

อีก 1 เหตุปัจจัย…ที่เหมาต้องชะงักต่อการบุกไต้หวัน

วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2493 ทหารเกาหลีเหนือนับแสนคนบุกข้ามเส้นขนานที่ 38 แบบสายฟ้าแลบ เป้าหมายคือ เข้ายึดครองเกาหลีใต้ กรุงโซลแหลก-เละ แทบเป็นกองขี้เถ้า

ทหารเกาหลีใต้พลีชีพ ศพเกลื่อนแผ่นดิน ประชาชนนับล้านหนีตายลงทิศใต้ของประเทศ

ตุลาคม พ.ศ.2493 เหมาสั่งทหาร PLA นับล้านคน เข้ามาช่วยบุกเกาหลีใต้ ส่วนอาวุธหลักมาจากสหภาพโซเวียต

…ไม่น่าเชื่อ…จีนกระโจนเข้ามาช่วย “โสมแดง” แบบเต็มพิกัด…

ทหารเกาหลีเหนือ+ทหาร PLA นับแสน รบด้วยวิธีรุกแบบโคตรโหด สังหารประชาชน ยิงทำลายบ้านเมือง …

ทหารและประชาชนฝ่ายเกาหลีใต้ โงหัวไม่ขึ้น หมดหนทางต้านทาน… เสียพื้นที่ให้เกาหลีเหนือ

สหประชาชาติ (UN) เรียกประชุมฉุกเฉิน มีมติให้ส่งกำลังทหารเข้าช่วยเกาหลีใต้ ภายใต้การบังคับบัญชาของสหรัฐ

ประธานาธิบดีสหรัฐ แฮร์รี ทรูแมน ตัดสินใจอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยรัฐบาล ประชาชนหลายสิบล้านของเกาหลีใต้

(รัฐบาลไทยเสนอการจัดกำลังทหารเข้าร่วมรบเป็นชาติที่ 2)

อเมริกาที่เพิ่งชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2488 ยังมีกำลังทหาร อาวุธในญี่ปุ่น และมหาสมุทรแปซิฟิก

สังคมอเมริกัน ที่สูญเสียลูกหลานไปนับแสนคนในสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังไม่ฟื้นตัวดี รังเกียจ ไม่เห็นด้วยที่จะต้องไปสูญเสียอีก

เกาหลีใต้ ตัวคนเดียว…กำลังจะหายไปจากแผนที่โลก

วอชิงตันสั่งให้ “กองเรือที่ 7” ของสหรัฐ ที่ประจำการในเกาะฮาวาย เคลื่อนกำลังรบเข้าในน่านน้ำเพื่อเข้าช่วยเกาหลีใต้ และยังต้องป้องกันการรุกรานของจีนในช่องแคบไต้หวันที่อาจเกิดขึ้นได้

กองเรือที่ 7 อันเกรียงไกรของมหาอำนาจอเมริกา กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ “ยับยั้ง” มิให้ PLA ข้ามทะเลมาบุกไต้หวัน

(กองเรือที่ 7 ของสหรัฐ มิใช่ทหารเรือโดดๆ …มีทั้งเรือรบ อากาศยาน นาวิกโยธิน)

ในเวลานั้น…กองทัพ PLA ของเหมา มีกำลังทหารนับล้านคนแต่ขาดแคลนอาวุธ

ที่สำคัญคือจีน ขาดแคลนเรือรบ อากาศยาน

และเมื่อหันไปสนับสนุนเกาหลีเหนือบุกเกาหลีใต้…ทหารจีนนับล้านคนที่เตรียมบุกไต้หวัน ถูกเปลี่ยนไปในภารกิจบุกเกาหลีใต้

กองทัพ PLA เข้าช่วยเกาหลีเหนือ ทำการรบแบบที่อเมริกาและชาติทั้งหลายยกย่อง คือ ใช้ยุทธวิธี “คลื่นมนุษย์” (Human Wave) ทหารจีนมืดฟ้ามัวดิน วิ่งเข้าหาข้าศึกแบบพลีชีพ วิ่งฝ่าห่ากระสุนในทุกการปะทะ กลางวัน กลางคืน

ทหารอเมริกันยกย่องทหารจีนว่า…นี่คือทหารที่โลกต้องจำ

สงครามเกาหลี เป็นต่อสู้อันหนาวเหน็บของทหารจีนกับกองกำลังสหประชาชาติรวม 21 ประเทศที่นำโดยสหรัฐ
สงครามเกาหลียาวนานราว 3 ปี (พ.ศ.2493-2496)

