หน้าแรก คอลัมนิสต์ พรจากฟ้า ภาพย...

พรจากฟ้า ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ 70 ปี ครองราชย์ : โดยสุกรี เจริญสุข

22.11.16 | 14:00 น.

บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ได้ผลิตภาพยนตร์เรื่องใหม่ขึ้นชื่อ พรจากฟ้า (A Gift) ซึ่งเป็นภาพยนตร์รักอบอุ่นชื่นมื่น เพื่อเป็นของขวัญให้แก่กัน ด้วยการนำบทเพลงพระราชนิพนธ์มาเป็นหัวใจของการเดินเรื่องภาพยนตร์ โดยมอบหมายให้กับผู้กำกับมือทองรุ่นใหม่ 3 คน (ชยนพ บุญประกอบ นิธิวัฒน์ ธราธร และจิระ มะลิกุล) ซึ่งได้กำหนดที่จะใช้บทเพลงพระราชนิพนธ์ 3 เพลงด้วยกัน คือ บทเพลงยามเย็น บทเพลงในดวงใจนิรันดร์ และบทเพลงพรปีใหม่ ซึ่งเป็นมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่บทเพลงพระราชนิพนธ์มีผลต่อวิถีชีวิตของคนไทย

บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้น เนื่องในโอกาสที่ปีนี้ พ.ศ.2559 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ครบ 70 ปี และทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 90 พรรษา และเพื่อที่จะมอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่คนไทยทุกคน ผู้กำกับทั้ง 3 คน ก็ได้กำหนดเรื่องสั้นๆ แต่ละเรื่องมีความยาวประมาณ 45 นาที รวม 3 เรื่องติดต่อกัน 135 นาที (2 ชั่วโมง 15 นาที)

เรื่องแรก จากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ยามเย็น” กำกับภาพยนตร์โดย ชยนพ บุญประกอบ เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า

ก่อนที่งานเลี้ยงอำลาและการมอบทุนการศึกษาต่อประเทศรัสเซียจะเริ่มขึ้น “บีม” หนุ่มนักเรียนที่ได้ทุนปริญญาโท ถูกคณะผู้จัดงานขอให้ช่วยมาเป็นตัวแสดงแทน (stand-in) โดยแสดงเป็นท่านทูต เพื่อซักซ้อมคิวงานและคิวกล้อง จึงเป็นโอกาสที่ทำให้เขาได้พบกับเธอ (แป้ง) สาวสวยจากวงขับร้องประสานเสียง ที่ถูกขอให้มาช่วยรับบทเป็นภรรยาทูตคู่กับบีม ทั้งคู่ต้องมารับบทบาทสมมุติเป็นสามีภรรยากัน ทำให้เกิดบทสนทนาต่างๆ ขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บีมรุกจีบแป้งไปตามสัญชาตญาณความเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม ในขณะที่แป้งซึ่งเพิ่งผิดหวังในความรักจากผู้ชายเจ้าชู้มาหมาดๆ ก็ต้องตั้งการ์ดรับการจีบครั้งนี้อย่างเท่าทันด้วยความระมัดระวังยิ่ง แต่ด้วยเคมีความฉลาดที่เท่าเทียมกัน กลับทำให้ทั้งคู่ดูจะไปด้วยกันไหลลื่นลงตัว ต่างฝ่ายต่างค่อยๆ รู้จักตัวตน แลกเปลี่ยนทัศนคติความสัมพันธ์ จนมีท่าทีว่ามีความรู้สึกพิเศษต่อกัน อาจเกิดขึ้นได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ

Advertisement

กำหนดการที่ได้วางไว้นั้น แป้งต้องร้องเพลงพระราชนิพนธ์ยามเย็น เพื่อเป็นของขวัญอำลาให้กับนักเรียนทุน ความรู้สึกทั้งคู่จึงกำลังเริ่มต้นอยู่บนเงื่อนไขของการจากลากัน

เรื่องที่สอง จากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ในดวงใจนิรันดร์” กำกับภาพยนตร์โดย นิธิวัฒน์ ธราธร เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า

