ที่เห็นและเป็นไป : อธิปไตยตามสั่ง

6.11.22 | 09:36 น.

ที่เห็นและเป็นไป : อธิปไตยตามสั่ง

ที่สุด พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าก็ไปไม่รอด สภาผู้แทนราษฎรโหวตให้ตกไปในวาระ 3

ผลงานนี้เปลือยการใช้อำนาจการเมืองไทยในยุคสมัยนี้อย่างล่อนจ้อน

หากจะสรุปว่า ท่านผู้ทรงเกียรติส่วนใหญ่ ไม่ได้นึกถึงประชาชนตามที่พล่ามกันเป็นวรรคเป็นเวร แต่เวรทำตามคำสั่งของเงาทะมึนของอำนาจที่รู้กันอยู่ว่าเป็นใคร

ที่สรุปเช่นนี้ก็เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่หากสมองของพวกเขามีความคิดที่จะทำตามความต้องการของประชาชน และหนทางพัฒนาประเทศที่เหมาะสม แล้วจะพากันล้มการยกเลิกผูกขาดการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

Advertisement

ความพยายามอธิบายทั้งหลายเพื่อปกป้องการผูกขาดไว้นั้น แม้แต่พวกเขาเองย่อมรู้อยู่แก่ใจว่า มันแค่คำแก้ตัว

ความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่นั้นชัดเจนอยู่แล้ว ด้วยกระแสที่แสดงถึงความดีอกดีใจ หลัง พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านวาระ 1

เป็นความดีใจจากการมองเห็นสัญญาณว่า ส.ส.ส่วนใหญ่กล้าพอที่จะเดินในแนวทางที่ยึดมั่นในหลักการเสรีภาพประชาชนเป็นที่ตั้ง

กล้าพอที่จะเดินสวนทางวัฒนธรรมการใช้อำนาจที่มุ่งบังคับประชาชนเป็นหลัก ซึ่งครอบงำชะตากรรมของพลเมืองให้มีชีวิตตามบงการบัญชาของผู้มีอำนาจมายาวนาน

สัญญาณแห่งเสรีภาพครั้งนั้นเป็นรุ่งอรุณของการนำประเทศสู่การปกครองของอริยชนที่มุ่งสู่ความเท่าเทียม แทนการกดข่มที่ขยายความเหลื่อมล้ำไม่รู้จบรู้สิ้น

ทว่าที่สุดแล้วก็ไปไม่รอด

อำนาจที่ครอบงำประเทศนี้ไม่อนุญาตให้การเมืองไทยก้าวไปในหลักการยึดมั่นในเสรีภาพประชาชน

อำนาจนิยมยังทรงพลังที่จะบงการกลไกให้เป็นการเมืองแบบสั่งได้

ขบวนการดับแสงเสรีนิยม เริ่มปรากฏปฏิบัติการเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรีตามสั่ง”

ได้เปรยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก่อนที่ พ.ร.บ.นี้ จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาทำนองว่า พ.ร.บ.นี้เป็นสิ่งไม่ดี

และ “ส.ส.ตามสั่ง” รับสัญญาณอำนาจนิยมผูกขาดมาควบคุมบงการสมอง

ผลโหวตจึงทำให้ “สัญญาณเสรีนิยม” ดับวูบ

ยืนยันว่าในยุคสมัยเช่นนี้ใครบงการรัฐบาล และรัฐสภา

ตอกย้ำว่าประชาชนต้องรับจาก การบริหารประเทศแบบ “ตามสั่ง” เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงยิ่งที่บทบาทของรัฐบาล และรัฐสภาที่ชัดเจนในจิตสำนึกที่ถูกควบคุมเช่นนี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้หาคำตอบว่าอำนาจของประชาชนต้องการการเมืองแบบไหน

ระหว่าง “รัฐบาลตามสั่ง” และ “รัฐสภาตามสั่ง” ที่พร้อมจะหาเหตุผลมาทรยศต่อความต้องการของประชาชน

กับ “รัฐบาล” และ “รัฐสภา” ที่ยึดมั่นในเสรีภาพประชาชน

อีกไม่นาน การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่จะมีขึ้น

พรรคแบบไหน ใครเป็นใครที่สมัครรับเลือกตั้ง ประชาชนรู้เช่นเห็นชาติชัดเจนแล้วจากมือที่ยกโหวต ไม่ใช่แค่กับ พ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่คือทุกครั้งที่เลือกว่าจะโหวตเพื่อผลประโยชน์ของใคร

ประชาชนต้องการแบบไหน รักใน “เสรีภาพ” หรือพร้อมจำนนกับ “ประชาธิปไตยตามสั่ง”

การปกครองประเทศแบบ “สั่งการจากศูนย์อำนาจ” หรือ “ตามความต้องการของประชาชน”

ทุกคนมีอำนาจตัดสินใจในคูหาเลือกตั้ง