หน้าแรก คอลัมนิสต์ เจ้าหน้าที่ตำ...

เจ้าหน้าที่ตำรวจกับการมี และใช้อาวุธปืนภายใต้หลักสากล

28.10.22 | 12:00 น.

ช่วงนี้ปรากฏข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนก่อเหตุค่อนข้างมาก จึงเป็นที่น่าสนใจว่ามีหลักสากลอะไรที่น่าศึกษาและนำมาพิจารณาปรับใช้กับการควบคุมการมีและใช้อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้บ้าง ซึ่งศาลปกครองสูงสุดเคยมีคำพิพากษาเกี่ยวกับการควบคุมหรือสลายฝูงชนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เป็นไปตามหลักสากลด้วย จึงเห็นควรนำเสนอหลักสากลน่าสนใจที่สำคัญ คือ หลักการพื้นฐานว่าด้วยการใช้กำลังบังคับและอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งรับรองโดยที่ประชุมของสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิด ครั้งที่ 5 ณ กรุงฮาวานา ประเทศคิวบา เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ถึงวันที่ 7 ก.ย.2533 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติสมควรนำมาพิจารณาศึกษาและปรับใช้กับภารกิจของหน่วยงานและการปฏิบัติงานของกำลังพลในสังกัด สรุปได้ว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพึงดำเนินการ ดังนี้

กำหนดกฎเกณฑ์และข้อบังคับว่าด้วยการใช้กำลังบังคับและอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งพัฒนากฎเกณฑ์ ตลอดจนหมั่นตรวจสอบประเด็นจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้กำลังบังคับและอาวุธปืนอยู่เสมอว่ามีการปฏิบัติถูกต้องชอบธรรมเพียงใด ต้องดำเนินการให้เป็นที่มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ผู้ใดใช้กำลังบังคับหรืออาวุธปืนโดยมิชอบหรือโดยอำเภอใจจะต้องได้รับการลงโทษตามความผิดอาญาที่กำหนดไว้ในกฎหมาย มีการกำหนดสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่ได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืน ซึ่งต้องมีการกำหนดประเภทของอาวุธปืนและกระสุนปืนที่จะอนุญาตให้พกพาด้วย กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการควบคุม การเก็บรักษา และการเบิกจ่ายอาวุธปืน รวมถึงวิธีการให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่นั้นจะต้องรับผิดชอบในอาวุธปืนและกระสุนปืนที่เบิกไป

และต้องดำเนินการให้มั่นใจได้ว่าเจ้าหน้าที่ทุกนายได้รับการคัดเลือกตามวิธีการกลั่นกรองที่เหมาะสม จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณธรรม มีความพร้อมทางด้านร่างกายและสภาพจิตใจที่เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งได้รับการฝึกอบรมในวิชาชีพนั้นๆ อย่างต่อเนื่องและจริงจัง และมีการทดสอบสมรรถภาพอย่างสม่ำเสมอด้วย สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้พกพาอาวุธปืนจะต้องได้รับการผ่านการฝึกอบรมพิเศษว่าด้วยการใช้อาวุธปืนจึงจะพกพาอาวุธปืนได้ รวมทั้งให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการฝึกอบรมเรื่องจริยธรรมและสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย หมายรวมถึงเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายทุกประเภทซึ่งใช้อำนาจหน้าที่อย่างตำรวจ โดยเฉพาะอำนาจหน้าที่ในการจับกุมหรือควบคุมตัว ในบางประเทศที่ทหารสามารถใช้อำนาจหน้าที่อย่างตำรวจ หรือโดยกองกำลังความมั่นคงของรัฐ พึงรวมถึงเจ้าหน้าที่ดังกล่าวด้วย ดังนั้น ในประเทศไทยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายนอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วยังรวมถึงเจ้าหน้าที่สรรพสามิต เจ้าหน้าที่ศุลกากร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง (นายอำเภอ ปลัดอำเภอ) รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารที่ได้รับมอบหมายให้ปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพติด การตัดไม้ทำลายป่า การค้ามนุษย์ แรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย การค้าของเถื่อนด้วย

สรุป สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ควรพิจารณาทบทวนกฎเกณฑ์และข้อบังคับเกี่ยวกับการมีและใช้อาวุธปืนของกำลังพลในสังกัดปัจจุบันว่าเหมาะสมหรือไม่ เพียงใด ตลอดจนควรศึกษาหลักสากลข้างต้นของสหประชาชาติ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจยิ่ง คือ มิใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายทุกนายสามารถมีและใช้อาวุธปืนได้ในการปฏิบัติหน้าที่ได้ ผู้ที่จะสามารถมีและใช้อาวุธปืนในการปฏิบัติหน้าที่ได้ต้องผ่านการคัดเลือกที่เหมาะสม มีความพร้อมทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ผ่านการอบรมพิเศษว่าด้วยการใช้อาวุธปืน มีคุณธรรมและเคารพสิทธิมนุษยชน

พล.อ.กฤษณะ บวรรัตนารักษ์
กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม
และกรรมการวินิจฉัยข้อมูลข่าวสาร

Advertisement