ที่เห็นและเป็นไป : ‘ลุงตู่’ในโหมด landing

2.10.22 | 10:20 น.

ที่เห็นและเป็นไป : ‘ลุงตู่’ในโหมด landing

ไม่มีอะไรผิดความคาดหมาย “ศาลรัฐธรรมนูญ” ตัดสินวาระครบ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นปี 2568 อยู่ต่อจนหมดวาระของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และหากมีพรรคไหนเสนอชื่อให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็จะต้องนับไป 2 ปีนับจากวันนี้ คือจะอีกประมาณ 1 ปีกว่าๆ

เหมือนอย่างที่นักกฎหมายหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่มีบทบาทในโครงสร้างอำนาจปัจจุบันชี้ทางไว้

ทว่าแม้จะได้ไปต่อ เสียงที่พูดถึงคือ “เวลาของตู่หมดแล้ว”

เพราะเสียงเดียวกับที่พูดถึง 8 ปีครบปี’68 นั้นสรุปว่าในการเลือกตั้งสมัยหน้า จะไม่มีพรรคการเมืองไหนกล้าเสนอชื่อ “บิ๊กตู่” ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี ด้วยระหว่างคนที่จะมาเป็นผู้นำประเทศต่อได้แค่ปีกว่าๆ กับคนที่เป็นได้ 8 ปี พรรคการเมืองที่ไม่สิ้นไร้ผู้นำจนเกินไปย่อมเลือกเสนอผู้ที่ไม่มีข้อจำกัดให้เป็นปัญหาต่ออนาคตมากกว่า

Advertisement

“มันจบแล้วนาย” จึงยังมีความหมายอยู่ แม้ว่า “พล.อ.ประยุทธ์” จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อได้อีกประมาณ 6-8 เดือน แต่เมื่อ “ไปต่อจากนั้นไม่ได้” อะไรต่ออะไรหลายๆ อย่างจะต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงอยู่ดี

ยิ่งไปกว่านั้นคือหากมองให้ลึกลงไปในรายละเอียดความเป็น “พล.อ.ประยุทธ์” จะพอประเมินได้ว่าเสี่ยงที่จะจบแบบ “ไม่เหลืออะไรเลย”

เริ่มจาก “พล.อ.ประยุทธ์” กับพรรคการเมือง คนในพรรคการเมืองทุกคนล้วนต้องคิดถึงอนาคตอันยาวไกล จึงไม่มีใครที่จะคิดฝากชีวิตไว้กับคนที่กลับมาไม่ได้ หากเป็นผู้ที่แม้จะหมดโอกาสมีอำนาจในอำนาจรัฐ แต่ยังมีบทบาทในพรรคการเมืองยังพอทำเนา แต่คนที่ไม่เคยมีบทบาทอะไรในการนำพรรค ไม่เป็นที่หวังว่าจะพึ่งพาได้ต่อไปแล้ว บารมีอาจจะยังพอเหลืออยู่บ้างก็จะแค่บุญคุณที่เคยทำไว้กับบางคนที่อาจจะกลับมาดูแล แต่จะไม่เป็นบารมีพอที่จะทำให้ใครเสี่ยงทำในสิ่งที่แค่เอาอกเอาใจเหมือนที่ผ่านมา

นักการเมืองที่ติดค้างบุญคุณ และยังคิดทดแทนจะเหลือสักกี่คน

บารมีต่อข้าราชการ เป็นที่รู้กันว่าข้าราชการทุกชั้นทุกระดับต่างหวังความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ หวังเป็นทอดๆ ไปว่าจะได้รับความช่วยเหลือเจือจานจากผู้บังคับบัญชาที่สูงขึ้นเป็นลำดับไป สำหรับผู้ที่อำนาจวาสนากำลังจะหมดในอีก 6 เดือนข้างหน้า และดูท่าแล้วจะไม่เหลืออิทธิพลใดๆ ไว้ให้พึ่งพา คงไม่มีข้าราชการคนใดที่จะมาล้อมหน้าล้อมหลังพร้อมรับใช้โดยไม่คิดถึงความถูก ความผิด เหมือนที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับ “นักธุรกิจ” โดยเฉพาะ “นายทุนที่หาประโยชน์จากอำนาจรัฐ” ย่อมมีแต่สายตาหาผู้ที่จะเป็นศูนย์กลางอำนาจในอนาคต แน่นอนอาจจะมีผู้ที่เหลือเยื่อใยจากคนที่ช่วยเหลือกันมาไว้ ยังแสดงความพร้อมจะดูแลอยู่บ้าง แต่ย่อมเป็นเรื่องดูแลเพียงแต่ให้อยู่ได้ ไม่ได้พร้อมที่จะประเคนทุกอย่างให้อย่างสมัยที่เอื้อผลประโยชน์ให้ได้ เพราะ “นักลงทุน” ทุกคนมีภาระต้องลงทุนกับผู้ที่คุมศูนย์กลางอำนาจคนใหม่

ศรัทธาของประชาชน กับ “ลุงตู่” ซึ่งในความเป็นจริงมีไม่มากนักอยู่แล้ว ยิ่งจะหดหายลงไปตามการห่างหายจากโอกาสสร้างผลงาน สร้างคุณงามความดีอะไรให้เป็นที่ยอมรับนับถือ

“โอกาสที่จะจบแบบไม่เหลืออะไรเลย” จึงเป็นไปได้ไม่น้อย

ในทางตรงกันข้าม โอกาสจะเกิด “การตรวจสอบ การขยายความชิงชังรังเกียจ” กลับมีสูง ตามผลที่จะเกิดจากท่าที และการกระทำที่ผ่านมา

ด้วยเหตุนี้เอง แม้จะได้ไปต่อตามผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ แต่จะน่าจะเป็นการไปต่อด้วยการใช้โอกาสที่ได้มาเคลียร์เรื่องราวต่างๆ ให้ก้าวลงจากอำนาจด้วยความราบรื่นที่สุดเท่าที่จะทำได้เท่านั้น

จะ “landing” อย่างไรให้ปลอดภัยจึงเป็นภารกิจที่ควรจะคิดให้ตก ให้เคลียร์ที่สุด

เพราะในความเป็นจริงคือ “มันจบแล้วนาย”

อย่างไรก็ตามที่พากันเป็นห่วงในขณะนี้สำหรับคนที่รู้จัก “พล.อ.ประยุทธ์” ดี คือเจ้าตัวจะเห็นความจริงที่ว่าอย่างที่คนอื่นเห็นหรือไม่

ถ้า “เห็นไม่ได้ ทำใจไม่ถูก” ย่อมคาดเดาได้ไม่ยากว่าที่จะตามมาคือ “ท่านผู้นำที่คิดว่าตัวเองดี ฉลาด เก่งกาจไปทุกเรื่อง”

จะอยู่ในสภาพที่น่ากังวลยิ่งสำหรับคนกลุ่มที่เป็นห่วงเป็นใย