หน้าแรก คอลัมนิสต์ เรื่องสนุกภาย...

เรื่องสนุกภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดี แห่งสหรัฐอเมริกา พ.ศ.2559

16.11.16 | 13:00 น.

ภายหลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อวันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 ได้ประจักษ์แจ้งออกมาแล้ว บรรดา
ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยเฉพาะบริษัททำโพล (บริษัทที่ทำการหยั่งเสียงการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง) ทั้งหลายของสหรัฐอเมริกาพากันหน้าแตกแบบหมอไม่รับเย็บกันถ้วนหน้า เนื่องจากบริษัททำโพลเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นบริษัทในสังกัดของบรรดาบริษัทมัลติมีเดียยักษ์ใหญ่ (คือบริษัทที่มีองค์ประกอบของสื่อชนิดต่างๆ มาผสมผสานเข้าด้วยกัน อันได้แก่ ตัวอักษร (Text) ภาพนิ่ง (Still Image) ภาพเคลื่อนไหวหรือแอนิเมชั่น (Animation) เสียง (Sound) และวิดีโอ (Video) โดยผ่านกระบวนการทางระบบคอมพิวเตอร์เพื่อสื่อความหมายกับผู้ใช้อย่างมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive Multimedia) นั่นเอง โดยบริษัทเหล่านี้ ได้แก่ ซีเอ็นเอ็น, เอ็นบีซี, ซีบีเอส, เอบีซี, รอยเตอร์ เป็นอาทิ) ซึ่งต้องการความแม่นตรงของผลที่โพลไปสำรวจออกมาจึงเป็นการทำโพลที่ใช้หลักวิชาการและเป็นวิทยาศาสตร์อย่างเข้มงวด เนื่องจากต่างก็ต้องแข่งขันกันช่วงชิงความความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชนผู้ชมทั้งสิ้น เพื่อที่จะได้รับการนิยมติดตามชมจากประชาชนให้มากที่สุดด้วยเหตุผลทางธุรกิจที่จะได้กำไรอย่างมหาศาลนั่นเอง ซึ่งไม่เหมือนกับการทำโพลในบางประเทศที่เป็นโพลแบบทำตามสั่ง

ความจริงบริษัททำโพลอเมริกันเหล่านี้จำนวน 99.99% ได้ทำนายว่า นางฮิลลารี คลินตัน จะชนะในการเลือกตั้งเหนือนายโดนัลด์ ทรัมป์ กันทั้งสิ้น และการทำนายดังกล่าวซึ่งกลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับการทำนายผลการเลือกตั้งว่า นางฮิลลารี
คลินตัน ต้องชนะแน่นอน ซึ่งก็เป็นการทำนายผลที่ถูกต้องเหมือนกัน เพราะจากการนับคะแนนเสียงจาก
ผู้เลือกตั้งโดยตรง (popular votes) ซึ่งยังนับไม่เสร็จทั้งหมดปรากฏว่านางฮิลลารี คลินตัน ได้คะแนนเหนือ
นายโดนัลด์ ทรัมป์ มากกว่า 600,000 เสียง คือนางคลินตันได้คะแนนเสียง 60.5 ล้านเสียง ส่วนทรัมป์ได้คะแนนเสียง 59.7 ล้านเสียง

สำหรับมลรัฐที่ต้องนับคะแนนต่อไปคือมลรัฐแคลิฟอร์เนีย มลรัฐวอชิงตันและมลรัฐนิวยอร์ก ซึ่งกว่าจะนับคะแนนเสียงที่เป็นกระดาษเสร็จก็ราวกลางเดือนธันวาคม ปีนี้โดยหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ประมาณการว่านางคลินตันคงได้คะแนนเสียง popular votes ประมาณ 63.4 ล้านคะแนนเสียง ในขณะที่นายทรัมป์ได้คะแนนเสียงเลือกตั้งโดยตรง 61.2 ล้านคะแนนเสียง แบบว่านางคลินตันได้รับเลือกตั้งจากประชาชนอเมริกันมากกว่านายทรัมป์ถึง 2.2 ล้านคน แต่ก็ไม่มีผลอะไรเนื่องจากทั้ง 3 มลรัฐนี้ได้เลือกนางฮิลลารีแบบชนะท่วมท้นไปแล้วได้ electoral college votes เหมาไปหมดแล้วนั่นเอง

