หน้าแรก คอลัมนิสต์ ตู้หนังสือ : ...

ตู้หนังสือ : สองกุมารอาวุโส กวีฤๅแล้งแหล่งสยาม

16.10.22 | 12:13 น.

สองกุมารอาวุโส กวีฤๅแล้งแหล่งสยาม

หนังสือชื่อดี เหมาะแก่สถานการณ์ สภาวะแวดล้อม ธรรมชาติของสรรพสัตว์และธรรมชาติการเมืองในสังคมไม่อยู่กับร่องกับรอย ข้างขึ้นข้างแรม รจนาโดยกวีระดับบรมมหา ขรรค์ชัย บุนปาน และ สุจิตต์ วงษ์เทศ เพื่อ “ลบรอยคราบน้ำตาประชาราษฎร์ สักพันชาติจักสู้ม้วยด้วยหฤหรรษ์ แม้ชีพใหม่มีเหมือนหวังอีกครั้งครัน จักน้อมพลีชีพนั้นเพื่อมวลชน” ดังอภิกวีประชาชนอาร์เมเนีย อเวติก อิสักยัน (Avetik Isakyan) จำหลักไว้ให้ จิตร ภูมิศักดิ์ พากย์ไทยจนรู้จักกันทั่วไปเป็นตำนาน

เป็นหนังสือพูดแทนใจคนจำนวนมากอย่าง ดด. ขข. และ จจ. (ดุเดือด
เข้มข้น และจริงจัง – ย่อคำตามยุคสมัยที่ย่อได้ทุกคำตามใจ ไม่ต้องใช้กฎเกณฑ์ใดๆ – ฮะฮา)

บทกวีจากหน้า 3 มติชนรายวันทุกฉบับวันอาทิตย์เล่มนี้ คัดสรรอย่างมีรสนิยมโดยบรรณาธิการ กฤช เหลือลมัย ผู้ชำนิในรสโอชะของข้าวปลาอาหารและอักษร จึงทำให้งานเจาะจงบันทึกสติปัญญาการใช้อำนาจของผู้คนในยุคสมัยเล่มนี้ เป็นงานที่พลาดไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีสายธารวรรณกรรม เสถียร จันทิมาธร รินมากำกับไว้เป็นคำนำ กับเส้นสีที่เห็นปุ๊บรู้ปั๊บว่าเป็นฝีมือ ตะวัน วัตุยา

Advertisement

เห็นปกปุ๊บ ก็รีบหยิบปั๊บได้เลยเหมือนกัน – ว่างั้น ไม่ผิดเล่มแน่นอน

ยามที่กวียังฤๅแล้งแหล่งสยาม แต่คนอ่านบทกวีจะแล้งแหล่งสยามหรือไม่ยังไม่รู้

⦁หนังสือสาระบันเทิงอ่านเพลินอีกเล่มที่พลาดไม่ได้ก็คือ MORE เปิดประวัติศาสตร์เศรษฐกิจหมื่นปี งานค้นคว้าของ ฟิลิป คอกแกน แปลโดย พลอยแสง เอกญาติ เพื่อสืบย้อนไปจุดเริ่มต้นของมนุษยชาติ ที่ได้เริ่มระบบเศรษฐกิจ จนวิวัฒนาการสู่ระบอบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ที่กลายมาเป็นหนังสือสำคัญเล่มนี้ เพื่อความเข้าใจโลก เข้าใจสังคม และเข้าใจตัวเอง

เพราะมองไปรอบตัวเราแล้ว ล้วนเห็นแต่กิจกรรมการผลิตทางเศรษฐกิจทั้งสิ้น ไม่ว่าสินค้าอุปโภคบริโภค ระบบการเงิน การคมนาคมขนส่ง กระทั่งสิ่งพื้นฐานในชีวิตเช่นยาสีฟัน ที่อาจเห็นแค่ ยา ฝา หลอด กล่อง แต่ไม่ได้เห็นลึกถึงกระบวนขุดค้นวัตถุดิบ สายพานการผลิต การขนส่งถึงมือคนกลาง ผ่านคนมานับร้อยนับพัน และผ่านการเปลี่ยนแปลงมานานนับหมื่นปี

