เมื่อ 19 กรกฎาคม กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี ค.ศ.2022 (Trafficking in Persons (TIP) Report) ซึ่งได้ประเมินสถานการณ์การค้ามนุษย์ในประเทศต่างๆ และได้จัดให้ไทยอยู่ในระดับ 2 (Tier 2) ลดจากระดับ 2 เฝ้าระวัง (Tier 2 Watch List) ในปีที่ผ่านมา โดยระบุว่ารัฐบาลไทยได้พยายามเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในการปราบปรามการค้ามนุษย์ และมีพัฒนาการสำคัญในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง อาทิ จำนวนการสืบสวนคดีและการระบุตัวผู้เสียหายเพิ่มขึ้น การจัดตั้งศูนย์คัดแยกและคุ้มครองผู้เสียหายแห่งใหม่ การจัดทำกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism) สำเร็จ การจัดทำแนวทางการปฏิบัติงานเพื่อคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงานและแรงงานบังคับตามกฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ และการดำเนินคดีและตัดสินโทษผู้กระทำผิดที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นต้น
TIP Report เป็นรายงานที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐจัดทำและเผยแพร่ทุกๆ กลางปีโดยประเมินสถานการณ์การค้ามนุษย์และความพยายามของรัฐบาลในแต่ละประเทศในการปราบปรามการค้ามนุษย์ตามมาตรฐานขั้นต่ำที่สหรัฐกำหนดตามกฎหมายคุ้มครองเหยื่อการค้ามนุษย์ ค.ศ.2000 (Trafficking Victims Protection Act (TVPA))
TIP Report จัดระดับการค้ามนุษย์ในประเทศต่างๆ ไว้ 3 ระดับ (Tier) คือ
Tier 1- ประเทศที่รัฐบาลปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำ TVPA ทุกประการ Tier 2- ประเทศที่รัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำฯ แต่ได้พยายามเต็มที่ที่จะปฏิบัติ Tier 2 Watch List- ประเทศที่ต้องเฝ้าระวังเนื่องจากรัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำฯ แต่พยายามเต็มที่ที่จะปฏิบัติ โดย (ก) เหยื่อการค้ามนุษย์ประเภทรุนแรงมีจำนวนมากหรือเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและประเทศไม่ได้ทำการปราบปรามเพิ่มขึ้น หรือ (ข) ประเทศไม่สามารถแสดงหลักฐานที่ชัดเจนว่าได้พยายามมากขึ้นในการปราบปรามการค้ามนุษย์ประเภทรุนแรง และ Tier 3- ประเทศที่รัฐบาลไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำฯ และไม่ได้พยายามปฏิบัติตาม
ผลกระทบของผลการประเมินการค้ามนุษย์ของ TIP Report ที่สำคัญคือการช่วยเหลือทางการเงินจากสหรัฐ รองลงมาคือการลงทุนจากบริษัทต่างประเทศที่ให้ความสำคัญเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์และองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้อง และช่วยองค์กรที่เกี่ยวข้องทราบปัญหาการค้ามนุษย์และแนวทางแก้ไขที่ถูกต้อง
สำหรับประเทศสมาชิกอาเซียน ในปี 2565 (กรกฎาคม) TIP Report จัดระดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ดังนี้ คือ
Tier 1 ได้แก่ สิงคโปร์ และ ฟิลิปปินส์
Tier 2 ได้แก่ ไทย และ ลาว
Tier 2 Watch List ได้แก่ อินโดนีเซีย
Tier 3 ได้แก่ มาเลเซียและเมียนมา กับ 3 ประเทศ Tier 3 ใหม่ ที่ถูกลดระดับมาจาก Tier 2 Watch List ได้แก่ กัมพูชา บรูไน และเวียดนาม
ลักษณะของการค้ามนุษย์ Tier 3 ใน 5 ประเทศอาเซียน โดยย่อ:
1.เมียนมา มีปัญหาการเมืองเรื้อรังทั้งในภาพรวมและชนกลุ่มน้อย มีการปกครองด้วยรัฐบาลทหารเป็นเวลายาวนาน เป็นสมาชิกอาเซียนที่ยากจนที่สุด มีแรงงานอพยพออกไปทำงานที่ประเทศอื่นมากที่สุดในอาเซียนโดยประมาณร้อยละ 10 ของประชากรจำนวน 50 ล้านไปทำงานต่างประเทศ ในช่วงการระบาดของโควิดตั้งแต่ 2563 แรงงานเมียนมาจำนวนมากเดินทางกลับเมียนมาประกอบกับปัญหาการเมืองทำให้เกิดการย้ายถิ่นในประเทศในรูปแบบใหม่ทำให้ประชาชนนับแสนต้องพลัดพรากจากบ้านต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินและความเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์