ฟาร์ อดีตสาวรับจัดงาน (Organizer) ที่ต้องลาออกมาดูแลพ่อที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) การที่จะต้องปรับตัวเพื่อดูแลผู้ป่วยที่ไม่สามารถจะจำอะไรได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ฟาร์เหนื่อยมากกับการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่ แต่เธอก็ยินดีเต็มใจที่จะทำเพื่อพ่อ แต่ความเหนื่อยกายไม่เท่ากับความลำบากใจ เพราะสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกแย่ที่สุดคือการที่พ่อยังคงถามถึงแม่ที่เสียไปแล้ว ฟาร์เองก็ไม่รู้จะรับมือกับเรื่องนี้ได้อย่างไร

ถึงแม้ว่าฟาร์จะรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่พ่อจะกลับมาเป็นปกติ แต่ฟาร์เองก็พยายามจะหัดเล่นบทเพลงที่พ่อชอบ คือ บทเพลงพระราชนิพนธ์ในดวงใจนิรันดร์ให้ได้ เพื่อให้เป็นของขวัญวันครบรอบวันแต่งงานของพ่อและแม่ โดยที่ฟาร์ได้รับความช่วยเหลือจากช่างจูนเปียโนสุดกวน (เอ) ที่เคยช่วยจูนเปียโนให้กับแม่ฟาร์มาก่อน จนสนิทกับพ่อและแม่ของฟาร์เป็นอย่างดี ที่เข้ามาช่วยดูแลพ่อของฟาร์ให้ในระหว่างที่เธอซ้อมเปียโน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความรักของทั้งสองคน

เรื่องที่สาม จากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “พรปีใหม่” กำกับภาพยนตร์โดย จิระ มะลิกุล เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า

หลง ร็อกเกอร์หนุ่ม ตัดสินใจลาออกจากวงดนตรีอาชีพที่เล่นมา 10 ปี แต่ไม่มีคนรู้จัก มาเป็นพนักงานออฟฟิศด้านการวิเคราะห์การเงิน ซึ่งเมื่อ คิม พนักงานฝ่ายบุคคล รู้ว่าหลงเป็นนักดนตรี จึงได้ตามตื๊อหลงให้มาเป็นหัวหน้าวงดนตรีสมัครเล่นของพนักงานออฟฟิศ

เมื่อแรกนั้น หลงดูจะปฏิเสธคิมอย่างไร้เยื่อใย เพราะอยากหนีจากความเจ็บปวดในอดีตอาชีพนักดนตรี ผู้ไม่ประสบความสำเร็จตลอด 10 ปี แต่เมื่อได้เริ่มเล่นดนตรีกับวงสมัครเล่นที่มีสมาชิกหลากหลายสถานะ ตั้งแต่คุณป้าพนักงานอาวุโสเล่นทรอมโบน คุณลุงใกล้เกษียณสีไวโอลิน ไปจนถึงยามรักษาการณ์ตีกลอง น้องทำความสะอาดร้องเพลง ทำให้หลงพบว่าการแอบเจ้านายเล่นดนตรีกันในออฟฟิศหลังเลิกงานกับวงดนตรีที่เล่นกันเป็นงานอดิเรกของวงนี้ กลายเป็นครั้งแรกที่เขาเพิ่งรู้สึกถึงความสุขในการเล่นดนตรี เพราะไม่มีเงื่อนไขของเงินบังคับ
บรรยากาศปีใหม่ พ.ศ.2560 ที่ใกล้เข้ามา หลงและสมาชิกเตรียมเพลงพรปีใหม่ไว้สำหรับแสดงอวดเป็นของขวัญให้กับเพื่อนร่วมงานทุกคน โดยหวังว่าคณะผู้บริหารบริษัทจะได้อนุมัติสร้างห้องซ้อมดนตรีตามที่พวกเขายื่นเรื่องของบประมาณไป

