
พระเมรุมาศ ถวายพระเพลิงพระบรมศพ แรกมีในยุคอยุธยา แผ่นดินสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง (พ.ศ. 2172-2199)
อ. ศรีศักร วัลลิโภดม เคยเขียนบอกไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2527 ว่า พระเจ้าปราสาททองทำพิธีลบศักราช โดยรื้อฟื้นความเชื่อเกี่ยวกับเขาพระสุเมรุที่นครวัด ในที่สุดก็พัฒนาเป็นพระเมรุมาศ จะคัดมาดังนี้
“พระราชพิธีลบศักราชของพระเจ้าปราสาททอง ก็คือการรื้อฟื้นเอาแนวความคิดในเรื่องจักรวาลที่เป็นทั้งพุทธและพราหมณ์มาผสมกัน
แก่นที่สำคัญก็คือการตั้งเขาพระสุเมรุอันเป็นแกนของจักรวาล มีการเชิญเทพเจ้าใหญ่น้อยมาชุมนุม รวมทั้งนำเอาพระพุทธรูปสำคัญของรัฐและพระสงฆ์มาร่วมด้วย ประธานในพระราชพิธีก็คือพระจักรพรรดิราช ซึ่งในที่นี้ก็คือสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระราชพิธีจะจบลงด้วยการโปรยทานและกระทำสตสดกมหาทาน อันเป็นพระราชประเพณีสำคัญของการเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีมาแต่อดีต——
การรื้อฟื้นประเพณีเรื่องราวเกี่ยวกับเขาพระสุเมรุดังปรากฏในพระราชพิธีลบศักราชนั้นได้เป็นแบบฉบับของพระราชพิธีอื่นๆ ตลอดจนการสร้างสรรค์ศิลปะสถาปัตยกรรมทางศาสนาและราชสำนักในสมัยต่อๆ มา ซึ่งล้วนแต่เป็นการเสริมฐานะในการเป็นจักรพรรดิราชของพระมหากษัตริย์ทั้งสิ้น”
(จากหนังสือกรุงศรีอยุธยาของเรา ของ ศรีศักร วัลลิโภดม พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2527)
ถวายพระเพลิงบนกองฟอน
ก่อนมีพระเมรุมาศ สมัยพระเจ้าปราสาททอง มีหลักฐานหลายอย่างบอกตรงกันว่า ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดินอยุธยาบนกองฟอน หรือเชิงตะกอน ที่ประดับตกแต่งเป็นพิเศษ เช่น จักหยวกลวดลายต่างๆ หุ้มห่อโครงสร้างที่เป็นไม้
และอาจถวายพระเพลิงด้วยวิธีอื่นได้อีก เช่น ในเรือนาคกลางแม่น้ำ ฯลฯ เพราะพบบันทึกในเอกสารชาวยุโรป
แต่เอกสารที่แต่งสมัยหลังมักเขียนเหมารวมว่าถวายพระเพลิงบนเมรุทั้งหมดตั้งแต่ยุคต้นอยุธยา (สมัยที่ยังไม่มีพระเมรุมาศ) โดยเรียกตามประเพณีสมัยหลังมีพระเมรุมาศแล้ว เพราะน่าจะเข้าใจผิดไปตามๆ กันว่ามีพระเมรุมาแต่ยุคสุโขทัยตามประวัติศาสตร์แห่งชาติที่เข้าใจคลาดคลื่อน