อ่านเศรษฐศาสตร์โบราณ, เกษตรกรรม, ตลาดเอเชีย ปี 200-1000, ยุโรปฟื้นคืนชีพ ปี 1000-1500, ภารกิจเพื่อพลังงาน, การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ปี 1500-1820, อุตสาหกรรมการผลิต เชิดชูผู้ผลิตของเรา, ยุคแรกของโลกาภิวัตน์ ปี 1820-1914, การอพยพ, สงครามโลกและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ปี 1914-1945, การขนส่ง เครือข่ายสำคัญ, จากปีอันยอดเยี่ยมสู่โรคร้าย ปี 1945-1979

อ่านให้รู้เรื่องธนาคารกลาง เงินกับนักวิชาการ, ยุคที่ 2 ของโลกาภิวัตน์ โลกพัฒนามาแล้ว ปี 1979-2007, รัฐบาล พลังที่คงอยู่เสมอ, เศรษฐกิจโลกที่แท้จริง โลกกำลังพัฒนา ปี 1979-2007, เทคโนโลยีและนวัตกรรม, กระทั่งบทสุดท้ายคือ วิกฤตและหลังจากนั้น ปี 2007 ถึงปัจจุบัน ซึ่งทำให้เราได้เห็นภาพว่าหมื่นปีที่ผ่านมาจนวันนี้ ที่เคยสงสัย ล้วนถูกฉายให้เห็นเค้าโครงได้ชัดเจนทั้งสิ้น

และนอกจากแผนภูมิสำคัญที่ช่วยให้เห็นถนัดตา ว่าโลกยืนยาวมาอย่างไรกับผู้คน เช่น อายุยืนขึ้น, สุขภาพดีขึ้นและร่ำรวยขึ้น (แหะแหะ คงไม่ทั้งเจ็ดพันล้านคนกระมัง), ความแตกต่างของสองยุคของโลกาภิวัตน์,
เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่, ปาฏิหาริย์การเจริญเติบโต, การกระจายความมั่งคั่ง, ช่วยให้เด็กรอดชีวิต (ได้บ้าง แหะแหะ อีกที), เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งรองรับประชากรที่มากขึ้น

ก็ยังมีภาพประกอบหายากสอดรับเข้ากับเนื้อหาให้ชมให้เข้าใจขึ้น
พึ่บพั่บ เห็นแล้วจะแปลกใจกับกองเครื่องปั้นดินเผาจีนในซากเรืออับปางนอกฝั่งอินโดนีเซีย หรือทาสที่ถูกลักพาตัวจากแอฟริกามาทำงานในไร่ที่อเมริกา หรือที่พ่อค้าจีนค้าไหมกับชาวยุโรป จนวันที่ปลูกผักใน
ตู้คอนเทนเนอร์โลหะ ล้วนเป็นภาพที่ให้จินตนาการสอดคล้องกับความจริงที่ผ่านมา จนเข้าใจเด่นชัดขึ้น

จึงควรเป็นหนังสือที่ต้องหาอ่านใช่หรือไม่ โดยเฉพาะในสภาพโลกผันผวนวันนี้ ไม่ว่าการเมือง ที่ทำให้เศรษฐกิจอาจพังพาบไปกับสงครามได้

⦁และระหว่างนี้ เพิ่งผ่านมาเพียง 3 วัน “มหกรรมหนังสือระดับชาติ” ครั้งที่ 27 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กับพื้นที่ 6 เขตที่สะพรั่งด้วยหนังสือเด็กและการศึกษา, หนังสือทั่วไป, หนังสือเก่า, หนังสือประวัติศาสตร์กับการเมือง, หนังสือนิยาย วรรณกรรม และหนังสือการ์ตูนกับวัยรุ่นซึ่งละลานตาด้วยสีสันปก

