สงครามคือความทุกข์ร้อน ความจดจ่ออยู่กับการครอบครองเป็นเหตุแห่งความทุกข์ร้อน อะไรจะกลบดับไฟสงครามได้หากเหตุมิได้สงบไป
สงครามโลกที่ชาวโลกเคยประสบล้วนมีจุดกำเนิดในยุโรปและเป็นผลสืบเนื่องในยุคสมัยแห่งการล่าอาณานิคมที่ชาวยุโรปใช้อาวุธยุทโธปกรณ์คุกคามชาติต่างๆ และต่อมาก็แย่งชิงความเป็นใหญ่กันเอง
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดแล้วชาติผู้ชนะสงครามได้สร้างระเบียบโลกใหม่ มีการฟื้นฟูซากปรักหักพังทว่ายังทิ้งความครุกรุ่นไว้ในหลายดินแดนที่ชาติล่าอาณานิคมเคยเข้าไปยึดครอง
การสู้รบในระดับประเทศและภูมิภาคต่างๆ ยังปรากฏอยู่เป็นระยะๆ หลักใหญ่เป็นความตึงเครียดในยุคสงครามเย็นระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างเคยกำชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2
ภายหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายความตึงเครียดของสงครามเย็นและการสู้รบขนาดใหญ่เว้นหายไป สงครามการค้าเข้ามารุ่งเรืองแทนที่สนามรบ นักวิชาการผู้สันทัดเชื่อว่าโลกได้เข้าสู่ยุคแห่งสันติภาพอย่างแท้จริงแล้ว ระบบทุนนิยมโลกมีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้คนท้องอิ่มและคิดถึงเพียงเรื่องของการค้าและการลงทุนซึ่งควรจะสร้างผลประโยชน์ร่วมกันมากกว่าความขัดแย้งกัน

สันติภาพในมโหสถชาดก
พระโพธิสัตว์สงบศึกสงครามด้วยปัญญา
ทว่านี่เป็นเพียงการประเมินที่เชื่อมั่นในพลานุภาพของโลกธุรกิจเท่านั้น
เหตุแห่งสงครามยังคงดำรงอยู่ สันติภาพเป็นเพียงปรากฏการณ์พื้นผิวที่ยังมีการสะสมเหตุแห่งสงครามอยู่ โลกสมัยใหม่จึงเว้นจากสงครามขนาดใหญ่โตในช่วงระยะหนึ่งเท่านั้น
หลังจากระบบโซเวียตรัสเซียล่มสลายก็ยังมีสงครามอ่าวเปอร์เซีย สงครามเกาะฟอล์กแลนด์การสู้รบในบอสเนีย คอซอวอ อัฟกานิสถานอิรัก ซีเรีย ตุรกี และเลบานอน ความลำบากของรัสเซียได้เพิ่มช่องโอกาสให้ชาติตะวันตกเข้ารุกปริมณฑลของรัสเซียจนเกิดความบาดหมางซึ่งกันและกัน
รัสเซียตัดสินใจผนวกไครเมียและก่อสงครามในยูเครน ความไม่ไว้ใจแนวทางของรัสเซียและศักยภาพของจีนกำลังสร้างความครุกรุ่นอย่างสูงในยุโรปและเอเชียตะวันออก
ความต้องการให้โลกอยู่ด้วยความสงบกำลังหดหายไป ยุคแห่งสงครามกำลังเกิดขึ้น
ทำไมมนุษย์ซึ่งรับรู้ความสูญเสียจากสงครามจึงกลับมีส่วนผลักดันให้เกิดสงครามและมีการแย่งชิงอำนาจด้วยความรุนแรง
พระพุทธศาสนามีคำตอบและคำตอบดังกล่าวก็ลึกไปกว่าเหตุผลของการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ความขาดแคลนทรัพยากรและความโหดร้ายอันเนื่องมาจากปัจจัยทางวัฒนธรรม
แนวทางวัตถุนิยมในปัจจุบันมองการเกิดขึ้นของสงครามตามสถานะในโครงสร้างอำนาจ โลกจะสงบถ้าโลกไม่มีประเทศใดเลยที่มีอำนาจหรือมีเพียงประเทศเดียวที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ
นั่นคือถ้าอำนาจมีหลายขั้วการต่อสู้เอาชนะจะเป็นสภาพธรรมชาติ การเจรจาและการศึกจะเป็นองค์ประกอบปกติของสงคราม ผู้ที่ดำเนินกลยุทธ์อย่างเหมาะสมสามารถได้รับชัยชนะ ผู้ที่ยอมจำนนทั้งที่มีศักยภาพสู้รบย่อมไม่มีโอกาสชนะ
