เมื่อ นางฮิลลารี คลินตัน โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเวลาราว 14.30 น. ของวันที่ 9 พฤศจิกายน ตามเวลาประเทศไทย
ก็เป็นอันสรุปได้ว่านายทรัมป์ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่
ไม่แต่เท่านั้นพรรครีพับลิกันต้นสังกัด ยังครอบครองเสียงข้างมาก ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาอีกด้วย
สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีประเมินว่าพรรครีพับลิกันจะได้เก้าอี้ 235 ที่นั่ง ในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ขณะที่พรรคเดโมแครตจะได้ไป 200 ที่นั่ง
ขณะที่เอพีประเมินว่าพรรครีพับลิกันจะได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเหนือพรรคเดโมแครตอยู่ที่ 224 ต่อ 166 ส่วนการ์เดียนให้ 223 ต่อ 160
อันจะทำให้นายทรัมป์สามารถผลักดันนโยบายและออกกฎหมายต่างๆ ตามที่ต้องการได้ง่ายขึ้น
ขณะที่ในวุฒิสภานั้น เดอะการ์เดียนประเมินว่าพรรครีพับลิกันจะครองเสียงข้างมากที่ 49 ต่อ 47 เสียง
ส่อเค้าว่าประธานาธิบดีคนใหม่ที่มีบุคลิก “สุดขั้ว” อยู่แล้ว
จะยิ่งมีอำนาจเต็มมือมากขึ้น

ในฐานะผู้นำของประเทศมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลก
การกำหนดนโยบายและทิศทางของสหรัฐอเมริกา ส่งผลกับประเทศที่เหลือในโลกไม่มากก็น้อย
ในจำนวนนี้รวมถึงประเทศไทยด้วย
9 พฤศจิกายน ก่อนผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐจะประกาศเป็นทางการ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้
แต่คงพูดไม่ได้ว่าจะส่งผลกระทบอะไร หากใครได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่
ประเทศไทยเป็นมิตรกับสหรัฐมา 183 ปี ดังนั้น ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ประเทศไทยก็จะเดินตามนโยบายเดิม
คือนโยบายการต่างประเทศที่สมดุล
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เกาะติดผลการเลือกตั้งของสหรัฐโดยวอร์รูมของกระทรวงการคลัง ที่ตั้งขึ้นตามคำสั่งของนายกฯ เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา
เพราะหลายเหตุการณ์นักเศรษฐศาสตร์ประเมินผิดมาตลอดทั้งเบร็กซิท สถานการณ์น้ำมัน คราวนี้คือการเลือกตั้งสหรัฐ
นายวโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล รองผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า ผลการนับคะแนนล่าสุดนายโดนัลด์ ทรัมป์ มีคะแนนนำ นางฮิลลารี คลินตัน
ส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับลดลง ตลาดการเงินเริ่มผันผวน เพราะเริ่มย้ายไปลงทุนในทรัพย์สินที่มั่นคงกว่า อาทิ ทองคำ
เนื่องจากนักลงทุนมองว่านโยบายของนายทรัมป์ยังมีความไม่ชัดเจนในหลายประเด็น ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่น
เพราะไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สั่งการให้สำนักงานส่งเสริมการค้า (ทูตพาณิชย์) ในสหรัฐอเมริกา ติดตามสถานการณ์หลังการเลือกตั้งและได้ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่
และวิเคราะห์นโยบายจากที่ได้หาเสียงไว้นั้น จะมีผลกระทบทางตรงและทางอ้อมอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะนโยบายกับคู่ค้าสำคัญของไทยอย่างจีนและอาเซียน
“เบื้องต้นระยะสั้น เชื่อว่าผลเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นนายทรัมป์หรือนางคลินตัน จะไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกในช่วงปลายปี
และสหรัฐยังเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญมีโอกาสเติบโตได้ 1-2% ในปีนี้ แต่ในระยะยาวอาจต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะการนำมาตรการกีดกันทางการค้ามาใช้มากขึ้นหลังการเลือกตั้งครั้งนี้”
เดอะ ดิโพลแมต เว็บไซต์วิเคราะห์นโยบายต่างประเทศชื่อดังของสหรัฐ ระบุว่า
นายทรัมป์ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะลดกำลังทหารของสหรัฐในภูมิภาคเอเชียลง
ตามแนวทางที่จะสร้างสมความเข้มแข็ง แต่เน้นการประจำกำลังในประเทศ
เพื่อตัดลดงบประมาณ และให้ประเทศพันธมิตรอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพิ่มความรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น
ประธานาธิบดีใหม่ นโยบายใหม่ สถานการณ์ใหม่
ฉากใหม่ที่ไทยต้องตั้งรับ

