หน้าแรก คอลัมนิสต์ พระผู้เป็นที่...

พระผู้เป็นที่รักยิ่ง ของปวงชนชาวไทย โดยบุญชู พุ่มเจริญ

14.11.16 | 13:09 น.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อันเป็นที่รักยิ่งของประชาชน เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 ทรงครองบ้านเมืองด้วยหลักทศพิธราชธรรม ทรงยึดมั่นในพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ทรงวางวิสัยทัศน์ในการครองบ้านเมืองไว้กว้างไกล ซึ่งพระองค์ทรงปฏิบัติได้สำเร็จสมดังพระราชปณิธาน

ทรงพัฒนาประเทศพ้นภัย ทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนาอย่างยอดเยี่ยมเหนือกษัตริย์ทั้งปวง จนได้รับพระราชสมัญญานามจากทั่วโลกว่า “คิง ออฟ เดอะ คิง” ซึ่งพระราชาจิกมี พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏานทรงลงนามแสดงความอาลัยว่า “กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย ผู้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งหาที่เปรียบมิได้” พระองค์ทรงอุทิศกำลังพระวรกายและพระสติปัญญา ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เสด็จเยี่ยมราษฎรทั่วทุกภาคของประเทศ โดยไม่ทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ตรากตรำพระวรกาย ไม่ว่าจะเป็นป่าเขา ชายแดน พื้นที่ก่อการร้ายและมหันตภัยใดๆ ทรงงานจนฉลองพระบาทขาดก่อนพระสนับเพลา (รองเท้าขาดก่อนกางเกง) พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ) เคยเทศนาให้ประชาชนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา เสวยแล้วเสด็จ เสด็จออกเยี่ยมราษฎรทั่วทุกแห่ง บ้านเมืองจึงได้สงบร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งต่างกับบางประเทศกษัตริย์ของเขาเสวยแล้วบรรทม บ้านเมืองจึงพินาศย่อยยับ แต่ไทยรอดพ้นจากภัยคอมมิวนิสต์เพราะพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมประชาชนอย่างทั่วถึง ทรงปิดทองหลังพระ

ด้วยพระวิสัยทัศน์และพระราชปณิธานอันแน่วแน่ จึงเกิดโครงการพระราชดำริมากกว่า 4,000 โครงการ เพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชน ซึ่งยังไม่รวมโครงการของสมเด็จย่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชโอรสและพระราชธิดา นอกจากนี้ ประชาชน หน่วยราชการ องค์กรเอกชน ได้จัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายอีกจำนวนมาก ยังความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง เพราะพระองค์ท่านทรงอยากเห็นความเจริญของบ้านเมือง และความสุขของคนไทยทั่วประเทศ

พระองค์ทรงงานประสบความสำเร็จ เพราะพระองค์ท่านทรงเข้าใจ เข้าถึง แล้วทรงพัฒนา พระองค์ท่านทรงเข้าใจพื้นที่ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สภาพแวดล้อม วัฒนธรรมความเป็นอยู่ การทำมาหากินของประชาชน แล้วทรงพัฒนาจัดทำโครงการขึ้น เช่น โครงการส่งเสริมชาวเขาปลูกกาแฟแทนการปลูกฝิ่น ทรงมอบ “เกษตรทฤษฎีใหม่” แก่เกษตรกร เป็นต้น

โดยพระองค์ทรงทดลองทำ ในที่สุดเมื่อได้ผลดี ก็ได้พระราชทานแนวคิดในการพัฒนาประเทศว่า ต้องเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ประเทศชาติจึงจะประสบความสำเร็จ

Advertisement

เมื่อประเทศชาติประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ พระองค์ท่านก็พระราชทานทฤษฎีหรือปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” แก่ประชาชน ทำให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยดี จนยูเนสโกขออัญเชิญหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปบรรจุไว้ในแผนพัฒนาโลกอย่างยั่งยืนในปี 2573 ตามกรอบของสหประชาชาติ

ยิ่งกว่านั้น เมื่อประเทศชาติประสบปัญหาวิกฤตการเมือง เรียกว่าวันมหาวิปโยค เมื่อ 14 ตุลาคม 2516 พระองค์ก็ทรงระงับเหตุได้อย่างอัศจรรย์ รวมทั้งวิกฤตเมื่อพฤษภาคม 2535 ที่เรียกว่าพฤษภาทมิฬ ก็ทรงระงับเหตุได้อย่างอัศจรรย์อีกเช่นกัน ประเทศชาติกลับมาสงบเรียบร้อยตามเดิมชั่วพริบตา สมดังคำกล่าวที่ว่า พระราชอำนาจมิได้อยู่ที่พระแสงราชศัสตรา แต่อยู่ที่ประชาชนศรัทธาและเชื่อถือ พระองค์ประทับอยู่เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม แต่พระองค์ทรงเลือกที่จะประทับอยู่ในหัวใจประชาชน การเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระองค์จึงยังความโศกเศร้าเสียใจอย่างใหญ่หลวงแก่ปวงชนชาวไทยสุดที่จะพรรณาได้ น้ำตาประชาชนนองท่วมแผ่นดิน

ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

บุญชู พุ่มเจริญ
วุฒิอาสาธนาคารสมองจังหวัดสมุทรปราการ