อย่างไรก็ตาม การแบ่งผลประโยชน์ระหว่างกันอย่างเหมาะสมกับอำนาจพื้นฐานจะช่วยให้ปฏิกิริยาระหว่างกันไม่เลยเถิดและค่อยๆ เรียนรู้ที่จะเจรจาให้เกิดการแบ่งผลประโยชน์กันอย่างลงตัว
พระพุทธศาสนามองสงครามมาจากธรรมชาติของชาวโลกที่จิตของผู้กระทำสงครามยังจดจ่ออยู่กับความอยากและความหวงแหน สิ่งที่อยากได้หรือหวงแหนนั้นขัดต่อกันเพราะความไม่รู้จักพอ
ทว่ามนุษย์ก็สามารถระงับสงครามจนถึงเหตุแห่งสงครามได้ เมื่อเกิดการหลีกเลี่ยงการสู้รบจนผ่านความครุกรุ่นไปได้สันติภาพจะสามารถหวนกลับมา ถ้าสงครามยืนอยู่นานมนุษย์อาจต้องอยู่กับสงครามตามยถากรรมแม้มีความสามารถที่จะบรรเทาและระงับมันได้
จิตของมนุษย์ที่ยังจดจ่ออยู่กับการแก่งแย่งและการสนองความคาดหวังสูงของตนทำให้การเจรจามักเป็นเพียงฉากหน้าที่ซ่อนความรุนแรงและความหวังในชัยชนะไว้
ปัจจัยของความรุนแรงที่นำไปสู่สงครามและการสู้รบของมนุษย์มีปรากฏในมหานิทานสูตร
พระพุทธองค์ตรัสถึงปัจจัยของตัณหาจนถึงการกระทำทางกายของปุถุชน การทำงานของจิตส่วนลึกนำไปสู่การทำงานของจิตสำนึกและการใช้ความรุนแรงทางกาย
กล่าวคือตัณหาเป็นปัจจัยให้เกิดการแสวงหา เมื่อได้รับสิ่งที่แสวงหาจิตก็จะแยกแยะความพอใจและความไม่พอใจ เกิดความหมกมุ่น เกิดการครอบครอง เกิดความตระหนี่ เกิดความหวงแหน
เมื่อได้รับส่งที่ตนแสวงหาและหวงแหนแล้วกลับเกิดการเฝ้าปกป้องสิ่งนั้น กลับมีการจัดหาศัสตราวุธและสะสมมันไว้เพื่อใช้ในการปกป้องเกิดการทะเลาะ การแก่งแย่งและการวิวาทเกิดการมุสาวาทจนเกิดการกระทำบาปอกุศลกรรม
ประเทศหรือผู้นำประเทศคงเป็นเช่นนี้ เสียงสนับสนุนของประชาชนในประเทศก็คงเป็นเช่นนี้ตามไปด้วย
ตัณหาเป็นกิเลสอันตรายที่อำพรางไว้ในจิตและเมื่ออุปาทานที่เกาะแน่นไว้พลุ่งพล่านก็จะเปิดเผยอาการที่ต้องการประทุษร้ายชีวิตอย่างไม่เกรงกลัวต่อบาป
การแผ่อำนาจอาจมาจากความยินดีของผู้ปกครองแต่ในขณะเดียวกันก็อาจมาจากความพยายามขยายอำนาจออกไปด้วยตัณหาอุปาทาน
เมื่อเป็นผู้นำทางการปกครองระดับหนึ่งก็อยากเป็นผู้มีอำนาจที่ยิ่งใหญ่ เมื่อเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของบ้านเมืองก็อยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับระหว่างประเทศเหนือผู้นำของประเทศอื่นๆ
เมื่อมีอำนาจก็อยากมีอำนาจมากขึ้น เมื่อถูกขัดใจในอำนาจก็ยิ่งอยากได้อำนาจมากขึ้นไปอีก
ผู้นำประเทศมหาอำนาจมักอยากให้ประเทศของตนเป็นอภิมหาอำนาจหนึ่งเดียว ถ้าร่นเวลาให้เร็วขึ้นได้ก็อยากครอบครองให้มากที่สุดหรือไม่ก็หวงแหนฐานะอำนาจอย่างไม่จบสิ้นเช่นกัน
ในทางพระพุทธศาสนาสงครามที่เป็นธรรม (Just war) จึงไม่มี สงครามอาจมีเหตุทางโลกให้บังเกิดขึ้น แต่ผู้ที่เจริญแล้วไม่พึงฝักใฝ่ในอกุศลกรรม พระพุทธองค์สอนไม่ให้ตอบโต้การประทุษร้ายด้วยการประทุษร้าย
พระพุทธศาสนายอมรับความเป็นจริงทางโลกที่การปกป้องมาตุภูมิจากผู้รุกรานเป็นสิ่งที่ปุถุชนรู้สึกจำเป็น บาปที่เกิดขึ้นมิได้มาจากจิตอกุศลล้วนๆ บาปเกิดขึ้นพร้อมบุญที่ต้องการปกป้องผู้ที่ควรได้รับการปกป้อง
ทหารและผู้ปกป้องประเทศที่ถูกรุกรานทำร้ายจึงมีบาปจากการตัดชีวิตและบุญจากการให้ความปลอดภัยแก่มาตุภูมิ
แต่สำหรับอริยชนหรือสัปบุรุษการอยู่ในศีลซึ่งเว้นจากการเข่นฆ่าย่อมจำเป็นที่สุด
