หน้าแรก คอลัมนิสต์ บทนำ : ประชาม...

บทนำ : ประชามติแก้รธน.

26.10.22 | 08:26 น.

ประชามติแก้รธน.

เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจจากพรรคฝ่ายค้าน ในห้วงเวลาที่รัฐสภาจะเปิดประชุมสมัยสามัญครั้งสุดท้ายในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ก่อนจะสิ้นวาระ 4 ปีในเดือน มี.ค.2566 นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เผยว่า วันที่ 2 พ.ย. จะเป็นการพิจารณาเรื่องกฎหมายซึ่งรวมไปถึงกฎหมายที่พรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมกันผลักดัน ได้แก่ การแก้ไข พ.ร.บ.สรรพสามิต หรือ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า โดยฝ่ายค้านมีความเห็นเป็นเอกภาพว่าจะเห็นชอบในวาระที่ 2 และ 3 ขณะนี้ยังประเมินเสียงอยู่ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่พรรครัฐบาลจะเสียงแตก หันมาสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

ส่วนในวันที่ 3 พ.ย. จะมีประเด็นที่สำคัญคือ การลงมติญัตติที่พรรคร่วมฝ่ายค้านในนามของพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย เสนอให้รัฐบาลทำประชามติ เพื่อถามประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ หลังจากการอภิปรายเสร็จสิ้น หากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นด้วยก็จะส่งญัตตินี้ไปที่ ส.ว. หาก ส.ว.เห็นด้วยก็จะมีการเสนอไปที่คณะรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อมั่นว่าเมื่อถึงวันนั้น ครม.ก็น่าจะเห็นชอบในการทำประชามติไปพร้อมกับการเลือกตั้งในครั้งหน้า

ข้อเสนอให้ทำประชามติ ขอความเห็นประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยให้ทำประชามติไปพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไป เพื่อประหยัดเวลาและงบประมาณ เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะเป็นที่ทราบว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีปัญหาในทางปฏิบัติ เนื่องจากยกร่างขึ้นโดยไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน แม้มีการทำประชามติก็เป็นประชามติภายใต้การควบคุม แต่ก็กลายเป็นข้ออ้างสำหรับฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ หากประชาชนเห็นชอบให้แก้รัฐธรรมนูญก็จะเป็นโอกาสในการเปลี่ยนผ่านกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ดังที่เคยเกิดขึ้นหลังการใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ที่ถูกฉีกทิ้งในรัฐประหารปี 2549 และที่สำคัญ รัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนดให้ 250 ส.ว.ลงมติเลือกนายกฯกับสภาผู้แทนฯ ซึ่งทำให้เจตนารมณ์ของประชาชนที่แสดงออกในการเลือกตั้งถูกเบี่ยงเบน