หน้าแรก คอลัมนิสต์ ตู้หนังสือ : ...

ตู้หนังสือ : หนองบัวลำภู โรคหดหู่ของโลก

9.10.22 | 14:31 น.
ตู้หนังสือ : หนองบัวลำภู โรคหดหู่ของโลก

 

หนองบัวลำภู

โรคหดหู่ของโลก

เหตุการณ์สะเทือนขวัญและสะเทือนใจ ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งมีครู เด็ก ในศูนย์เด็กเล็กอุทัยสวรรค์ และชาวบ้านเสียชีวิตกว่า 30 ราย บาดเจ็บอีก 12 คน ก่อนผู้กราดปืนยิงจะกลับบ้านสังหารภรรยา และลูก กับตัวเอง สร้างความตื่นตระหนกและสลดใจไปทั่วโลก

Advertisement

โรคไร้สติสัมปชัญญะรุนแรงนี้ ระบาดร้ายไปทั้งตะวันตกและตะวันออกแล้ว ทบทวนสังคมกันให้ดีทุกรายละเอียด นอกเหนือจากก่นด่าประณามผู้ก่อเหตุ ไม่ว่าจะคิดว่าตัวเองเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในสถานะไหน ถ้าอยากหวังว่า เหตุลักษณะเดียวกันนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียซึ่งประเมินด้วยอะไรไม่ได้นี้
และจากสัปดาห์นี้ไป ไม่ว่าจะอ่านหนังสือเล่มไหน คงย่อยความคิดยาก หากไม่สามารถย่อยความรู้สึกที่ท้นเกินอุเบกขาลง

● เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันจนถึง 11 ตุลาคมนี้ ที่สิ้นกำหนดเวลาสั่งจองหนังสือพิเศษ ข้างขึ้นข้างแรม ของสองกวี ขรรค์ชัย บุนปาน กับ สุจิตต์ วงษ์เทศ ในราคา 720 บาท จากราคา 790 บาท พร้อมกระเป๋าหิ้วใบงาม ที่จัดส่งให้โดยไม่มีค่าส่งตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคมเป็นต้นไป

เป็นการกลับมาของ “คนเก่า” ใน “ความใหม่” เพื่อถ่ายทอดสีสันแห่ง “คำ” ท่วงทำนองของ “ความ” ด้วยผลึก “ความคิด” ที่ประมวล “อารมณ์” แห่งยุคสมัย กลายเป็นบทกวีนิพนธ์ ซึ่งจำหลักผ่านมา 6 ปี 5 เดือน ตั้งแต่มกราคม 2559 ถึงพฤษภาคม 2565 และกำกับคำนำเสนอของ เสถียร จันทิมาธร จากการบรรณาธิการต้นฉบับโดย กฤช เหลือลมัย กับ ประภัสสร์ ชูวิเชียร และสร้างสรรค์ภาพประกอบโดย ตะวัน วัตุยา ด้วยน้ำหนักของการป้ายสีที่คุ้นเคย

อย่าพลาดทีเดียวเชียว-ขอบอก

● ถึงเวลาต้องอ่านหนังสือเล่มนี้อีกแล้ว อ่านแล้วอ่านอีกไม่เป็นไร ยิ่งอ่านยิ่งเข้าใจ ยิ่งอ่านยิ่งเห็นภาพว่า อะไรคือ “ลีดเดอร์ชิพ” และอะไรคือ “ลีดเดอร์ชิท” เพราะหนังสือเล่มนี้ ลีดเดอร์ชิพ/ลีดเดอร์ชิท ผู้นำคนนั้นสอนให้รู้ว่า (Leadership/Leadershit) ลำดับความคิด เขียนโดย ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ ให้น่าอ่าน

กลายเป็นสารพันบทเรียนจากการทำงานกับโลกยุคใหม่ ที่บรรดาผู้นำทั้งหลายควรหาอ่าน เป็นความคิดที่นำมาเรียบเรียงโดยผู้ที่เคยทั้งเป็นผู้นำและผู้ตามในองค์กรหลายรูปแบบ ที่สนใจใคร่รู้เรื่องการเป็นผู้นำไม่ว่าในมิติใดๆ

