หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : น้ำหลาก-น้ำแล้ง ในสังคมเจ้าขุนมูลนาย

17.10.22 | 12:15 น.
น้ำหลากแล้วท่วมซ้ำซากทุกปีนับไม่ถ้วน แต่เจ้าขุนมูลนายปล่อยประชาชนแก้ไขเอาตัวรอดตามยถากรรมเป็นสำคัญ [ภาพจากมุมสูงเห็นปริมาณน้ำมูลในพื้นที่ อ. พิมาย ได้ไหลเข้าท่วมนาข้าวในพื้นที่ อ. ชุมพวง จ. นครราชสีมา ส่งผลทำให้ข้าวนาปีนับหมื่นไร่ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงทำให้ข้าวที่กำลังออกรวงจมน้ำ ซึ่งพื้นที่ อ. ชุมพวง เป็นพื้นที่รับน้ำจาก อ. พิมาย และรับน้ำจาก อ. ลำปลายมาศ จ. บุรีรัมย์ หลังจากเขื่อนพิมายผลักดันน้ำลงสู่ลำน้ำมูล ทำให้มวลน้ำทั้งหมดไหลเข้ามาในพื้นที่ อ. ชุมพวง ก่อนที่จะไหลต่อไปยัง อ. เมืองยาง และ อ. ประทาย ก่อนที่จะไหลต่อไปยัง อ. บ้านใหม่ไชยพจน์ จ. บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2565 (ภาพและคำบรรยายจาก https://www.matichonweekly.com/hot-news/article_616782)]

น้ำหลากน้ำแล้ง

ในสังคมเจ้าขุนมูลนายง 

ไทยยังอยู่ในสังคมเจ้าขุนมูลนาย โดยมีชนชั้นนำเป็นมูลนาย ส่วนประชาชนเสมือนไพร่บ้านพลเมืองของรัฐจารีต

น้ำหลากน้ำแล้งในไทย มีทั้งเป็นไปตามธรรมชาติและไม่ธรรมชาติ

ฤดูนี้น้ำหลากล้นจะเกินจะเก็บกักได้ จึงต้องปล่อยบางส่วนท่วมไปทั่วทุกหัวระแหง ครั้นฤดูน้ำแล้งก็แห้งผากทุกแห่งทุกหนจนดูเสมือนทะเลทราย

Advertisement

ส่วนการรับมือเป็นไปอย่างไม่ราบรื่นตามความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นที่คนไม่เท่ากัน

สมัยอยุธยาคนไม่เท่ากัน

มูลนาย เกณฑ์แรงงานไพร่บ้านพลเมืองไปทำงานโดยไม่จ่ายค่าทำงานนานปีละ 9 เดือน และไพร่บ้านพลเมืองต้องหาอยู่หากินด้วยตนเอง

ไพร่บ้านพลเมือง ยอมจำนนเพราะถูกครอบงำจากคำสอนของพระสงฆ์ในวัด ว่าชาติก่อนทำบุญมาน้อย ไม่มีบุญวาสนา จึงต้องมีเวรมีกรรมลำบากเป็นไพร่ฟ้าหน้าหมอง

สมัยนี้ยังสืบเนื่องความเป็นคนไม่เท่ากัน

รัฐราชการวมศูนย์ คือเจ้าขุนมูลนาย เกณฑ์แรงงานในรูปภาษีอากรจากประชาชน

ไพร่บ้านพลเมืองคือประชาชน ต้องจ่ายภาษีอากรตามกฎหมายให้รัฐราชการรวมศูนย์เอาไปใช้จ่ายบริหารประเทศ และบริหารจัดการน้ำหลากน้ำแล้ง

แต่เมื่อเกิดภาวะน้ำหลากท่วมบ้านเรือนไร่นาของประชาชน กลับถูกโอ้โลมด้วยคำทักทายปราศรัยให้อดทนและรอเวลาน้ำลด หมายถึงเรื่องน้ำท่วมประชาชนแก้ไขด้วยตนเองและหาอยู่หากินเอง ส่วนประชาชนต้องยอมจำนนรับสภาพตามนั้น

ผู้มีอำนาจในรัฐราชการรวมศูนย์ล้วนเคยผจญน้ำท่วมมาก่อน เพราะน้ำท่วมมีประจำฤดูกาลตั้งแต่ก่อนมีประเทศไทย

แต่ผู้มีอำนาจในรัฐราชการรวมศูนย์เหล่านั้นไม่กระตือรือร้นแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อลดน้ำท่วมและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

สิ่งที่ผู้มีอำนาจทำคือแสดงตนเป็นมูลนายไปเยี่ยมยามความทุกข์ร้องของราษฎร แล้วโปรยทานเป็นอาการสังคมสงเคราะห์ด้วย “ถุงยังชีพ” ส่วนเรื่องน้ำท่วมปล่อยไปตามธรรมชาติ และราษฎรต้องยอมจำนนอดทนไปด้วยการแก้ไขด้วยตนเอง

สำนึกเจ้าขุนมูลนายมิได้หายไปไหน? ยังดำรงอยู่ในสังคมดิจิทัลซึ่งเห็นได้จากน้ำหลากในฤดูนี้และน้ำแล้งในฤดูหน้า