ในยามที่เกิดความขัดแย้งชาวพุทธจะไม่เข้าไปเติมปัจจัยแห่งความขัดแย้งและจะพยายามจัดการกับความขัดแย้งด้วยความอดทนและความตั้งใจดี การหาผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็นที่ยอมรับเป็นทางออกหนึ่งที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้จะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อมีถ้าผู้ไกล่เกลี่ยที่เชื่อถือได้และคู่ขัดแย้งต้องการแสวงหาทางออกอันสันติจริง
การเจรจาประนีประนอมที่มีคนกลางจึงมีประโยชน์ในระดับหนึ่งหรือในช่วงเวลาหนึ่งแต่ย่อมฝืนใจคู่ขัดแย้งไม่ได้
การสร้างสันติภาพต้องอาศัยการตระหนักถึงโทษของสงครามและความเป็นไปได้ที่จะหาทางออกที่พอจะยอมรับกันได้
สำหรับชาวพุทธการแก้ไขความรุนแรงในระดับของจิตใจต้องอาศัยความเข้าใจกิเลสทั้งของตนเองและของพาลปุถุชนแล้วจัดการความขัดแย้งด้วยปัญญา
แนวทางนี้ง่ายสำหรับอริยชนแต่ยากสำหรับปุถุชนที่เข้าไม่ถึงปัญญา การพัฒนาความสำนึกมีโอกาสน้อยสำหรับผู้ที่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรง อุเบกขาและปัญญานั้นหาได้ยากในพาลปุถุชนผู้มีอำนาจ ยิ่งผู้ที่คาดหวังว่าจะประสบชัยชนะยิ่งยากอย่างยิ่ง
ผู้ก่อสงครามย่อมขาดอุเบกขาและปัญญามาตั้งแต่ต้น ผู้ถูกกระทำย่อมถูกกระตุ้นให้ใช้อคติความริษยา ความกลัวและความโกรธในการแก้ไขปัญหา การเจรจาสันติภาพซึ่งมีเป็นปกติท่ามกลางสงครามมักกลายเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ว่าตนก็ต้องการสันติภาพเหนือการวิวาทห้ำหั่นกัน
สงครามนั้นมาจากใจและการประเมินปฏิกิริยาทางใจของฝ่ายตรงข้าม ความด้อยพัฒนาทางธรรมเป็นสาเหตุเบื้องต้นที่ทำให้ผู้นำผลักดันประเทศเข้าสู่การแก่งแย่งแทนการเอื้อเฟื้อและปรารถนาดีต่อกัน
ในพระพุทธศาสนาการสร้างความเจริญทางธรรมที่ต้องมีปัญญาร่วมด้วยมีปรากฏในวัฑฒิสูตร วัฑฒิสูตรนี้มีประโยชน์มากในการกระตุ้นให้ประเทศที่เจริญทางวัตถุแล้วหันมาเจริญในทางธรรม ไม่จดจ่อในเนื้อหาของการขยายอำนาจหากแต่สนใจการสร้างสันติภาพและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แทน
วัฑฒิธรรม 5 ประการได้แก่ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา
ศรัทธาในสันติภาพเป็นจุดตั้งต้นที่สำคัญและสร้างได้เร็ว การเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพโดยไม่ลำเอียงต่อฝักฝ่ายจึงควรได้รับการสนับสนุน
ผู้นำที่คิดการใหญ่ในการครอบครองอาณาเขตแห่งอำนาจย่อมต้องได้รับการกระตุ้นให้ศรัทธาในสันติภาพ ถ้ายิ่งมีความศรัทธาในศีล สุตะ จาคะ และปัญญาก็จะยิ่งช่วยลดความเสียหายที่มีต่อชีวิตของมนุษย์ด้วยกันมากยิ่งขึ้น
ผู้นำควรผลักดันให้ประเทศชาติของตนซึ่งอุดมในอำนาจอยู่แล้วเข้าใจความต้องการของชาติอื่นและพัฒนาสังคมให้มีความงอกเงยในทางธรรม ควรใช้ปัญญาหลีกเลี่ยงความรุนแรงและไม่ทำให้ประเทศอื่นเกิดการประหัตประหารกัน
สงครามสมัยใหม่ที่กำลังมาเยือนจะสร้างความสูญเสียมากมายภายในระยะเวลาอันสั้น
ชาวโลกจึงควรเร่งสรรเสริญสันติภาพ แม้ท้ายสุดจะไม่สามารถหยุดยั้งการก่อสงครามของผู้ที่มีอำนาจก็ตาม
ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์