เริ่มจากภาค “พูดพล่าม พ่นพิษ” งานกับหัวหน้าทำให้เรากลายเป็นคนแบบไหน, พูดไปก็เท่านั้น มีอะไรเปลี่ยนแปลง, คำถามที่ดีกว่า “จะเอาอะไรอีก” , การสื่อสารคืองานของผู้นำ, ผู้นำกับอีโก้, ไม่ต้องขอก็จะทำให้, เยอะ, คนแบบ “พิกซาร์” ทำงานกันอย่างไร

ต่อด้วยภาค “ทรราชทำงานแบบไหน” เมื่อความอยุติธรรม “ดับไมค์” คุณ, ความประสงค์กับความหวัง, หม้อร้อน ลูกบิด อิสระเสรีที่จะเลือกชีวิต, คุณอยากบอกอะไรกับคนทั้งโลก, ทำไมนักร้องต้องออกมาพูดเรื่องประชาธิปไตย, การบ้านของทุกคนวันนี้ “เตะตูดใครสักคน” , ลองให้อำนาจกับเขาดู

แล้วมาถึงภาค “มหากาพย์แรงบันดาลใจจากหมูสามชั้น” ทีมที่แตกต่างแต่เติมเต็มกันและกัน, ทำงานแบบนักผจญเพลิง, ผู้ใหญ่แบบที่เราอยากเป็น, ฟังและทำเพื่อคนรุ่นใหม่, จากเก้าอี้ที่ว่างเปล่าสู่วันที่ยิ่งใหญ่, ทุกคนต้องช่วยกันเข็น, สู้กับพายุ, ถ้าผู้ใหญ่พูดกับเราแบบนี้, คนที่อยู่ในทุกลมหายใจและผ้าพันคอสีน้ำเงิน

อ่านแล้วนึกถึงผู้นำแบบไหน อ่านแล้วเห็นหน้าใคร ต้องรีบหามาอ่าน

ว่าลีดเดอร์แบบไหน ที่จะ “ชิพ” หรือ “ชิท” อย่างที่เห็นๆ กันแน่

● หนังสืออีกเล่มที่เจาะจงพูดถึงเดือนนี้ จากเหตุที่เกิดขึ้นในเดือนนี้ กลายเป็นความทรงจำที่คงอยู่เป็นประวัติศาสตร์ของเดือนนี้ที่พยายามจะลบเลือนอย่างไรก็ไม่หาย จากจุฬาฯสู่บางขวาง บันทึกเดือนตุลา เขียนโดยอาจารย์ สุรชาติ บำรุงสุข ที่ผู้อ่านจะได้เรียนรู้และเข้าถึงประสบการณ์ตรง ตลอดการเดินทางตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 จนถึงช่วงผู้เขียนจำคุกอยู่ที่เรือนจำบางขวาง จนถึงความคิดเปรียบเทียบเหตุการณ์เคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ยังต่อสู้กับระบอบอำนาจนิยมในปัจจุบัน

ดูการตื่นตัวทางการเมืองของสังคมนิสิตนักศึกษาสมัยนั้น ตั้งแต่การต่อต้านระบบ “โซตัส” ในมหาวิทยาลัย จนถึงการออกต่างจังหวัดเพื่อเข้าใจความยากลำบากของแรงงานที่ถูกกดขี่ทางเศรษฐกิจ และการก่อตั้งขบวนการนิสิตนักศึกษาเรียกร้องประชาธิปไตยกับรัฐธรรมนูญ เหตุการณ์ที่หวนกลับมาวันนี้

อ่าน 40 บท จากทุ่งพญาไทสู่ทุ่งสามย่าน ผ่านการฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป ทุ่งสังหารกลางเมืองหลวง มาจนถึง 6 ตุลา ยุคดิจิทัล จะเห็นว่าแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย นอกจากตัวละคร จนแม้แต่ “ฉาก” (scene) และอุปกรณ์ประกอบฉาก (prop) ก็ยังเหมือนเดิม แต่ลูกเล่น เล่ห์กล ตัวช่วย เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกฎหมาย-ฮะฮา