เพราะมันคงเป็นของขวัญวันปีใหม่ที่จะทำให้พวกเขามีความสุขที่สุดในปีนี้

เรื่องราวของภาพยนตร์ทั้ง 3 เรื่อง เป็นเรื่องของชีวิตเล็กๆ ทั่วไปในสังคม ที่นำมาเล่าเป็นภาพยนตร์โดยใช้บทเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งเป็นเป้าหมายของความประทับใจและใช้เป็นสื่อกลางของหัวใจที่เกี่ยวข้องทุกดวง ทั้ง 3 เรื่อง ก็มาร้อยเป็นคนที่เกี่ยวข้องกันทั้ง 3 เรื่อง เพื่อให้เป็นภาพยนตร์ที่แยกกันและอยู่ในเรื่องเดียวกัน

สำหรับคุณจิระ มะลิกุล (เก้ง) นั้น เป็นผู้กำกับภาพยนตร์รุ่นใหม่ มีผลงานการกำกับภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จไว้หลายเรื่อง อาทิ 15 ค่ำเดือน 11 มหา’ลัย เหมืองแร่ และเป็นผู้ดูแลภาพยนตร์เรื่อง เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย (Seasons Change) ซึ่งกำกับโดยคุณนิธิวัฒน์ ธราธร ได้ใช้เรื่องราวของการเรียนดนตรีและใช้พื้นที่ของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ถ่ายทำภาพยนตร์ทั้งเรื่อง ทำให้มีความผูกพันกันมานาน

เมื่อคุยกันเรื่องดนตรีประกอบภาพยนตร์ครั้งใด ก็มักจะได้รับคำตอบว่าไม่มีงบประมาณ นอกจากไม่มีงบประมาณแล้วก็จะไม่มีเวลาให้กับการทำดนตรีประกอบภาพยนตร์ด้วย เพราะคนถ่ายทำมักจะใช้เวลาทั้งหมดกับการถ่ายทำและตัดต่อภาพยนตร์ เมื่อทำภาพยนตร์เสร็จก็จะหมดเวลาไปแล้ว ภาพยนตร์จะต้องเข้าฉาย จนไม่มีเวลาทำดนตรีประกอบ ในที่สุดการทำภาพยนตร์ไทยจึงต้องใช้ดนตรีที่ง่าย สะดวก และใช้ราคาถูกตลอดกาล

ปัญหาของภาพยนตร์ไทยที่ขายต่างประเทศไม่ได้นั้น มีหลายปัจจัย ดนตรีประกอบภาพยนตร์ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์ไทยไม่มีราคาหรือราคาด้อยลง สำหรับภาพยนตร์ฝรั่งนั้น ดนตรีประกอบภาพยนตร์เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ภาพยนตร์เลยทีเดียว เพราะดนตรีจะทำให้ภาพยนตร์มีสีสันมากขึ้น มีมิติที่น่าสนใจมากขึ้น

ในที่สุดก็ได้แสดงเจตจำนงที่จะอาสาทำดนตรีประกอบภาพยนตร์ (70 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์) บรรเลงให้ฟรี โดยใช้วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra) เต็มวง ซึ่งมีสมาชิกวง 93 คน จะใช้มากหรือใช้น้อยก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของฉากภาพยนตร์ ส่วนผู้เขียนเพลงประจำที่ทำงานกันอยู่ ก็ให้เขาทำไปเหมือนเดิม ซึ่งมี คุณวิชญ วัฒนศัพท์ (คุณโหน่ง) เป็นผู้เขียนเพลงประกอบภาพยนตร์ แล้วนำเพลงที่ผู้ประพันธ์ได้ทำเอาไว้แล้วมาเรียบเรียงเสียงประสานใหม่ สำหรับเป็นวงออเคสตราให้เต็มวงเท่านั้นเอง โดยมอบหมายให้ ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ เป็นผู้เรียบเรียงเพลงทั้งหมด

ส่วนผู้ควบคุมวงก็ได้มอบหมายให้กับ เดลตา เดวิด เกียร์ (Delta David Gier) ซึ่งเป็นคอนดักเตอร์รับเชิญของวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย จากสหรัฐอเมริกา มาช่วยบันทึกเสียง โดยใช้อาคารมหิดลสิทธาคารเป็นห้องบันทึกเสียง ใช้คณะทำงานทั้งหมดของอาคารมหิดลสิทธาคาร และคณะทำงานของวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย ซึ่งอยู่ในความดูแลของ อาจารย์นพดล ถิรธราดล ผู้จัดการวงดนตรี เป็นผู้รับผิดชอบ

