การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครองนั้น เริ่มปรากฏตั้งแต่รูปแบบเมืองจำลอง “ดุสิตธานี” ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)
ต่อมาเมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับแรก (พุทธศักราช 2475) ได้เน้นการให้ความรู้ด้านประชาธิปไตยแก่ประชาชน และนำมาซึ่งการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จัดการเรียนการสอนกฎหมายและการเมือง คือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง เมื่อ พ.ศ.2477
จากนั้นมีมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นอีกหลายแห่งทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ซึ่งมหาวิทยาลัยทั้งหลายมีการจัดการเรียนการสอนผ่านคณะนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ และสอดแทรกในเนื้อหาวิชาของคณะวิชาอื่นๆ แต่ก็เป็นความรู้ด้านวิชาการมิได้มีการนำไปปฏิบัติให้เข้าใจถึงความเป็นประชาธิปไตย คนไทยส่วนมากจึงรู้จักประชาธิปไตยจากการเลือกตั้งหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งการเลือกตั้ง คือหลักการสำคัญของความเป็นประชาธิปไตย
ดังนั้น การปกครองระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทยที่ผ่านมากว่า 84 ปี ถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จตามอุดมการณ์ของความเป็นประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีองค์กรหลายองค์กรพยายามสร้างอุดมการณ์ที่เป็นจิตวิญญาณของประชาธิปไตย
องค์กรหนึ่งคือ “สภาพัฒนาการเมือง (สพม.)” โดยคณะกรรมการส่งเสริมวิถีชีวิตประชาธิปไตยและให้การศึกษาทางการเมืองที่จัดให้มีโครงการ “โรงเรียนประชาธิปไตย” ขึ้นเป็นครั้งแรก ในการให้การศึกษา ให้ความเข้าใจ และสร้างจิตวิญญาณประชาธิปไตยที่เป็นรูปธรรม
ความจำเป็นในการจัดการศึกษาโรงเรียนประชาธิปไตย
การเมืองในระบอบประชาธิปไตยเป็นการเมืองที่ได้รับการยอมรับว่ามีจุดบกพร่องน้อยกว่าการเมืองระบอบอื่น เพราะเป็นการเมืองที่อยู่บนพื้นฐานการเคารพในสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทำให้คนอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ปัญหาต่างๆ ในสังคมจะได้รับการปรับปรุงแก้ไขด้วยการมีส่วนร่วมของคนทุกภาคส่วน
การพัฒนาให้คนในสังคมปฏิบัติตนตามระบอบประชาธิปไตยจะให้ประสบความสำเร็จและยั่งยืนต้องอาศัยกระบวนการอบรมกล่อมเกลาทางสังคม (Socialization) ที่ยาวนานและมีความต่อเนื่อง ที่สำคัญที่สุดคือต้องเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็กและเยาวชน กระบวนการการจัดการเรียนรู้ คือ ต้องทำให้เกิดผล ทั้ง 3 ด้าน คือ
1.มีความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2.มีเจตคติที่ดีต่อองค์ประกอบต่างๆ ของการเมืองในระบบประชาธิปไตย
3.มีทักษะในการปฏิบัติตนและอยู่ร่วมกับผู้อื่นตามวิถีชีวิตประชาธิปไตย
การจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียน ครูจึงต้องใช้หลักประชาธิปไตยที่จะต้องจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนเกิดการปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิตประชาธิปไตย โดยครูเป็นต้นแบบของการปฏิบัติวิถีชีวิตประชาธิปไตยด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่สร้างความมีส่วนร่วมของครู นักเรียน และชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ โดยมีแกนนำชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดหลักสูตรการเรียนเพื่อให้เกิดการศึกษาที่เข้าถึงวิถีของชุมชน เพราะโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน นักเรียนคือ ลูกหลานของชุมชนที่ต้องใช้ชีวิตในชุมชน
หลักการในการจัดการเรียนรู้ให้เกิดการปฏิบัติวิถีชีวิตประชาธิปไตย
1.คณะครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน คณะนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียน ผู้นำชุมชนในเขตให้บริการการศึกษาของโรงเรียน ผู้ปกครองนักเรียน มีความเข้าใจและมีส่วนร่วมกันในกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างความเป็นประชาธิปไตยของโรงเรียน