● และหากจะได้อ่านอีกเล่มของอาจารย์ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ นักประวัติศาสตร์ตัวอย่างคนหนึ่ง แห่งคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ผู้ล่วงลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน เมื่ออรุณจะรุ่งฟ้า ขบวนการนักศึกษาไทย พ.ศ.2513-2519 จะเห็นว่าหนังสือเล่มนี้ เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เข้าใจสภาวะที่สังคมกำลังเผชิญอยู่ปัจจุบัน กับการจินตนาการถึงอนาคต เช่น อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ กนกรัตน์ เลิศชูสกุล กล่าวไว้ในคำนิยม

“อาจารย์ยิ้มชวนข้าพเจ้าขึ้นไทม์ แมชชีน ย้อนเวลาไปยังประเทศไทยเมื่อ 51 ปีที่แล้ว ณ กรุงเทพฯ ปี 2513 อาจารย์เล่าหลายเรื่องให้ข้าพเจ้าฟัง ไม่ว่าภาพการก่อตัวและพัฒนาการการเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษาตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลา ทั้งในเชิงโครงสร้าง ยุทธศาสตร์ ฐานคิด อุดมการณ์ ปัจจัย เงื่อนไข ทั้งชนวนสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จของขบวนการนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

“นอกจากขบวนการนักศึกษาแล้ว อาจารย์ยังเล่าถึงกระบวนการสร้างพันธมิตรระหว่างนักศึกษากับพลังทางสังคมและอื่นๆ ไม่ว่ากรรมกร ชาวนา คนจนเมือง ชนชั้นกลาง ชนชั้นนำบางกลุ่ม ที่สนับสนุนฝ่ายนักศึกษา รวมทั้งวิเคราะห์มาตรการของรัฐที่มีต่อขบวนการนักศึกษา

“หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา อาจารย์ยิ้มพาข้าพเจ้าเดินทางต่อไปช่วงปี 2519…

“ตลอดการเดินทางกับอาจารย์ยิ้มครั้งนี้ ข้าพเจ้าคิดทบทวนกลับไปกลับมา ระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2513-2519 กับหลายอย่างที่ข้าพเจ้าได้ประสบในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้คือ เงื่อนไขของการก่อตัวและชัยชนะของขบวนการนักศึกษาในอดีต แตกต่างจากสิ่งที่คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันกำลังเผชิญอย่างมากมาย…”

แตกต่างอย่างไร เผชิญอะไร ต้องหาอ่านหนังสือเล่มนี้ให้หมดจดจงได้

● แล้วอ่านหนังสือคลาสสิกเกี่ยวกับการเมืองไทยจากอดีตที่ยังคงอยู่ถึงปัจจุบันสักเล่ม เมืองนิมิตร ความฝันของนักอุดมคติและชีวิตแห่งการกบฏสองครั้งของ ม.ร.ว.นิมิตรมงคล นวรัตน์ ที่ฉายความคิดของคนยุคหนึ่งสมัยหนึ่งให้เห็นมาตั้งแต่ปี 2487 ในภาคภาษาไทยตามโครงเรื่องเดิมในภาษาอังกฤษของ “The Sight of Future Siam เดอะ ไซท์ ออฟ ฟิวเจอร์ สยาม” ซึ่งเขียนขึ้นระหว่างต้องโทษอยู่ในแดนหก

และเพราะหนังสือเล่มนี้เอง จึงถูกเนรเทศไปยังเรือนจำเกาะเต่า 2 คน กับ ดร.โชติ คุ้มพันธ์ ฐานเขียนความเห็นเป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองอย่างร้ายแรง ต้นฉบับภาษาอังกฤษถูกทำลาย กระทั่งมาตีพิมพ์ในภาคภาษาไทยในชื่อ “ความฝันของนักอุดมคติ” โดยสำนักพิมพ์นิพันธ์ และได้รับความชื่นชมอย่างกว้างขวาง

