สถานีคิดเลขที่ 12 : เป้าหมาย กับ ความจริง
เข้าสู่ช่วงนับถอยหลังของรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 23 มีนาคม 2566
ในส่วนของพรรคการเมืองคู่แข่งทั้งจากฝ่ายค้าน รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง ที่ต้องเดินหน้าจัดเตรียมผู้สมัคร ส.ส. นโยบาย รวมทั้งแคนดิเดตนายกฯของแต่ละพรรค
เริ่มที่ผู้ท้าชิงอย่างพรรคเพื่อไทย (พท.) “อุ๊งอิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ประกาศนโยบายเพื่อไทย เพื่อชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ ในงานฟอรั่มนโยบายครั้งที่ 1 ผ่านบันได 4 ขั้น ที่จะนำไปสู่ชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ของพรรค พท. โดยระบุว่า
บันไดขั้นที่ 1 “เพื่อศักยภาพใหม่” ของประเทศและประชาชนไทย บันไดขั้นที่ 2 “เพื่อรายได้ใหม่” แก้หนี้สินด้วยการเพิ่มพูนรายได้ทวีคูณ ให้เศรษฐกิจประเทศไทยเป็นเศรษฐกิจใหม่ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง บันไดขั้นที่ 3 “เพื่อสังคมใหม่” ความมั่นคงคือความปลอดภัยของทุกคนอย่างเท่าเทียม
บันไดขั้นที่ 4 “เพื่อการเมืองใหม่” ที่หลักนิติรัฐนิติธรรมเข้มแข็ง รัฐธรรมนูญต้องมีที่มาจากประชาชน วุฒิสภาต้องไม่มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี
รวมทั้งรัฐของราชการต้องถูกเปลี่ยนเป็นรัฐของประชาชนอย่างแท้จริง ตอนนี้ถึงเวลานับถอยหลังสู่ความเข้มแข็งของประชาชน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ภายใต้การนำของรัฐบาลเพื่อไทย เพื่อศักยภาพใหม่ เพื่อรายได้ใหม่เพื่อสังคมใหม่ เพื่อการเมืองใหม่ คือบันได 4 ขั้นสู่แลนด์สไลด์ ได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 250 เสียง
ขณะที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยืนยันว่า ไม่หวั่นไหวกับยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ของพรรค พท. พร้อมกับเกทับ บลั๊ฟกลับว่า นโยบายของพรรค พปชร.ว้าวกว่าแน่นอน และยังคงวางเป้าหมายเดิม คือ ได้รับเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งหน้า 150 คน
ส่วนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ตามคำยืนยันของ “ครูใหญ่พรรค ภท.” อย่าง เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ระบุกลางงานครบรอบวันเกิดครบ 64 ปี ของเจ้าตัว
ที่อวยพรให้กับ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ที่ขอให้ได้เก้าอี้ ส.ส. 120 ที่นั่ง
ซึ่งพรรค ภท.วางสถานะทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้าไว้ว่า เป็นอีกขั้วหนึ่งของการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า
หากนับดูตัวเลข ส.ส. เพียงแค่ 3 พรรคที่ประกาศเป้าหมายคว้า ส.ส. ในเบื้องต้นก็พุ่งเกิน 520 เสียงไปแล้ว จนมีแกนนำบางพรรค กล่าวติดตลกว่า ถ้าแต่ละพรรคได้เสียง ส.ส. ตามเป้าหมายที่ประกาศกันไว้ ก็คงต้องแก้รัฐธรรมนูญกันใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้มี ส.ส.เพียงแค่ 500 คน
ในข้อเท็จจริงเป้าหมายและยุทธศาสตร์ที่แต่ละพรรคประกาศความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้ง ย่อมเป็นเรื่องดีที่จะทำให้ ส.ส.และสมาชิกพรรค รับทราบถึงทิศทางและเป้าหมายของพรรค
แต่ในการเลือกตั้งเป้าหมายของแต่ละพรรคจะเป็นจริงได้หรือไม่ คำตอบเดียวคือ ฉันทามติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าจะเลือกใครให้เข้าไปทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
จตุรงค์ ปทุมานนท์