สำหรับหนังสือสนุก พิสดาร อ่านเพลินนึกไม่ถึงที่ “ร้านมติชน” นั้น ที่แซงหน้าเพื่อนๆ ขึ้นมาลงถุงลงตะกร้านักอ่านก็คือ รสไทย(ไม่)แท้ : ถอดรูปทิพย์อาหารไทยในสนามการเมืองวัฒนธรรม ศึกษาค้นคว้ามาเขียนเล่าให้ฟังโดย อาสา คำภา นักวิจัยประจำสถาบันไทยคดีศึกษา ธรรมศาสตร์ ที่เคยได้รับรางวัลนักวิจัยรุ่นใหม่ดีเด่น ปี 2552 เขียนประวัติศาสตร์การเมือง ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ความคิดให้อ่านกันมาแล้ว เช่น กว่าจะครองอำนาจนำ เป็นอาทิ

โดยนำนักอ่านไปตามเส้นทางยาวไกลของการถอดรูปทิพย์อาหารการกินแห่งความเป็นไทย เพื่อสำรวจนิยามใหม่ๆ ของอาหารไทยที่ถูกกำหนดทับซ้อนกันหลากหลายโดยรัฐ ทุน สื่อ และผู้คน จากการลัดเลาะไปถึงเบื้องหลังการเปลี่ยนรูปแปลงร่างอย่างไม่หยุดนิ่งของอาหารไทย จากอดีตถึงปัจจุบัน จนปรากฏการณ์ร่วมสมัย ที่โลกยังรู้จักข่าวคราวอาหารไทยจากเวทีคอนเสิร์ต

ว่าอาหาร “ดี” เป็นแบบไหน, รสชาติที่ “ถูกต้อง” เป็นอย่างไร, อาหารไทย “แท้ๆ” มีอยู่จริงหรือไม่, ลอง “ชิม” ด้วยตนเองจากหนังสือเล่มนี้ได้เลย

⦁ ลงถุงลงตะกร้านักอ่านตามมาติดๆ ก็คือ เทพเจ้าจีนในกรุงเทพฯ ค้นคว้ามาเขียนโดยอาจารย์ อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช รองคณบดีวิชาการ ประจำวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ คณะโบราณคดี ศิลปากร นำสำรวจความเชื่อชาวจีนผ่านประติมากรรมศาลเจ้าทั่วกรุงเทพฯ ทั้งไขข้อสงสัยและเพิ่มมุมมองความเข้าใจต่อชาวจีนในประเทศไทยในหลากหลายด้านยิ่งขึ้น

จากศิลปกรรมของ 5 กลุ่มภาษา แต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน แคะ กวางตุ้ง และไหหลำ

อ่านขงจื๊อของชาวจีนในกรุงเทพฯ, เต๋าของชาวจีนในกรุงเทพฯ, พุทธของชาวจีนในกรุงเทพฯ, การผสมผสานความเชื่อของชาวจีนในกรุงเทพฯ, ดูรูปแบบเอกลักษณ์ของชาวจีนแต่ละกลุ่มภาษา, รูปแบบประติมากรรมที่สัมพันธ์กับศิลปไทย, ปัจจัยต่อรูปแบบประติมากรรมในศาลเจ้าจีนกรุงเทพฯ, เทพเจ้าบุรุษ, เทพเจ้าสตรี, การบูชาเทพเจ้าที่สัมพันธ์กับความเชื่อของแต่ละกลุ่มภาษา

และความเชื่อเรื่องเทพเจ้าจีนที่ปรับเปลี่ยนไป

การศึกษาค้นคว้ามาอย่างไม่ง่ายดายนี้ ช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างไทยจีนที่ผสมผสานเชื้อสายมายาวนาน ด้วยความรู้ที่เหมาะควรไปตามยุคสมัยอย่างยิ่ง

⦁ ตามเพื่อนๆ ลงถุงลงตะกร้ามาติดๆ ด้วยก็คือ Amidst the New World Order ไทยในระเบียบโลกใหม่ จัดระเบียบความคิดเขียนโดยอาจารย์ ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ชวนสำรวจโลกที่ถูกกระชากเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อดุลอำนาจสหรัฐถดถอย จีนทะยานขึ้นกุมอนาคตการค้าและเทคโนโลยี ผู้เล่นอื่นๆ ก็เตรียมขยับกระโดด

