บทนำ : ไม่ละทิ้งและแก้ปัญหา
เหตุการณ์น้ำท่วมในจังหวัดต่างๆ ดูเหมือนว่า ประชาชนที่ประสบชะตากรรม ต้องถูกละทิ้งจากภาครัฐ ดังเสียงสะท้อนจาก น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่าน้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานี บางพื้นที่สูงกว่า 3-6 เมตร ประชาชนต้องอาศัยที่ศูนย์อพยพ หรือล่าสุดที่ จ.กาฬสินธุ์ พนังกั้นลำน้ำชีขาด ทำให้กระแสน้ำท่วมไหลเข้าท่วม 4 หมู่บ้านของ อ.ฆ้องชัย ต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากหมู่บ้านอย่างเร่งด่วน ที่ จ.ร้อยเอ็ด น้ำท่วมขังแล้ว 14 อำเภอ บางพื้นที่น้ำท่วมขังมาแล้ว 3 เดือน ขาดน้ำ อาหาร และยารักษาโรค จนถึงวันนี้ยังไม่มีการเข้าไปดูแลช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเพียงพอ
รองโฆษกพรรคเพื่อไทยระบุว่า ปัญหาเดิมเรื่องการดูแลประชาชนที่ถูกน้ำท่วมขังนานนับเดือน และปัญหาใหม่ การบริหารจัดการน้ำในเขื่อน แม่น้ำ และน้ำทุ่งไม่ได้รับการดูแลแก้ไขจากรัฐบาลที่คาดการณ์ผิดพลาด การบริหารจัดการน้ำ การให้ความช่วยเหลือไม่เป็นที่พึ่งที่หวังให้ประชาชนได้ ผู้นำประเทศเงียบหาย วันเสาร์-อาทิตย์ ยังคงเป็นวันหยุดที่ผู้นำประเทศ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทำงานเหมือนคนหมดไฟ ขณะที่ประชาชนต้องทนหนาวแช่น้ำท่วมที่ไม่รู้ปลายทางว่าน้ำจะลดลงเมื่อไหร่ และวันไหนที่จะมีภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ พรรคเพื่อไทย ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล 1.ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนทันที 2.การเยียวยาหลังน้ำลด ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและเพียงพอ 3.การใช้งบจัดการน้ำหลายแสนล้านบาท ต้องคุ้มค่าและได้ผล ซึ่งที่ผ่านมา ไม่เห็นผลที่เป็นรูปธรรม หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมหนักมาแล้ว 2 ครั้งคือ ในปี 2562 และล่าสุดในปีนี้
เสียงสะท้อนและความเห็นจากรองโฆษกพรรคเพื่อไทย เป็นเรื่องที่ภาครัฐควรรับฟัง เพื่อเป็นข้อมูลในการแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างทันท่วงที หลายพื้นที่แช่น้ำท่วม จนบัดนี้ เข้าสู่ช่วงหนาว โดยไม่แน่ใจว่า การแก้ปัญหาดำเนินไปถึงจุดไหน และจะมีการเยียวยาในผลเสียหายทั้งพืชผลและทรัพย์สินอย่างไร และในระยะยาว ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล จะต้องเร่งดำเนินการแผนจัดการน้ำ ที่เคยริเริ่มไว้หลังน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 และต่อมาพับเก็บไปด้วยผลจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในปี 2557 เพื่อตัดวงจรปัญหาเรื้อรังจากสภาพน้ำท่วมให้ได้

