โดราเอมอนเป็นหนังสือการ์ตูนที่ให้ความสนุกกับหลายๆ คน พอๆ กับให้ความคิดสร้างสรรค์ นอกจากทั้งสองอย่างนี้แล้ว มันยังให้ “อนาคต” กับบางคนด้วย – สำหรับคนที่เสพการ์ตูนชุดนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อเติบโตขึ้นมา อาจรู้สึกว่าสิ่งที่ อ.ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ได้จินตนาการไว้ในการ์ตูน มันเป็นจริงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ “ของวิเศษ” บางอย่าง จะดูไม่เหมือนกับบนหน้ากระดาษ แต่ก็ใช้ว่าพวกมันจะ “วิเศษ” น้อยไปกว่ากัน
ในวันนี้เรามีเข็มกลัดติดตามตัวที่ใช้ได้จริงแล้ว – มันอยู่ในมือถือของเราทุกคนในฐานะจีพีเอส, ในวันนี้เรามีวุ้นแปลภาษา ในฐานะแอพพ์ช่วยแปล, เรามีกล้องที่ “สร้างเสื้อผ้า” ให้เราสวมใส่ในฐานะแอพพ์อีกเช่นกัน นอกจากนั้น เรายังมีเครื่องมือช่วยวาดรูป ที่หากคุณวาดรูปเขี่ยๆ ใส่เข้าไป มันจะสร้างสรรค์รูปที่สมจริง งดงามออกมาไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งหมดนี้เราได้มาด้วยความสามารถของเทคโนโลยี, ที่ถึงแม้วันนี้เราจะยังไม่มีไทม์แมชชีน แต่ก็พูดได้เต็มปากว่าเราอยู่ใน “ยุคอนาคต” อย่างไม่มีผิดเพี้ยน
ผมรู้สึกเช่นนี้อีกครั้งเมื่อได้พบกับเว็บไซต์ A.I. Experiments (https://aiexperiments.withgoogle.com) ของกูเกิล เว็บไซต์แห่งนี้เป็น “สนามเด็กเล่น” ที่วิศวกรและพนักงานด้านต่างๆ ของกูเกิลได้มาใช้ทดลองเผยแพร่ไอเดียของตนสู่โลกกว้าง
ปัจจุบันเว็บไซต์แห่งนี้มีโปรเจ็กต์ให้เราลองเข้าไปเล่นแล้ว 8 โปรเจ็กต์ แต่ละโปรเจ็กต์มีความสนุกสนานไม่แพ้กัน และมีฐานะเป็น “ของวิเศษ” ด้วยกันทั้งสิ้น
ตัวอย่างเช่น Things Translator เป็นแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ที่ใช้ “แปล” ศัพท์ภาษาอังกฤษให้เป็นศัพท์ภาษาอื่นๆ ความพิเศษอยู่ตรงที่คุณไม่ต้องส่องมือถือไปที่คำที่ต้องการแปล แต่คุณเพียงส่องมือถือไปที่ “วัตถุ” เท่านั้น เช่น หากคุณใช้แอพพ์นี้แล้วเอามือถือส่องไปที่เครื่องดื่ม บนหน้าจอก็จะขึ้นว่า Drink และคุณอาจเลือกให้มันแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นก็ได้ หรือหากคุณส่องไปที่ผัก บนหน้าจอก็อาจขึ้นเป็นคำว่า Vegetables และคุณอาจเลือกให้แปลเป็นภาษาเยอรมัน ลองคิดถึงแอพพลิเคชั่นใช้สอนภาษาสำหรับเด็กๆ ที่เด็กสามารถใช้ส่องโลกรอบตัวได้อย่างไม่มีขีดจำกัดดูสิครับ นั่นคือศักยภาพของแอพพลิเคชั่นนี้
A.I. Duet ก็เป็นแอพพลิเคชั่นที่ให้คุณเล่นดนตรี (ในกรณีนี้คือคีย์บอร์ด หรืออิเล็กโทน) แล้วปัญญาประดิษฐ์จะวิเคราะห์ตัวโน้ตที่คุณเล่น เพื่อสรรค์สร้างดนตรีท่อนต่อมาจากคุณ การที่มันเล่นต่อได้แบบนี้ ไม่ใช่ว่าผู้พัฒนาโปรแกรมเขาไปตั้งค่าไว้ด้วยกฎเกณฑ์ตายตัวนะครับ แต่เกิดจากการที่ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์เพลงจำนวนมากจนเปรียบเสมือนว่าได้ “เรียนทฤษฎีดนตรี” ขึ้นมาได้เองต่างหาก ลองคิดภาพว่าในอนาคตอีกไม่นาน เราจะมีปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถเล่นเพลงเคียงคู่ไปกับเราได้ หรือกระทั่งเราเล่นเมโลดี้ไม่กี่โน้ตแล้วปัญญาประดิษฐ์แต่งเพลงต่อให้จนจบดูสิครับ