เป็นงานที่ยกย่องให้เป็นหนึ่งในหนังสือดีร้อยเล่มที่คนไทยควรอ่าน ประเภทนวนิยาย ทั้งเป็นหนังสือดีวิทยาศาสตร์ใน 88 เล่ม ในฐานะนิยายวิทยาศาสตร์แนวยูโทเปียอีกด้วย อ่านวันนี้คือต่อยอดวิจารณ์ความคิดวันวาน

● อีกเล่มที่น่าอ่าน ไม่ว่าอยากจะจับหรือไม่อยากจับจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม วิธีจับตอแหล : ศิลปะแห่งการสงสัย-จับผิด-เปิดโปง เรื่องเหลวไหลในโลกข้อมูลท่วมท้น เขียนโดย คาร์ล ที.เบิร์กสตรอม กับ เยวิน ดี.เวสท์ ในชื่อปกว่า “คอลลิ่ง บูลชิท Calling Bullshit” แปลโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์

“กว่าความจริงจะเริ่มสวมกางเกงออกเดินทาง คำโกหกก็ทะยานไปครึ่งโลกแล้ว” อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ แฟรงกลิน ดี. รูสเวลท์ ว่าไว้

โลกทุกวันนี้ท่วมท้นด้วยข้อมูล แต่ข้อมูลกลับท่วมท้นด้วยเรื่องเหลวไหล (บูลชิท) ทั้งบิ๊กดาต้า สถิติ งานวิจัย ข่าวกระแสหลัก หรือบทความวิชาการ ข้อมูลเชิงปริมาณเหล่านี้ สวมใส่อาภรณ์ความรู้ดูน่าเกรงขาม แต่เนื้อแท้กลับเป็นข้อมูลผิด ทั้งบิดเบือน

สองอาจารย์มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ผู้เขียน สกัดแก่นจากโครงการดัง “เปิดโปงเรื่องเหลวไหล” พาเราสู่โลกแห่งสรรพเหลวไหลสมัยใหม่ที่ฉาบเคลือบด้วยตัวเลขสถิติ ภาษาวิทยาศาสตร์ หรืออัลกอริธึม เพื่อเรียนรู้เทคนิคง่ายๆ ในการ “จับตอแหล” ให้อยู่หมัด เช่น

เทคนิคจับผิดบิ๊กดาต้า และวิเคราะห์ช่องโหว่ของอัลกอริธึมอัจฉริยะ, เคล็ดลับเปิดโปงสารพัดกลอุบายที่ซ่อนอยู่ในแผนภูมิลวงตา, กลเม็ดกระชากหน้ากาก “สถิติผีดิบ” และ “ความเหมือนจะเป็นคณิตศาสตร์” , วิธีต่อกรวิทยาศาสตร์ลวงโลกด้วยหลักพิสูจน์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์

เพราะเรื่องเหลวไหลไม่ได้จบลงแค่ความเชื่อผิดๆ แต่ส่งผลกระทบชีวิตทุกด้าน ตั้งแต่ปัญหาสุขภาพ ความมั่งคั่งของผู้คน ความมั่นคงของวิทยาศาสตร์ จนถึงการตัดสินใจตามหลักประชาธิปไตย – จึงต้องมาร่วมกันตั้งข้อสงสัย จับผิด เปิดโปง หักล้างคำลวง เพื่อติดปีกความจริงให้มีชัยเหนือเรื่องเหลวไหลในโลกข้อมูลที่กำลังท่วมท้นอยู่ขณะนี้ – เอ้าเฮ

● อีกเล่มก่อนสุดท้ายในสัปดาห์อันน่าสลดใจยิ่งวันนี้ เล่นให้โลกหมุน : ประวัติศาสตร์นวัตกรรมเล่นเปลี่ยนโลก ค้นคว้ามาเขียนโดย สตีเวน จอห์นสัน แปลโดย สุวิชชา จันทร ให้เห็นว่าตราบใดที่มนุษย์ไม่หยุดเล่น ย่อมเห็นอนาคต

