ได้เห็นทั้งดารา นักการเมือง องค์ภาครัฐและเอกชนต่างๆ และเจ้าหน้าที่ต่างๆ ออกมาช่วยเหลือชาวนาทั้งช่วยลงแขกเกี่ยวข้าวเพื่อลดต้นทุนค่าแรง ทั้งเปิดพื้นที่ให้ชาวนานำข้าวสารมาขายโดยตรง รวมทั้งรับซื้อข้าวสารโดยตรงจากมากินหรือช่วยขายต่อ
เป็นเรื่องดีงาม ที่คนไทยมีน้ำใจช่วยเหลือกัน แม้ผลที่ได้จะไม่มากมายอะไรนัก เพราะผลผลิตข้าวไทย จากข้าวเปลือก 28-29 ล้านตัน สีแปรสภาพเป็นข้าวสารจะเหลือประมาณ 17-18 ล้านตัน ที่เหลือก็จะเป็นข้าวหัก ปลายข้าว รําข้าว แกลบ
ขณะที่คนไทยบริโภคข้าวปีละประมาณ 6-7 ล้านตัน ส่งออกประมาณ 8-9 ล้านตัน เหลือส่วนเกิน 2-3 ล้านตัน
ดูเหมือนตัวเลขส่วนต่างจะไม่มาก แต่อย่าลืมว่ายังมีสต๊อกข้าวค้างเก่ามาจากโครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านมาอีก 9-10 ล้านตัน ที่คอยกดราคาข้าวในประเทศอีก
ขณะเดียวกันปัจจุบันคนไทยก็บริโภคข้าวน้อยลง ยิ่งทำให้ส่วนต่างมีมากขึ้น
ยังไม่รวมข้าวเปลือกและข้าวสารราคาถูกที่ลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซ้ำเติมอีก
ดังนั้นการจะช่วยดึงราคาข้าวเปลือกให้สูงขึ้น จะต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ถ้าส่งออกดีก็จะช่วยได้มาก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการแข่งขันในตลาดโลกด้วย
ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 400-600 กิโลกรัม/ไร่ (แล้วแต่พื้นที่) ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก
ดังนั้นเมื่อช่วยกันซื้อข้าวจากชาวนาแล้ว ก็ควรเอาไปหุงกินด้วย ต้องหยุดไอเอทสักพัก
หากซื้อไปเก็บไว้แล้วไม่กิน ก็เท่ากับย้ายสต๊อกข้าวจากชาวนา จากโรงสี มาเก็บในครัวเรือนแทน ซึ่งจะมีผลต่อราคาข้าวในระยะต่อไป เพราะคนจะไม่ซื้อข้าวเพราะซื้อเก็บตุนไว้เยอะแล้ว
เชื่อขนมกินได้ว่าของขวัญยอดฮิตปีใหม่นี้ คงไม่พ้นข้าวสารผูกโบว์แน่ๆ