เหยื่อการค้ามนุษย์ในเมียนมามีทั้งผู้ใหญ่และเด็กถูกบังคับให้ทำงานและผู้หญิงถูกบังคับให้ค้าประเวณี ปี 2564 มีแรงงานเมียนมาประมาณกว่า 1 แสนคน หนีความขัดแย้งจากเมืองย่างกุ้งไปรัฐยะไข่และลุ่มน้ำอิรวดี มีประชาชนกะเหรี่ยงหนีเข้าไทยและอินเดียเนื่องจากความขัดแย้งในรัฐชีน รัฐกะยาและกะเหรี่ยง มีผู้หญิงเวียดนามค้าประเวณีในเขตปกครองพิเศษรัฐว้า ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ย้ายหนีความขัดแย้งความโหดร้ายทารุณโดยเสี่ยงต่อการถูกค้ามนุษย์ด้านแรงงานและเพศ ในรัฐคะฉิ่นและรัฐฉานตอนเหนือมีเด็กและผู้หญิงเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์เพื่อค้าประเวณีในพื้นที่ใกล้กับจีน ในรัฐคะฉิ่นมีปัญหานายหน้าหลอกลวง บังคับ หรือจ้างให้ผู้หญิงเป็นนางบำเรอหรือเมียเก็บ (forced concubinism) และแม่พันธุ์ (forced childbearing) ให้ผู้ชายจีน ในปี 2562 ผู้หญิงคะฉิ่นและฉาน 2,800 คน จาก 5,000 คน กลับเมียนมาหลังจากเป็นนางบำเรอและมีลูกให้คนจีน มีการหลอกลวงหรือบังคับเด็กสาวในค่ายกักกันยะไข่เพื่อจัดส่งไปมาเลเซีย และมีการเกณฑ์เด็กเป็นทหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กจากชนกลุ่มน้อยทั้งวิธีการหลอกลวงทั้งบังคับ
2.มาเลเซีย มีแรงงานข้ามชาติถูกกฎหมายประมาณ 14 ล้านคน และไม่ถูกกฎหมายอีกมากกว่า 14 ล้านคน จากบังกลาเทศ เมียนมา กัมพูชา จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ลาว เนปาล ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม ทำงานในภาคอุตสาหกรรม ก่อสร้าง เกษตร และงานบ้าน จำนวนหนึ่งถูกนายจ้างและนายหน้าหางานเอารัดเอาเปรียบโดยการบังคับให้ทำงานปลดหนี้ค่านายหน้าและค่าเดินทาง นายหน้าหางานในประเทศต้นทางบางคนเรียกเก็บค่านายหน้าแพงๆ ก่อนถึงมาเลเซียและเมื่อไปถึงนายหน้าทางมาเลเซียก็เรียกเก็บค่านายหน้าเพิ่มอีก ซึ่งบางกรณีมีการบังคับให้ทำงานใช้หนี้ มีการใช้แรงงานบังคับ อาทิ การห้ามเคลื่อนย้าย การไม่ปฏิบัติตามสัญญา การจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าที่ตกลง การทำร้ายร่างกาย การขู่ว่าจะส่งกลับ การสร้างภาระหนี้ การยึดพาสปอร์ต ซึ่งกฎหมายมาเลเซียอนุญาตให้นายจ้างยึดพาสปอร์ตได้ถ้าลูกจ้างอนุญาต ในปี 2558 การสำรวจแรงงานข้ามชาติในสวนปาล์มพบว่ามีการบังคับแรงงานในรูปแบบต่างๆ เช่น การขู่ การใช้ความรุนแรง การขาดความชัดเจนในเงื่อนไขการจ้างงาน การขาดความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ การบังคับทำงานใช้หนี้ การเรียกเก็บค่านายหน้าในอัตราที่สูง และการบังคับให้ทำงานนอกเวลา มีแรงงานจีนในมาเลเซียที่ทำงานให้กับบริษัทก่อสร้างจีนมีความเสี่ยงที่จะเป็นแรงงานบังคับ มีการจัดหาเด็กสาวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจากไนจีเรียเพื่อทำงานในร้านอาหาร โรงแรม ร้านเสริมสวยหรือการแต่งงานแบบมีนายหน้าแต่ในที่สุดก็บังคับให้ค้าประเวณี มีผู้ลี้ภัย ผู้แสวงหาที่ลี้ภัยและคนไร้รัฐซึ่งไม่สามารถหางานทำอย่างถูกกฎหมายมีความเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์ มีเด็กที่เสี่ยงต่อการล่วงเกินทางเพศออนไลน์รวมทั้งการค้ามนุษย์ด้านเพศ มีเด็กกำพร้ามาเลเซียและเด็กจากชุมชนผู้ลี้ภัยถูกบังคับให้ขอทาน มีหนุ่มสาวมาเลเซียถูกหลอกไปทำงานที่กัมพูชา