แป้นพิมพ์ที่เริ่มจากหัวใจรักดนตรี, โทรศัพท์มือถือที่สืบสายจากกลโกงรูเล็ตต์, รสชาติวิวัฒนาการที่ซ่อนอยู่ในแผ่นโดริโทส, วัฒนธรรมโรงเหล้าที่นำไปสู่อิสรภาพของอเมริกา ฯลฯ,

ผู้เขียนนำเราไปสำรวจประวัติศาสตร์การเล่นสนุกของมนุษย์ ที่มิได้เกิดเพียงความสำราญใจ แต่นำไปสู่นวัตกรรมขับเคลื่อนโลก จากเรื่องเล่นๆ บนกระดานเกมเศรษฐี บนผืนผ้าทอลายดอก หรือภาพมายาในโรงมหรสพ สู่จินตนาการไม่รู้จบในสตูดิโอวอลท์ ดีสนีย์ การปฏิวัติอุตสาหกรรม ไปจนถึงการปฏิวัติประเทศ ล้วนเป็นการเล่นให้โลกหมุนทั้งสิ้น

ทั้งอ่านสนุก ทั้งความรู้เพียบ ด้วยเรื่องเดิมที่เคยรู้ แต่ในแง่มุมที่คาดไม่ถึงอีกต่างหาก-น่าหาอ่าน

● นิตยสารการเมืองฉบับครอบครัว มติชนสุดสัปดาห์ ว่าด้วยผู้นำ คนละครึ่ง อ่านวัดแรงสะเทือนนายกฯอยู่ต่อ ส่อพลังประชารัฐวงแตก เนวิน-ภูมิใจไทย ขยับเป้า 120 ส.ส. ส่วนเพื่อไทยโวแลนด์สไลด์กว่าเดิม

อ่านปรับ ครม. กระเพื่อมรับนายกฯคัมแบ๊ก ปะผุการเมืองก่อนศึกเลือกตั้ง

อ่านคนเดือนตุลา ในวาระ 46 ปี 6 ตุลา 2519 ธงชัย วินิจจะกูล มองไทย สังคมเอียงขวา กับอนาคตประชาธิปไตยที่ไม่มีคำว่าสมบูรณ์ อ่านระเบิดเวลา 3 ป. บนถนนการเมือง แกะรอยบิ๊กแดง ในวันนายกฯต้องการกองหนุน กับคำประกาศเป็น “ทหารของพระราชา” ของบิ๊กบี้

อาจารย์นิธิ วิพากษ์โรงเรียนในพิพิธภัณฑ์ “คนมองหนัง” ส่องการเมืองแบบข้างขึ้นข้างแรม อ่านรายงานพิเศษ ข้างขึ้นข้างแรมกับศาสนาผี พร้อมเปิดตัวหนังสือชื่อเดียวกันนั้น โดยมีการสนทนาพิเศษกับ “สุจิตต์ วงษ์เทศ”

“กาแฟดำ” ชวนจับตาประชุมใหญ่สมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีน 16 ตุลาคม จาก “เหมาคิด” มาถึง “สีคิด” วันนี้ สุดท้ายเป็นโศกนาฏกรรมในสนามกีฬาฟุตบอล แก๊สน้ำตาจาก “ลิมา” ถึง “มารัง” 58 ปีความสูญเสียที่ซ้ำรอยๆๆๆ

● ฝนฟ้าพายุ ห่ากระสุน ใบไม้ร่วง คนร่วง ใครว่าชะตากรรม เพื่อไม่ต้องอธิบาย แต่ไม่ใช่ชะตากรรม ดังนั้น ต้องมีคำอธิบาย ทั้งดินฟ้าอากาศและห่ากระสุน

นี่ใช่ “ตถตา” มันเป็นเช่นนั้นเอง (จริงจริง) หรือ

บรรณาลักษณ์