หน้าแรก คอลัมนิสต์ อนิจจัง การเม...

อนิจจัง การเมือง เลือกตั้ง ปธน.มะกัน เลือกตั้ง ปี 2560

11.11.16 | 13:30 น.

ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเรื่องการแก้ไขปัญหาราคาข้าว ปัญหาของชาวนา มากด้วยความระมัดระวังอย่างเป็นพิเศษ

โดยเฉพาะเมื่อระบุว่า จะต้องใช้เวลา 5 ปี

เพียง 1 วันหลังการกล่าวโดยเน้นไปในเรื่องระยะเวลาในการแก้ไข 5 ปี จึงจะสามารถเห็นและประเมินผลได้

ก็ออกมา “ชี้แจง”

“การจะให้ชาวนามีรายได้ดีขึ้นใน 5 ปี ไม่ได้หมายความว่าผมจะอยู่ทำให้ ผมหมายถึงการวางแผนให้ในระยะยาวซึ่งน่าจะดีขึ้นภายใน 5 ปี”

Advertisement

เหมือนกับเป็นเรื่องธรรมดา

เพราะว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่เคยพูดว่าจะอยู่ในตำแหน่งอีกกี่ปี เพียงแต่ยืนยันว่าจะทำตาม “โรดแมป” ที่วางเอาไว้

นั่นก็คือ จัดให้มีการเลือกตั้งประมาณปลายปี 2560

“ผมเข้าใจระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ว่าจะไปบังคับใครเขาได้ เป็นเรื่องของประชาชนที่จะเลือกรัฐบาล ซึ่งแต่ละรัฐบาลก็มีกรอบการทำงาน”

“การ์ด” ตั้งมั่น เปี่ยมด้วย “ความสุขุม”

 

ความจริง ไม่เพียงแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้น หากแม้กระทั่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็มากด้วยความระมัดระวัง

ระวังในเรื่อง “อำนาจ”

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถึงกับยืนยันไม่ต่ำกว่า 3 ครั้งติดต่อกันว่า ไม่ได้ต้องการตำแหน่ง ไม่ได้ต้องการอำนาจในทางการเมือง

ที่มาก็เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอร้อง

ทั้งยังระบุด้วยว่า เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นตาม “โรดแมป” ที่กำหนดก็จะกลับบ้าน ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกต่อไปแล้ว

เพราะเป็น “ทหาร” ไม่ใช่ “นักการเมือง”

คำพูดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เช่นนี้มาจากประสบการณ์และความรอบรู้ในทางการเมืองโดยแท้

มิได้เป็นการเล่นลิ้น แสดงโวหาร

มิได้มีอะไรบ่งบอกว่าเป็นการพูดในแบบ “เอาเชิง” นั่นก็คือ ปัดปฏิเสธเอาไว้ก่อนเพื่อให้คนอื่นตามมางอนง้อ ด้วยฐานความเชื่อในแบบไทยๆ ว่า ไม่ควรแสดง “ความอยาก” ไม่ควรเปิดเผย “ความต้องการ” ออกมาล่อนจ้อน

“คำพูด” เหล่านี้จึงทรง “ความหมาย”

 

เหตุใดจึงสรุปว่าคำพูดในเรื่อง “การสืบทอดอำนาจ” ที่มาจากปาก ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มากด้วยความระมัดระวัง

คำตอบ เพราะล้วนตระหนักในสัจจะแห่ง “อำนาจ”

“อำนาจ” มิได้ดำรงอยู่ในลักษณะ “สถิต” แบบตายตัว ไม่เปลี่ยนแปลง ตรงกันข้าม อำนาจดำรงอยู่อย่าง “ไม่เสถียร” มีการแปรเปลี่ยน

ดำเนินไปตามกฎแห่ง “อนิจจัง”

เนื้อหาอันดำรงอยู่ใน “ร่างรัฐธรรมนูญ” ซึ่งดำเนินไปตามที่กำหนดไว้กว้างๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557

เหมือนกับจะ “สะท้อน” ถึง “การสืบทอด” อำนาจ

เห็นได้จากการบัญญัติให้กระบวนการเลือกตั้งออกมาในลักษณะกระจัดกระจาย เบี้ยหัวแตก พรรคการเมืองที่ใหญ่จะกลายเป็นเล็ก ที่เล็กก็ร่อแร่

เห็นได้จากการที่กำหนดให้ “คสช.” แต่งตั้ง “ส.ว.”

เห็นได้จากการเปิดช่องทางให้กับนายกรัฐมนตรี “คนนอก” ดำรงตำแหน่งได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการของ “การเลือกตั้ง”

แต่ถามว่า เมื่อเข้าสู่กระบวนการของ “การเลือกตั้ง” จริง ทุกอย่างจะเป็นอย่างที่ “กำหนด” หรือ

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่ทุกคนคาดคิดว่าจะเป็น ฮิลลารี คลินตัน กลับกลายเป็น โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เห็นแล้ว มิใช่หรือ

พาดหัวหนังสือพิมพ์จึงกระหึ่มด้วยคำว่า “ช็อก”

 

ไม่ว่าจะเป็นกรณีอันเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นกรณีอันเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร ภายในกระบวนการของ “การเลือกตั้ง” ยากยิ่งที่จะควบคุม บงการ

ความเป็น “อนิจจัง” ดำรงอยู่ตลอดทั้ง “กระบวนการ”

ความเป็น “อนิจจัง” นี่แหละที่ทำให้ทิศทางอัน “กำหนด” ไว้ใน “รัฐธรรมนูญ” หรือกฎหมาย “ลูก” ประกอบรัฐธรรมนูญแปรเปลี่ยน

ไม่ว่าเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 ไม่ว่าเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554