ส่วนภาระทางการเงินที่ใช้สำหรับวงดนตรีบันทึกเสียงนั้น เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการวงดนตรี ที่จะต้องไปหางบมาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับค่าจัดการวงดนตรี นักดนตรี ผู้ควบคุมวง ค่าตอบแทนผู้เรียบเรียงเสียงประสาน และเป็นค่าสถานที่ที่ใช้ในการบันทึกเสียงในครั้งนี้

ทำไมวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงเดือดร้อนที่จะทำเพลงประกอบภาพยนตร์มากนักหนา ทั้งนี้เพราะเห็นว่า ประการแรก เป็นภาพยนตร์ 70 ปี เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชย์ ก็ควรใช้ดนตรีที่อลังการเพื่อให้สมพระเกียรติ

ประการที่สอง ผู้กำกับเป็นบุคคลที่ทำงานภาพยนตร์ที่มีคุณภาพมาตลอด แต่มีเงื่อนไขด้านงบประมาณที่จำกัด แม้การทำงานเพื่อความเป็นเลิศในอาชีพผลิตภาพยนตร์ก็ตาม แต่เมื่อดนตรีที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ไม่สมบูรณ์ ก็ไม่สามารถที่จะสร้างความสมบูรณ์ให้กับภาพยนตร์ได้เต็มที่

ประการที่สาม ยังไม่เคยมีภาพยนตร์ไทยเรื่องใดที่ทำเพลงประกอบด้วยวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยหรือใช้วงออเคสตราเลย เนื่องจากเป็นการทำงานที่ยากและมีค่าใช้จ่ายแพง ดังนั้น ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ 70 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชย์ จึงเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ใช้เพลงประกอบโดยวงซิมโฟนีออเคสตรา

ประการที่สี่ เป็นการพลิกโฉมหน้าใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ไทย ที่ใช้วงออเคสตราเป็นดนตรีประกอบภาพยนตร์ เป็นการสร้างประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์ไทย

ประการที่ห้า เป็นการสร้างโอกาส ยกฐานะ และสร้างคุณภาพให้กับภาพยนตร์ไทย ได้มีโอกาสสร้างงานในระดับสากล ทำให้เสียงดนตรีได้ทำหน้าที่อุ้มภาพยนตร์ให้เต็มศักยภาพของภาพยนตร์ ทำให้คนดูรู้สึกเต็มจอและให้ความรู้สึกที่เต็มอิ่มมากขึ้น

ความหวังสุดท้าย ก็หวังว่าจะเป็นการสร้างอาชีพให้กับนักดนตรี ทำให้นักดนตรีของไทยมีประสบการณ์และเพิ่มศักยภาพในการทำงานมากขึ้น สามารถเล่นดนตรีประกอบภาพยนตร์ได้อีกอาชีพหนึ่ง แถมท้ายหากว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพที่จะทำเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วยวงออเคสตราได้ ในอนาคตก็อาจจะมีความหวังว่า เป็นโอกาสที่ภาพยนตร์จากต่างประเทศมาใช้บริการ อย่างภาพยนตร์ในฮอลลีวู้ด สหรัฐอเมริกา จะเข้ามาบันทึกเสียงดนตรีประกอบภาพยนตร์ในประเทศไทยได้ ซึ่งก็จะบอกภาพใหม่ได้ว่า ประเทศไทยนั้นเจริญแล้ว ทั้งนี้ก็จะเป็นเรื่องคุณภาพและฝีมือล้วนๆ ที่เพื่อนบ้านในอาเซียนยังไม่สามารถที่จะทำได้

ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 เป็นการเปิดรอบปฐมทัศน์ (รอบสื่อมวลชน) ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ 70 ปี ครองราชสมบัติ เปิดตัวที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยใช้วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย ยกวงไปบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ มีนักร้องและนักดนตรีรับเชิญ เป็นการเปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมเข้าชม