Giorgio Cam นั้นยิ่งสนุก มันเป็นแอพพลิเคชั่น ที่ให้คุณเอามือถือไปส่องอะไรก็ตาม แล้วมันจะแต่งเพลงจากสิ่งนั้นๆ เช่น ถ้าส่องที่มะเขือเทศ โปรแกรมนี้ก็จะรู้ว่า อ๋อ นี่คือมะเขือเทศ (Tomato) แล้วอาจจะแต่งเพลง
แร็พออกมาว่า นี่มะเขือเทศ ผลไม้สีแดง อะไรก็ว่าไป
Bird Sounds ก็อัจฉริยะและสุนทรีไม่แพ้กัน มันเป็นฐานข้อมูล “เสียงของนกแต่ละประเภท” โดยปัญญาประดิษฐ์จะพยายามเข้าใจว่าเสียงนกแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร นกฮูกพันธุ์หนึ่งจะร้องไม่เหมือนอีกสายพันธุ์ และความที่มันร้องไม่เหมือนกันนี้ มันร้องเสียงสูงต่ำสั้นยาวแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ซึ่งนักพัฒนาหวังว่าจะนำฐานข้อมูลนี้ไปใช้พัฒนาแอพพลิเคชั่น “แค่ฟังเสียงสัตว์ก็รู้ว่านี่คือสัตว์อะไร” ได้ในอนาคต ลองคิดว่าคุณเดินทางไปในป่า แล้วคุณได้ยินเสียงของสัตว์ชนิดหนึ่ง คุณเปิดมือถือขึ้น กดอัดเสียง มือถือก็บอกได้ทันทีว่านี่คือเสียงของกระรอกพันธุ์เฉพาะดูสิครับ แล้วจะเห็นว่ามันวิเศษขนาดไหน
แอพพลิเคชั่นสุดท้ายที่ผมอยากแนะนำจากเว็บไซต์นี้ เป็นแอพพลิเคชั่นที่ผมแนะนำในเพจของสำนักข่าว The MATTER (http://www.facebook.com/thematterco) แล้วผู้คนชอบกันมาก มีการแชร์เกือบ 800 ครั้งในหนึ่งวัน เป็นแอพพลิเคชั่นเกมสนุกๆ เล่นบนเว็บ ชื่อว่า Quick, Draw! หรือ “วาดเร็วๆ สิ” มันทำงานแบบนี้ครับ:
มันเป็นเกมที่คุณจะต้องวาดรูป 6 รูปโดยมีเวลารูปละ 20 วินาที เกมจะให้คำใบ้คุณมา เช่น จักรยาน คุณก็จะต้องวาดจักรยานให้เร็วที่สุด (วาดสเกตช์มั่วๆ น่ะครับ ไม่ต้องสวย) แล้วความเจ๋งอยู่ตรงที่ ปัญญาประดิษฐ์ของกูเกิลก็จะพยายามทายไปด้วยว่าที่คุณวาดน่ะคืออะไร (หมายถึงว่าปัญญาประดิษฐ์ไม่รู้คำตอบก่อนนะครับว่าคุณกำลังวาดจักรยาน) เช่น เมื่อคุณวาดล้อข้างหนึ่ง มันก็จะทายว่า อ๋อ วงกลม เมื่อวาดเส้นลากขึ้นมา มันก็อาจจะคิดว่านั่นคือขั้วแอปเปิลแล้วบอกว่า อ๋อ แอปเปิล จนคุณวาดเกือบจะเสร็จนั่นแหละ มันถึงจะบอกว่า อ๋อ จักรยาน ซึ่งทั้งหมดนี้ ทำได้ด้วยพลังแห่งการประมวลผลที่เรียกว่า Neural Net หรือโครงข่ายประสาท
ความอัจฉริยะของผู้พัฒนาอยู่ตรงที่ว่า เมื่อเรา (ทั่วโลก) ยิ่งเล่นเกมนี้บ่อยเท่าไร ตัวปัญญาประดิษฐ์ก็จะเรียนรู้จากสิ่งที่พวกเราวาดเข้าไป แล้วทายได้อย่างแม่นยำขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเสมือนพวกเราทั้งโลกกำลัง “สอน” ปัญญาประดิษฐ์ให้ฉลาดขึ้นนั่นเอง
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณหาได้จากเว็บเล็กๆ เว็บการทดลองของ Google ที่มีชื่อว่า Experiment with A.I. หรือ “การทดลองกับปัญญาประดิษฐ์”
ซึ่งทั้งหมดไม่ทำให้ผมรู้สึกอะไร – นอกไปเสียจากว่า – ใช่ อนาคตได้มาถึงแล้วจริงๆ และเวลาอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จะยังคงเป็นเวลาที่น่าตื่นเต้นในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีอยู่จนไม่อาจละสายตา
และ-โดราเอมอนอาจกำลังเดินทางมาหาเรา, ไม่ว่าเขาจะมาแบบที่เราคิด หรือแตกต่างไปนิดหน่อยก็ตาม
รออีกไม่กี่ปีหรอกครับ
ทีปกร วุฒิพิทยามงคล