ครับ ! แต่ตามรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกากำหนดว่า ผู้ที่ชนะการเลือกตั้งนั้นให้นับจากคะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) จาก 50 มลรัฐ และดิสตริกแห่งโคลัมเบียซึ่งมีอยู่ 538 คะแนนเสียง โดยใช้หน่วยของมลรัฐในการนับคะแนน กล่าวคือ ใช้ระบบผู้ชนะในมลรัฐใดก็จะเหมาเอาคะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งของมลรัฐไปทั้งหมด โดยผู้แพ้แม้แต่คะแนนเสียงเดียวก็จะได้ 0 คะแนนเสียงจากมลรัฐนั้น ซึ่งจากการนับคะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งนี้ หากผู้ใดได้คะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้ง ตั้งแต่ 270 คะแนนเสียงขึ้นไปก็ชนะได้เป็นว่าที่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาอย่างแน่นอน ซึ่งนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้คะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งแน่นอนแล้ว 290 คะแนนเสียง ในขณะที่นางคลินตันได้รับคะแนนเสียงจากผู้เลือกตั้ง 228 คะแนนเสียง ซึ่งผลการนับที่เสร็จสิ้นจริงสำหรับคะแนนเสียงของคณะผู้เลือกตั้งน่าจะเป็นว่า ทรัมป์ได้ 306 คะแนนเสียงต่อนางคลินตัน 232 คะแนนเสียง

ที่สนุกก็คือเมื่อ 4 ปีที่แล้ว นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศต่อสาธารณรัฐว่า “ระบบการตัดสินว่าคนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีด้วยคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) นี้เป็นภัยพิบัติต่อประชาธิปไตย”

Advertisement

แต่เรื่องที่สนุกกว่านี้อีกคือ คดีความที่ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะต้องไปขึ้นศาลทั้งศาลสหรัฐและศาลของมลรัฐต่างๆ จากประวัติในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกฟ้องร้องต้องไปขึ้นศาลไม่ต่ำกว่า 3,500 คดี และนายทรัมป์ต้องล้มละลายแบบล้มบนฟูกถึง 6 ครั้ง ในปัจจุบันนายทรัมป์ยังมีอีก 74 คดีที่ยังคาในศาล ยิ่งกว่านั้นนายทรัมป์ยังมีนัดต้องขึ้นศาลสหรัฐที่มลรัฐแคลิฟอร์เนียในวันที่ 28 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้จากการฟ้องของคณะบุคคล (class action) ซึ่งคณะบุคคลนี้คือบรรดานักศึกษาที่เคยเรียนในมหาวิทยาลัยทรัมป์ (Trump University) และผู้พิพากษาเจ้าของคดีนี้ชื่อนายกอนซาโล คูเรียล(Gonzalo Curiel) ซึ่งนายทรัมป์เคยโจมตีว่าเป็นชาวเม็กซิกันที่มีอคติต่อนายทรัมป์ เพราะนายทรัมป์ในช่วงการหาเสียงมักโจมตีชาวเม็กซิกันที่อพยพมาอยู่ในสหรัฐอเมริกาว่าส่วนใหญ่เป็นพวกที่ขายยาเสพติดและเป็นฆาตกรหรือเป็นพวกที่ชอบข่มขืนผู้หญิง แต่ความจริงปรากฏว่าผู้พิพากษากอนซาโลคูเรียล เป็นคนอเมริกันโดยกำเนิดเพราะเกิดในมลรัฐอินเดียน่า

ท่านผู้อ่านที่เคารพอาจสงสัยว่าการที่เป็นประมุขของประเทศสหรัฐอเมริกายังต้องขึ้นศาลเป็นจำเลยในศาลอีกหรือ ?

ครับ ! ถึงเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาก็ต้องไปขึ้นศาลฐานะจำเลยครับ ไม่มีข้อยกเว้นตามคำพิพากษาของศาลฎีกาสหรัฐ พ.ศ.2540 (Clinton v. Jones, 520 U.S. 681 (1997)

โกวิท  วงศ์สุรวัฒน์