หน้าแรก คอลัมนิสต์ การเมืองแบบไห...

การเมืองแบบไหน โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

17.11.16 | 14:00 น.
แฟ้มภาพ

บรรยากาศบ้านเมืองสงบเงียบ ในห้วงเวลาของการแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

กิจการงานต่างๆ อันเป็นชีวิตประจำวันของประเทศ เป็นความจำเป็นที่กำหนดไว้ก่อน ยังคงดำเนินไป

รัฐบาลทูลเกล้าฯ ร่างรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ร่าง กม.ประกอบรัฐธรรมนูญอยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งหมดเป็นสัญญาณของการเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งในปี 2560

โจทย์สำคัญที่ไม่ค่อยพูดถึงกันแล้ว ได้แก่ การปรองดอง ผู้มีอำนาจหันไปทุ่มเทในเรื่อง “ปฏิรูป” แทน

ปัญหาที่น่าสนใจก็คือ เมื่อผ่านการปฏิรูป ทั้งเบื้องต้น เบื้องกลาง และเบื้องปลายแล้ว การเมืองไทยจะเป็นอย่างไร

Advertisement

ที่ผ่านมา การเมืองไทยต่อสู้ฟาดฟันกันดุเดือด เป็นศึกสงครามระหว่างปรปักษ์หรือศัตรู ถึงขนาดจะไม่ให้อีกฝ่ายอยู่ร่วมแผ่นดิน เว้นแต่ไปอยู่ในคุก

แทนที่จะเป็นการแข่งขันระหว่างฝ่ายที่เห็นต่าง แต่อยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุขในระบบเดียวกัน เหมือนชาวโลกเขา

เมื่อใช้การเมืองในระบบเอาชนะกันไม่ได้ ก็ต้องออกการ์ดเชิญแขกพิเศษ ใช้วิธีการพิเศษจัดการอีกฝ่าย

สิ่งที่เกิดขึ้นจาก 2549 มาจนปัจจุบัน “ค่าเสียหาย” ที่ประเทศต้องจ่ายมากมายมหาศาลแค่ไหน ต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีไปสะสางกันตอนงานเลิก

สภาพความขัดแย้ง การแตกเป็นขั้วเป็นข้างยังคาราคาซัง ภายใต้สถานการณ์พิเศษ

ถึงวันนี้ผ่านมา 2 ปีเศษนับจากรัฐประหาร 2557 ยังสงสัยว่าการปฏิรูปจะทำให้คนคิดเหมือนกัน สลายขั้ว ลดดีกรีการทะเลาะเบาะแว้งได้หรือไม่

หรืออาจจะต้องกลับมาทบทวนว่า ทางออกที่แท้จริงจากนี้ไป คือการปรองดอง สร้างระบบที่คนเห็นต่าง คนละขั้วก็อยู่ร่วมกันได้

เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็มีสิทธิพูด มีสิทธิชุมนุม มีสิทธิต่างๆ ที่พึงจะมีเท่าๆ กัน ภายใต้กฎหมาย

ที่ผ่านมา เคยมีความพยายามสร้างการปรองดอง เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง แต่ในขณะนั้น ดูเหมือนไม่มีใครเชื่อ หรืออยากจะเดินหนทางนี้

มุ่งแต่จะเอาชนะ กำจัดอีกฝ่ายให้ได้

นักวิชาการ ผู้ห่วงใยบ้านเมือง นำเอานักปรองดองชื่อดังๆ จากต่างประเทศเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา ก็ไม่สำเร็จ เก็บข้าวเก็บของกลับไปหมดแล้ว

เมื่อครั้งรัฐประหาร 2557 บางกลุ่มเชื่อว่า คสช.จะเข้ามาเป็นกรรมการกลาง จัดการปรองดอง ให้ความไม่ลงตัวทั้งหลายเข้าที่เข้าทาง

ประกาศ คสช.บางฉบับในระยะแรกๆ ได้ให้ความหวังในทำนองดังกล่าว และยังมีข่าวว่าจะปฏิรูปองค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญต่างๆ ให้มีความเป็นกลาง ให้ทำหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้งอย่างแท้จริงมากขึ้น

แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นชัดเจน

การยกร่างรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบ ยังเหมือนเดินสวนทางกับความหวังที่ว่าอีกด้วยซ้ำ

จากจุดนี้ไป การสร้างการเมืองที่ปรองดอง ด้วยการใช้กฎหมาย ใช้อำนาจอย่างเป็นธรรม ไม่สองมาตรฐาน ปราบทุจริตด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอหน้ากัน ที่เรียกร้องกันมานาน เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน

ไม่อย่างนั้น อีกสักพัก คำว่า “เสียของ” อาจผุดมาหลอนอีกก็เป็นไปได้