ทั้งนี้ เพื่อรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ร่วมกำหนดตำแหน่งแห่งที่ บทบาท ท่าที และอนาคตของชาติที่คาดหมายและคาดหวัง เพื่อให้เป็นจริงขึ้นมาได้

อ่านประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงระเบียบโลกที่ผ่านมา, การเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจ, สหรัฐกับภาวะถดถอยดุลอำนาจ, ความท้าทายและปัญหาที่ไบเดนรอสะสาง, บทเรียน 100 ปีพรรคคอมมิวนิส์จีนกับผู้นำ 5 รุ่น, อดีต อนาคต จีนกับการขึ้นเป็นมหาอำนาจใหม่, สหภาพยุโรปกับรัสเซีย มหาอำนาจที่ไม่อาจมองข้าม, สหราชอาณาจักร จาก Brexit มาหาพันธมิตรใหม่

อ่านญี่ปุ่น การล้มแล้วลุก สู่มหาอำนาจยุคสังคม 5.0, อินเดียกับอ่าวเบงกอล ตลาดเกิดใหม่ใกล้บ้าน, ไทยกับอาเซียน กลางการปะทะของมหาอำนาจ

อ่านโลกาภิวัตน์ ระเบียบโลกเก่าที่เราจต้องเรียนรู้, ผู้เล่นและเวทีภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจโลกปัจจุบัน, มหายุทธศาสตร์ การเริ่มแถบและเส้นทาง กับการขยายอิทธิพลของจีน, มหายุทธศาสตร์อินโด แปซิฟิก กับการพยายามปิดล้อมจีน, ไทยกับอาเซียนในภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจใหม่, ไซเบอร์ ฟิสิคอล เวิลด์ เวทีใหม่ในโลกภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจ, ความท้าทายของไทยในระเบียบโลกใหม่

และไทยในระเบียบโลกใหม่ : จุดยืน, หลังพิง, อำนาจต่อรอง

จะเป็นอย่างไร

เห็นแล้วน่าศึกษา ว่าเราจะกำหนดตัวเองได้ไหม ได้อย่างไร
ได้อย่างที่คาดหวังไหม ในโลกที่กำลังท้าทายมนุษย์ทุกลัทธิความเชื่ออย่างรุนแรงเช่นปัจจุบันนี้

⦁ หนังสือน่าอ่านอีกเล่ม ฟังชื่อดูปกแล้วบางคนอาจนึกไปถึงซอมบี้ที่หลายปีหลังมานี้ บุกรุกเข้าไปไล่ฆ่าฟันกันในหนังแทบทุกประเภท – แต่ไม่ใช่ จะว่าไป อาจน่ากลัวเสียยิ่งกว่าซอมบี้ที่ตายแล้วฟื้น เพราะนี่น่ากลัวกว่าตายแล้วฟื้นเสียอีก

รัฐสยดสยอง ค้นคว้าเพื่อฉายภาพให้ดูโดย ภัทรนิษฐ์ สุรรังสรรค์ เพื่อเผยกลไกการสร้าง “ระบอบสยดสยอง” (เรจีม ออฟ ฮอเรอร์ regime of horror) ที่รัฐสยามใช้ความสะพรึงกลัวเป็นเครื่องมือควบคุมราษฎรให้อยู่ใต้อาณัติ ตั้งแต่ห้ามสร้างรอยมลทินแก่ความศิวิไลซ์ ถึงการจัดการซากศพ ความโสโครก โรคระบาด จนทัณฑ์ทรมาน ให้เห็นกลไลจัดการอันน่าสยดสยองในนามความศิวิไลซ์

อ่านระบบความสยดสยอง, ศึกษาประวัติศาสตร์อารมณ์, ความสยดสยองในกฎหมายตราสามดวง และไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา, การเสียเกียรติยศพระนครในสมัยพระจอมเกล้าฯ, ราชกิจจานุเบกษากับการบันทึกความสยดสยองสมัยพระจุลจอมเกล้าฯ,

