น้ำตาของประชาชน… : โดย เฉลิมพล พลมุข

การสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รักของใครคนใดคนหนึ่งหรือคนเป็นจำนวนมากที่อยู่ในสถานการณ์ ภาวะอารมณ์จิตใจอย่างเดียวกันไปท่ามกลางของความที่ยังไม่ได้เตรียมตัวรับการจากไปอย่างเพียงพอ การไปอย่างไม่มีวันกลับมาของบุคคลที่สำคัญในชีวิต โดยเฉพาะความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ที่ได้มอบให้ไว้แก่บ้านเมืองในระยะเวลาของการครองราชย์ที่ยาวนานกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในโลก ก็คือการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 เป็นวันที่สำคัญยิ่งสำหรับชาวไทยแทบทุกคนที่เมื่อเกิดมาลืมตาดูโลกขึ้นมาในแผ่นดินไทยหรือชาวต่างชาติบางคนที่ได้รับรู้ได้เห็นถึงพระจริยวัตร พระราชกรณีกิจของในหลวงพระองค์ท่านตลอดระยะเวลา 89 พรรษา กับผลงานที่พระองค์ท่านทรงฝากไว้กับเมืองไทยที่มีโครงการพระราชดำริมากกว่าสี่พันโครงการที่ช่วยฟื้นฟูดูแลคุณภาพชีวิตของคนไทยนับตั้งแต่ลืมตาดูโลกจนกระทั่งหลับตาหมดลมหายใจไปจากโลกนี้

ทุกวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกๆ ปี ประชาชนชาวไทยเรามีการรับรู้เป็นที่ทราบกันเป็นอย่างดีนั่นก็คือการเฉลิมฉลองในวันพระบรมราชสมภพของพระองค์ท่านในปี พ.ศ.2470 หน่วยงานทั้งของภาครัฐ เอกชนทุกภาคส่วนต่างให้ความสนใจทั้งเฝ้าคอยการเสด็จฯของในหลวงและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่สำคัญยิ่งก็คือ การพระราชทานแนวคิด ความคิดข้อเสนอแนะในการบริหารกิจการบ้านเมืองต่อรัฐบาลและประชาชนทั่วไป พระราชดำริหรือพระบรมราโชวาทของพระองค์ท่านเสมือนปรัชญาของชีวิต คำสอนที่มีอยู่ในศาสนาที่ผู้คนทั่วไปให้การเคารพศรัทธาที่มั่นคงอยู่แล้ว จริยวัตรปฏิบัติของในหลวงเป็นที่ทราบกันอย่างดีที่อยู่ในจิตใจของประชาชนชาวไทย

การเสด็จฯเข้ารับการรักษาความเจ็บป่วยของพระองค์ท่านในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2559 ที่โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ชาวไทยหลายคนก็คงไม่อาจจะคิดได้ว่าเป็นการเข้าโรงพยาบาลครั้งสุดท้ายของพระองค์ท่าน

ประชาชนชาวไทยหลายคนที่รับรู้ถึงความเจ็บป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่างไปเฝ้าสวดมนต์ ภาวนา ตั้งจิตอธิษฐานให้พระองค์ท่านได้ทุเลาจากการเจ็บป่วยให้กลับมาอยู่ในภาวะปกติ

ธรรมชาติของชีวิตในโลกนี้ล้วนเกิด แก่ เจ็บ ตาย การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปเป็นสัจธรรมที่เราท่านได้รับรู้และรับทราบกันเป็นอย่างดี การสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 ถือว่าเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของชาวไทยทั้งมวล สื่อมวลชนทุกประเภททั้งในและนอกประเทศต่างนำเสนอถึงความสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งไป ผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลไปยังท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวังซึ่งเป็นที่ตั้งของพระบรมโกศ เพื่อแสดงถึงความอาลัยรักที่มีต่อในหลวง มีทั้งคนไทยหลายคนทั้งคนปกติ พิการ ผู้สูงอายุคนชราได้เดินด้วยเท้า ปั่นจักรยาน เดินทางจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าไปกราบไหว้ส่งเสด็จในหลวง