2.คณะครูมีกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่บูรณาการความเป็นประชาธิปไตยในวิชาต่างๆ
3.คณะนักเรียนมีกระบวนการทางความเป็นประชาธิปไตยในการจัดกิจกรรมให้เป็นพลเมืองของโรงเรียน
4.โรงเรียน คณะนักเรียน และแกนนำชุมชนมีกระบวนการ มีส่วนร่วมวางแผนการจัดกิจกรรมสร้างให้นักเรียนเป็นพลเมืองของชุมชน
5.นักเรียนมีส่วนร่วมปฏิบัติการกิจกรรมที่เป็นความเป็นพลเมืองของโรงเรียนและชุมชน
กระบวนการโรงเรียนประชาธิปไตย
การสร้างโรงเรียนประชาธิปไตยมีหลักการสำคัญ 4 ประการ คือ
1.สร้างการมีส่วนร่วม ได้แก่ ประชุมกรรมการโรงเรียน และครู เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ และเป้าหมาย โรงเรียนประชาธิปไตย จัดกระบวนการมีส่วนร่วมด้วยการวางแผนและปฏิบัติการมีส่วนร่วมระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
2.บูรณาการความเป็นประชาธิปไตยในกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยการกำหนดเป้าหมาย การวางแผนจัดการเรียนรู้ การปฏิบัติการเป็นทีมของครูและนักเรียน การประเมินผล และการถอดบทเรียน
3.สร้างนักเรียนให้เป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ได้แก่ สร้างการเรียนรู้การทำงานของสภานักเรียน ให้สภานักเรียนมีส่วนร่วมประชุมในการจัดกิจกรรมกับครูและผู้บริหาร ให้นักเรียนกำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในเรื่องสาธารณะของโรงเรียน และวางแผนกิจกรรมร่วมกันในการแก้ปัญหาของโรงเรียน
4.สร้างความเป็นพลเมืองของชุมชน ได้แก่ การจัดกิจกรรมให้นักเรียนศึกษาข้อมูลชุมชน จัดกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลของชุมชน เชิญผู้นำชุมชนเป็นวิทยากรเรื่องของชุมชน และจัดทำแผนกิจกรรมนักเรียนและชุมชนร่วมกัน
การขับเคลื่อนโรงเรียนประชาธิปไตย
สภาพัฒนาการเมืองขับเคลื่อนโรงเรียนประชาธิปไตย โดยยึดหลักความเป็นประชาธิปไตยในการดำเนินการ กล่าวคือ คัดเลือกโรงเรียนด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกจังหวัด จากนั้นจัดให้มีการคัดเลือกในเวที 5 ภูมิภาค ได้โรงเรียนตัวแทนภูมิภาคหรือโรงเรียนประชาธิปไตยตัวอย่าง ดังนี้
ภาคเหนือ โรงเรียนเสริมงามวิทยาคม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โรงเรียนทุ่งโปร่งประชาสรรค์
ภาคกลาง โรงเรียนวัดคู้สนามจันทร์ (สามัคคีราษฎร์รังสรรค์)
ภาคตะวันออก โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใน)
ภาคใต้ โรงเรียนเทศบาลบ้านเขานิเวศน์
การประเมินผลโรงเรียนประชาธิปไตย
เมื่อจัดทำโรงเรียนประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2559 สภาพัฒนาการเมืองจัดให้มีการเผยแพร่ผลงานโรงเรียนประชาธิปไตยตัวอย่างด้วยการจัดสัมมนาวิชาการสร้างโรงเรียนประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2559 ณ ห้องวายุภักษ์ 5-6 โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพ
มหานคร
การสัมมนานี้มีการแสดงผลงานจากการมีส่วนร่วมของโรงเรียน ครู นักเรียน และชุมชน ในกระบวนการสร้างวิถีประชาธิปไตยของ 5 โรงเรียนสู่สาธารณะ ทั้งนี้ เพื่อขยายแนวคิด แนวทางปฏิบัติการสร้างวิถีประชาธิปไตยของโรงเรียนให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม และนำไปขยายผลต่อไป
จากการประเมินผลของผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า 500 คน และสื่อมวลชน ถือว่ากระบวนการสร้างโรงเรียนประชาธิปไตยจากผลงานของโรงเรียนประชาธิปไตยตัวอย่างทั้ง 5 โรงเรียน ประสบความสำเร็จ สามารถนำไปใช้ในโรงเรียนและสถาบันการศึกษาอื่นๆ ได้
ส่วนสรุป
การสร้างโรงเรียนประชาธิปไตยของสภาพัฒนาการเมืองจากโรงเรียนตัวอย่าง 5 โรงเรียน นับเป็นมิติใหม่ของการปลูกฝังความเป็นประชาธิปไตยที่เน้นการปฏิบัติจริงจากการมีส่วนร่วมของโรงเรียนกับชุมชน ซึ่งการให้ความรู้ความเข้าใจแก่นักเรียนจะได้คนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์ และจิตวิญญาณประชาธิปไตยอย่างลึกซึ้ง
ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
โดย ผศ.ดร.สมหมาย จันทร์เรือง