อ่านการควบคุมซากศพโดยชนชั้นนำสยามยุคจารีต, ซากศพและความโสโครก ปฏิปักษ์ความศิวิไลซ์ในยุคปฏิรูป, การกำจัดความรู้สึกอุจาดผ่าน “ขุนกเฬวราก”, ความโสโครกในพระนคร เว็จ คูถ มูตร
ซากสัตว์ และกลิ่นเน่าที่ทำลายความสำราญมหาชน, กรมสุขาภิบาล
การกำจัดของโสโครกและความรู้สึกรังเกียจ, ความสยดสยองที่มาพร้อมโรคระบาดในสยามยุคจารีต,

การให้มีโรงพยาบาลในบ้านเมือง สมกับประเทศรุ่งเรือง สถาบันแห่งอารยะด้านสุขภาวะ, ความรู้สึกสะพรึงกลัวภายใต้เงื้อมมือของ
โรงพยาบาล, ต่อไปถึงความสยดสยองของการลงทัณฑ์ ช่วงต้นสมัยพระจุลจอมเกล้าฯ, ความกรุณากับความปรานี การกำจัดความสยดสยองจากการทรมานเรือนร่าง, ความสยดสยองภายใต้เงื้อมมือของสนามสถิตยุติธรรมสยาม การป้องกันความหวาดกลัวของราษฎร และการปราบปรามกบฏของแผ่นดิน

จนบทสุดท้าย ระบอบความสยดสยองในรัฐสยามยุคใหม่ – น่ากลัวหัวหดไปเลยไหม

ใครว่าไม่น่าอ่าน แค่เรื่องต่างๆ ที่ขึ้นหัวข้อไว้ ก็ชวนให้อยากรู้อยากเรียนให้กระจ่างทั้งสิ้น

หนังสือที่กล่าวถึงมาทั้งหมดนั้น เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มาเป็นประธานเปิดงานเรียบร้อยแล้ว ก็ซื้อหอบกลับไปอ่านทั้งหมด นอกเหนือจากหนังสืออื่นๆ อีก 30 เล่ม นี่ย่อมเป็นผู้ว่าฯนักอ่านโดยแท้

⦁เราเข้าใจกันใช่ไหมว่า แดง เป็นสีแห่งความโกรธ, สีความคลั่งไคล้คือเหลือง ทำไมใช้แทนกันได้อย่างนั้น ลองตามมาดำดิ่งลงในสีน้ำเงินดู จะเจออะไร, ชมเคหาสน์สีส้ม,รู้จักการครอบงำโดยสีม่วง, ล่องทะเลสีเขียว, พบสีชมพูสำหรับผู้ชาย, ทำไมน้ำตาลเป็นสีบ้านนอก, เห็นสรรพสิ่งสีดำ, พื้นที่สีเทา, ชีวิตสีขาว

นั่นคือ The Colour Code รหัสนัยแห่งสี หนังสือที่จะนำทะลวงเข้าไปในพื้นที่ของสีสัน ที่มีอยู่กี่สีกันแน่ในโลก และสีที่เห็นเหล่านั้น มาจากที่ไหน พอล ซิมป์สัน นักหนังสือพิมพ์มือรางวัลจะเป็นผู้นำสำรวจ โดยมี ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ คอยตามพากย์ไทยให้เข้าใจลึกซึ้ง ถึงการผจญภัยอันฉูดฉาดเหล่านั้น

เพื่อได้รู้นัยการเปลี่ยนเพศให้สีชมพู, พลังร้ายกาจของสีเขียว, ความเสื่อมทรามของสีเหลือง, ผลกระทบของสีเทา และการสถาปนาอำนาจในยุโรปของสีส้ม “เพราะสีมิใช่สิ่งที่เรามองเห็น แต่เป็นสิ่งที่เราคิด” เอาละซี – ชักยุ่งล่ะทีนี้