เหมา และฝ่ายเสนาธิการไตร่ตรองแล้ว… กองทัพ PLA สูญเสียทหารไปนับล้านคน อาวุธกระสุนแทบไม่พอป้องกันตนเอง

มาคิดให้รอบคอบ…กองทัพเรือที่ 7 ของสหรัฐ มี 2 กำปั้นเหล็ก พอที่จะเข้าทำสงครามในเกาหลีและสามารถหยุดยั้งการรุกของ PLA ได้…หากข้ามช่องแคบไปบุกไต้หวัน

เรียกง่ายๆ ว่า …ถูกขัดจังหวะการบุกไต้หวัน

23 สิงหาคม พ.ศ.2501 จีนยังพยายามบุกไต้หวัน ครั้งที่ 2 เรือรบจีนพุ่งเข้าล้อมหมู่เกาะจินเหมิน (Kinmen) และหมู่เกาะมัตสึต ในช่องแคบไต้หวัน เกิดการสู้รบทางเรือรอบเกาะตงติง อเมริกาขยับกำลังทางเรือเข้าไป ถึงขนาดวอชิงตันเตรียมใช้นิวเคลียร์

จีนใช้อาวุธจากรัสเซียเป็นหลัก รบกันทางอากาศ ทางน้ำ นานราว 3 เดือนเศษ …ไต้หวันได้รับอาวุธทั้งหมดจากอเมริกา… ฝ่ายจีนล่าถอยกลับไป

วันเวลาผันผ่าน…มี เกิด แก่ เจ็บ ตาย แผ่นดินจีนภายใต้การปกครองของเหมา ที่ใช้ระบอบคอมมิวนิสต์ ทำเอาประชาชนจีนอดอยาก แร้นแค้น ทหารสังหารประชาชนผู้ไม่เห็นด้วยมหาศาล

พญามังกรในเวลานั้น อ่อนล้า ไม่แข็งแกร่งพอที่จะบุกไต้หวัน หากจะต้องเจอการต้านทานจากอเมริกาและพันธมิตร

ผ่านมาแล้ว 72 ปี …จากรุ่นสู่รุ่น…

ผู้นำของจีน ผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกันมาปกครองแผ่นดิน มีนโยบายแตกต่างกัน แต่ความเร่งด่วน คือ การสร้างแผ่นดินจีนให้มีเอกภาพ เปลี่ยนจาก “คนป่วยแห่งเอเชีย” ให้ลุกขึ้นมาจากเตียง กล้าแกร่ง แข็งแรง มีกิน มีใช้

ในเวลาไม่นานนัก …จีน มายืนแถวหน้าของโลกได้กลายเป็น “คู่แข่งอเมริกา” บ้านเมืองเจริญพุ่งเป็นจรวด ร่ำรวยจากการค้า คิดสร้างทางรถไฟ ทางเดินเรือเชื่อมโลก (Belt Road Initiative : BRI) แบบที่ประเทศตะวันตกอิจฉา ตาร้อนผ่าว

ไต้หวัน ช่วงแรกที่อพยพมา เจียง ไคเช็ค ก็โหดใช่ย่อย ต่อมาเปลี่ยนผ่านสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ล้มลุกคลุกคลานไม่นาน ได้ผู้นำเก่ง ประชาชนขยัน ราว 50 ปี ฟื้นขึ้นมา ร่ำรวย ผงาดเป็น เจ้าแห่งเทคโนโลยีของโลก ที่อเมริกาปกป้องมาตลอด

อันที่จริง…คนจีนบนแผ่นดินใหญ่กับคนจีนบนเกาะไต้หวัน เค้าก็มิได้เกลียด จ้องจะฆ่าจะแกงกัน

ไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่ ค้าขาย พึ่งพากัน

ผู้เขียนมองโลกในมุมบวก…ยังไงก็ “คนจีนด้วยกัน”…

“ผู้นำของจีน” ทั้งแผ่นดินใหญ่และไต้หวัน… “ฉลาดล้ำ” ที่จะไม่นำพาประชาชนไปสู่สงคราม-ความหายนะ…แน่นอน

พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

ข้อมูลบางส่วนจาก The Question: Why Didn’t Mao Invade Taiwan? https://nationalinterest.org

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image