3.กัมพูชา การค้ามนุษย์เกิดขึ้นกับทั้งคนกัมพูชา แรงงานข้ามชาติในกัมพูชาและคนกัมพูชาที่ไปอยู่ต่างแดน แรงงานข้ามชาติที่ถูกหลอกลวงไปทำงานในกัมพูชาส่วนหนึ่งมาจากบังกลาเทศ จีน เนปาล ที่ทำงานกับบริษัทจีนที่ไปลงทุนในกัมพูชา แรงงานเหล่านี้เป็นหนี้นายหน้าจัดหางานและถูกยึดพาสปอร์ต มีแรงงานจากอาเซียน และประเทศอื่น รวมทั้งคนจีนที่ถูกบังคับให้ทำงาน call center หรือการใช้ Internet ในกัมพูชาหลอกโอนเงิน การพนันออนไลน์ ฯลฯ มีแรงงานกัมพูชาที่ไปทำงานต่างแดนถูกบังคับให้ทำงานในเรือประมง ในงานเกษตร ก่อสร้าง โรงงาน และงานบ้าน เหยื่อการค้ามนุษย์เกิดขึ้นได้ทั้งผู้เข้าเมืองถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แม้แต่โครงการ TITP (Technical Intern Training Program) ของญี่ปุ่นก็มีบริษัทเถื่อนเอาไปหลอกลวงแรงงานกัมพูชา มีเด็กกัมพูชาที่ยากจนถูกบังคับให้ทำงานหนักทั้งงานบ้านและขอทานในไทยและเวียดนาม มีผู้หญิงและเด็กสาวจากชนบทถูกหลอกหรือจ้างให้ไปเป็นนางบำเรอหรือแม่พันธุ์ในจีน นักค้ามนุษย์จะออกค่าเดินทางให้จำนวนมาก (5 หมื่นถึง 1 แสนบาท) และให้เหยื่อทำงานใช้หนี้ เป็นนางบำเรอคนจีน ทำงานในโรงงาน หรือการค้ามนุษย์ทางเพศ ผู้หญิงที่รับจ้างหรือถูกหลอกไปเป็นนางบำเรอหรือให้ผู้ชายจีนสืบพันธุ์ จะถูกกักขังหรือกระทำเยี่ยงทาสจนกว่าจะท้องและคลอดบุตรทิ้งไว้ นอกจากนี้ ยังมีแรงงานจากเกาหลีเหนือที่ถูกรัฐบาลเกาหลีเหนือบังคับให้ทำงาน มีแรงงานบังคับในกาสิโนและสถานบันเทิงที่คนจีนไปลงทุนในจังหวัดพระสีหนุ มีโสเภณีเด็ก ฯลฯ
4.บรูไน มีแรงงานข้ามชาติประมาณ 75,000 คน จากอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ และจีน ทำงานบ้าน ขายของและก่อสร้าง มีแรงงานข้ามชาติคนจีนถูกบังคับให้ทำงานให้กับบริษัทคนจีนโดยเมื่อไปถึงบรูไนจะถูกแก๊งค้ามนุษย์บังคับในรูปแบบต่างๆ เช่น การหลอกให้กู้เงิน การบิดเบือนสัญญา การไม่จ่ายค่าจ้าง การยึดพาสปอร์ต การทำร้ายร่างกายหรือกักขัง กฎหมายต่อต้าน LGBTQI (กลุ่มเพศทางเลือก) ของบรูไนทำให้คนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกค้ามนุษย์ แรงงานผู้หญิงต่างชาติที่เข้าเมืองด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวอาจถูกบังคับให้ค้าประเวณี นอกจากนั้น บรูไนยังเป็นทางผ่านของแก๊งค้ามนุษย์ไปมาเลเซียและอินโดนีเซีย บรูไนไม่มีการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายการป้องกันการค้ามนุษย์ และไม่มีการระบุเหยื่อการค้ามนุษย์แต่อย่างใด
5.เวียดนาม มีเหยื่อค้ามนุษย์ทั้งคนเวียดนามและคนต่างชาติในเวียดนามและคนเวียดนามในต่างแดน โดยนายหน้าจัดหางานคิดค่านายหน้าแพงลิบอันเป็นเหตุให้ถูกบังคับทำงานใช้หนี้ เหยื่อการค้ามนุษย์ด้านแรงงานทำงานก่อสร้าง เกษตร เหมืองแร่ เรือเดินสมุทร เรือประมงทะเล การชักลากไม้ อุตสาหกรรม ร้านเสริมสวย สถานบันเทิง ในมาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ลาว ญี่ปุ่น ไต้หวัน ตะวันออกกลาง ยุโรป และเมียนมา (บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ) และแอฟริกาตะวันตก แก๊งค้ามนุษย์เวียดนามมีคนแฝงอยู่ในวงการทูตเวียดนาม มีการแอบอ้างโครงการ TITP ของญี่ปุ่น และโครงการการศึกษาในอิสราเอล มีการหลอกจัดหางานและการเนรเทศโดยโรงงานของคนจีนในเขตเส้นทางสายไหมในบัลคาน ในหมู่บ้านชายแดนเวียดนามมีการลักพาตัวผู้หญิงโดยเฉพาะเผ่าม้งส่งไปจีนให้ผู้ชายจีนสืบพันธุ์ แก๊งค้ามนุษย์เวียดนามมีการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมืออย่างแพร่หลาย
นายแอนโทนี บลิงเกน รมต.ต่างประเทศสหรัฐ กล่าววันแถลงข่าว TIP Report 2022 ว่าเครื่องมือสำคัญของแก๊งค้ามนุษย์คือการคอร์รัปชั่นครับ!