ทั้งนี้ ด้วยเรื่องของนักแสดง นักแต่งเพลง นักดนตรี ศิลปิน
กวี นักเคมี นักฟิสิกส์ ทันตแพทย์ ผู้นำเผด็จการ ราชวงศ์ นักปฏิวัติ นักออกแบบแฟชั่น ผู้ผลิตภาพยนตร์ นักมายากล นักธุรกิจ และ
นักต้มตุ๋น ทำให้หนังสือเล่มนี้เหมือนปริซึมหลากสีโดยอิทธิพลของอารมณ์ วัฒนธรรม เพศ ศาสนา การเมือง และประสบการณ์ส่วนบุคคล ที่รอให้เราเหล่านักอ่านมาช่วยกันไขรหัสนัยนี้ด้วยกัน

น่าอ่านนักเจ้า…

⦁ นิตยสารการเมืองฉบับครอบครัว ฉบับว่าด้วย “ผู้กองยูเทิร์น” ยามที่การเมืองยังเหมือนไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพราะมีสภาก็เหมือนมีตังเมให้แมลงวันเกาะ ภู่ผึ้งทั้งหลายนอกจากเข้าพวกไม่ได้แล้ว ยังถูกกีดกันออกห่าง

มติชนสุดสัปดาห์ จับสัญญาณ พปชร.ระส่ำ ส.ส.หาทางแฉลบหวังได้ไปต่อ อ่านเพื่อไทยปล่อยหมัดเด็ด เปิดแผนบันไดสี่ขั้นให้ชาวบ้านพิจารณา ต้องอ่านเรื่องสงคราม ปืน ยาเสพติด ความจำเป็นที่ต้องล้อมคอก เยียวยาโศกนาฏกรรม “หนองบัวลำภู”

อ่านตำรวจเก่าไม่มีวันตาย (ชาวบ้านตาย?) อดีตรอง ผบ.ตร. วินัย ทองสอง ถอดบทเรียนกราดยิง ชูต้นแบบทำสงครามยาบ้า

อ่านเมื่อนายกฯจะไปต่อ และ “บิ๊กแดง” ติดไฟแดง แกะรอยอาการงอนของพี่ป้อม กับท่าทีกองทัพรับปีเดือด 2566 ที่ชาวบ้านก็ยังไม่เกี่ยวด้วยอยู่นั่นเอง

อ่านการทบทวนบทเรียน 14 ตุลา 2516 ยืมพลังนักศึกษา ประชาชน เปลี่ยนอำนาจ และอ่าน กกร.ปลุกความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ใช้การ
ประชุมเอเปคแสดงภาพ ดึงการลงทุนกลับไทย ติดตามดูว่านอกจากคิดขายที่ดิน ขายตึกรามอสังหาฯแล้ว ยังจะขายอะไรอีก เพราะนอกจาก “ซอฟต์เพาเวอร์” ที่ตามน้ำไปตามสมัยแล้ว คิดสร้างรูปธรรมอะไรเป็นมูลค่าของตัวเองชนิดเป็น “ไทย ออริจินอล แวลลู” ได้บ้าง

⦁ สังคมไทยมักมีเรื่องให้ประหลาดใจทางลบอยู่เสมอ จากที่อยู่สงบมาครึ่งศตวรรษหลังสงครามโลก อยู่ๆ ฝนตกหลากพาเอาท่อนซุงปักษ์ใต้นับร้อยนับพันท่อนไหลลงจากภูเขา จึงรู้ว่าป่าหายไปไหน, อยู่ๆ กระทั่งเด็กนักเรียนประถมรอเรือข้ามฟากก็จมน้ำตายเพราะโป๊ะล่ม, อยู่ๆ รถก๊าซวิ่งลงทางด่วนมาพลิกคว่ำระเบิดให้คนเจ็บ พิการ ตายนับร้อย, อยู่ๆ เกิดโรคต้มยำกุ้งระเนระนาดไปทั้งโลก, อยู่ๆ จากโคราชแพร่เชื้อมาหนองบัวลำภู

วันข้างหน้า อยู่ๆ ยังจะมีอะไรลบๆ เกิดขึ้นให้เห็นอีก

บรรณาลักษณ์