ดารา นักร้อง ศิลปิน นักพูดหลากหลายอาชีพทุกคนพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อผ้าสีดำ ส่วนงานราชการ องค์กรศาสนาต่างก็ร่วมใจกันประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อพระองค์ท่าน ความรู้สึกถึงการสูญเสียในการจากไปของในหลวงที่เราท่านรับรู้รับทราบจากสื่อโดยเฉพาะในรายการโทรทัศน์หลายๆ ช่องต่างนำเสนอถึงพระราชกรณียกิจ คำสอน พระราชจริยาวัตรที่พระองค์ท่านได้พระราชทานไว้กับสังคมไทย ทั้งการบริหารบ้านเมือง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ชีวิตความเป็นอยู่อย่างรอบด้านจนกระทั่งที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ได้มีการประชุมสมัยพิเศษเพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติในหลวง ที่สำนักงานยูเอ็น นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ.2559 เมื่อเวลา 10.00 น. หรือ 21.00 น. ตามเวลาในเมืองไทยเรา

โดยเฉพาะนายบัน คี มุน เลขาธิการยูเอ็นได้กล่าวว่า “พระองค์ท่านได้รับการยกย่องจากนานาประเทศ ผมได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านเมื่อปี พ.ศ.2550 พระองค์ทรงเป็นพลังที่สำคัญของประเทศในการรักษาความมีเสถียรภาพ ทรงทุ่มเทในพระราชกรณียกิจ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน” (มติชนรายวัน 29 ตุลาคม 2559 หน้า 7)

ทุกวันหลังจากที่พระองค์ท่านสวรรคต ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พระสงฆ์ได้มีพิธีถวายสวดพระอภิธรรมพระบรมศพในหลวง สมเด็จพระบรมโอรสธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมทั้งองคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะตุลาการ คณะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ได้เข้าร่วมในพระพิธีธรรมอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงประชาชนที่อยู่นอกพระบรมมหาราชวัง ท้องสนามหลวงที่มีเป็นจำนวนมากอยู่เพื่อเข้าร่วมพิธีและพักค้างแรมเพื่อให้ได้เข้ากราบใกล้ชิดพระบรมศพในหลวงเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต

ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะมีความโศกเศร้า เสียใจในความสูญเสียไม่ต่างจากผู้เขียนเท่าใดนัก รายการโทรทัศน์หลายรายการทำให้เราท่านต้องน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว การได้เห็นผู้คนทั่วไปไว้ทุกข์ด้วยการสวมเสื้อผ้าสีดำ ติดริบบิ้นที่ปลอกแขน การบริจาคอาหาร ข้าวขนม-น้ำ เสื้อผ้า-ยารักษาโรค มีคณะทีมแพทย์คอยให้การบริการสุขภาพ ทหารตำรวจ ข้าราชการหลากหลายกระทรวงต่างทำหน้าที่ความเป็นข้าของพระราชาอย่างเต็มที่ เด็กเยาวชนหลายคนเป็นอาสาสมัครในการเก็บกวาดขยะ ช่วยเข็นรถผู้พิการ สูงอายุ การออกมาของประชาชนชาวไทยที่มีต่อในหลวงแทบจะเต็มพื้นที่ของสนามหลวงและบริเวณใกล้เคียงเนื่องด้วยหัวใจดวงเดียวกันที่มีต่อพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยนั่นก็คือ ความรักที่มีต่อพระองค์ท่าน…

“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ที่ในหลวงได้ตรัสไว้ในวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2493 ตลอดช่วงกาลเวลาที่ผ่านมาในการครองราชย์ 70 พรรษาเป็นที่ประจักษ์ของสังคมไทยและสังคมโลกแล้วว่าวันเวลาของพระองค์ท่านได้อุทิศให้กับประเทศชาติอย่างแท้จริง ผู้เขียนมิอาจจะนำพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านมากล่าวในที่นี้ให้ครบถ้วนได้ ภาระหน้าที่สำคัญหนึ่งที่พระองค์ท่านให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั่นก็คือระบบการศึกษา มีการก่อตั้งโรงเรียนเพื่อให้เด็กเยาวชนได้มีโอกาสทางการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ที่มีกระจายอยู่ทั่วเมืองไทย โรงเรียนการศึกษาพิเศษสำหรับเด็กพิการ ด้อยโอกาสทั้งตาบอด หูหนวก พิการ รวมทั้งเด็กที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโรคเอดส์

ปัญหาวิกฤตทางการเมืองในสังคมไทยเรานับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองของเมืองไทยเรา นักการเมืองบางคนเมื่อได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนเข้าไปทำงานแล้วก็สร้างปัญหาให้กับประเทศชาติทั้งพฤติกรรมและความโลภ ความขัดแย้งทางการเมืองหลายครั้งคราต้องสูญเสียชีวิตทรัพย์สินทั้งของประชาชนและของบ้านเมือง ความคิด ความรู้ ความเชื่อของนักการเมืองมีความเห็นต่างกันกลายเป็นขั้ว ฝ่าย สี วิกฤตทางการเมืองหลายครั้งหลายคราพระองค์ท่านต้องทำความเข้าใจกับผู้มีอำนาจให้นึกถึงประเทศชาติเป็นสำคัญมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว พรรคพวกญาติพี่น้อง…

ในภาวะของบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า เสียใจสูญเสียในหลวงอันเป็นที่รักไป ผู้คนหลายคนอาจจะทำใจมิได้โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนพิการแขนขา เขาเหล่านั้นอาจจะมีภาวะของความซึมเศร้า มีการปรับทุกข์สำหรับคนที่พอจะพูดคุยกันได้ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงชาติบ้านเมืองในอนาคตข้างหน้าจะดำเนินไปอย่างไร ในข้อเท็จจริงหนึ่งก็คือมีผู้สูงอายุที่อยู่ติดกับบ้านที่อยู่ในสภาพที่ร่างกายมิได้เอื้ออำนวยที่จะต้องจากบ้านไปส่งเสด็จที่พระบรมมหาราชวัง หลายคนได้แต่ติดตามดูในรายการโทรทัศน์เกือบทุกวันเวลา…

หากความซึมเศร้า หดหู่ ผิดหวัง เสียใจ หาทางออกของชีวิตมิได้หากมีในระดับมากก็อาจจะเป็นผลไม่ดีต่อคุณภาพชีวิต ทั้งความรู้สึกที่หมดหวัง เบื่ออาหาร ท้อแท้ต่อชีวิตและพฤติกรรมอื่นๆ ที่ตามมา บุคคลที่ใกล้ชิดสำคัญยิ่งที่จะช่วยเยียวยาและแก้ไขในเบื้องต้นก็คือคนในครอบครัวต้องมีความเข้าใจ ปลอบประโลมจิตใจ ให้กำลังใจขณะเดียวกันก็ต้องให้ความหวังที่เป็นจริงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นักวิชาชีพสำคัญต่างๆ ในหลากหลายสาขาก็น่าจะระดมกำลังเพื่อฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจของประชาชนในแต่ละภาคส่วนทั้งสื่อแขนงต่างๆ นักจิตวิทยา นักพฤติกรรมศาสตร์ จิตแพทย์ หรือแม้กระทั่งนักบวชในศาสนาต่างๆ

สิ่งหนึ่งก็คือหลักคำสอนของแต่ละศาสนาซึ่งมีความสมบูรณ์ดีแล้วในระดับหนึ่ง…

ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะเห็นด้วยกับผู้เขียนที่ว่า บรรยากาศของความโศกเศร้าเสียใจ ผิดหวัง สูญเสียที่ต้องเผชิญพบเห็นในแต่ละวันคงไม่อยากให้มีเวลานานนับแรมปีนัก ควรปรับสภาพจิตใจร่างกายหรือปรับวิกฤตให้เป็นโอกาสที่ดีซึ่งมีอยู่ในเมืองไทยเป็นอันมาก

สิ่งหนึ่งที่คนไทยควรเรียนรู้และศึกษาก็คือความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในแต่ละพระองค์ท่านตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา มาจนถึงรัตนโกสินทร์ เมืองไทยเรามีสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ยืนยงคงอยู่คู่กันมาเป็นเวลานาน พระราชพิธีที่เกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์ มีทั้งความรู้ ประวัติความเป็นมา อนุสติ การใช้คำราชาศัพท์และสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นความรู้ใหม่ของคนหลายคนโดยเฉพาะเด็กเยาวชนที่เกิดมาในรุ่นใหม่ๆ

ความเป็นชาติบ้านเมืองของสังคมไทยในวันนี้ย่อมถูกส่งต่อให้เด็กเยาวชนลูก หลาน รับผิดชอบในความเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้าอย่างที่จะปฏิเสธมิได้ ประเทศต่างๆ ในโลกที่มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งระบบเศรษฐกิจ การเมือง สังคม การศึกษาที่ดีย่อมเป็นผลมาจากการหล่อหลอมของผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองในวันเวลาที่ผ่านมาแล้ว พระราชจริยวัตรของในหลวงเราท่านทั้งหลายสามารถนำมาเป็นแบบอย่าง ปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

ผู้เขียนใคร่ขอนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระองค์ท่านได้พระราชทานไว้ในพิธีพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรแก่ว่าที่นายร้อยตำรวจตรีฯ ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2529 “การทำความดีนั้น ส่วนมากเป็นการเดินทวนกระแสความพอใจและความต้องการของมนุษย์จึงทำได้ยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำเพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่แล้วจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว…”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon