หน้าแรก คอลัมนิสต์ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : หรือยุคโซเชียลมีเดีย กำลังถึง‘วาระสุดท้าย’? โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

14.11.22 | 14:01 น.
(ภาพ-Pixabay)

ก่อนอื่นผมค่อนข้างแน่ใจว่า คงไม่สามารถบอกเล่าถึงเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นกับ “โซเชียลมีเดีย” ในเวลานี้ได้หมดจดภายในหนึ่งหรือสองตอน เอาเป็นว่า ถ้าใครอ่านแล้วยังรู้สึกไม่จบ ไม่สะเด็ดน้ำ ก็ขอให้คอยตามกันต่อไปก็แล้วกันนะครับ

เรื่องของเรื่องที่ต้องหยิบกรณีโซเชียลมีเดียมาพูดกัน ก็เพราะปัญหาใหญ่หลวงที่เกิดขึ้นกับยักษ์ใหญ่ของวงการอย่าง เมต้า หรือที่เราคุ้นกันมากกว่าในชื่อเดิมว่าเฟซบุ๊ก แล้วก็ ทวิตเตอร์ ที่ตอนนี้กำลังป่วนหนัก หลังตกเป็นของ อีลอน มัสก์ ไปเรียบร้อยแล้ว

เพราะเหตุสองประการที่ว่านั้นทำให้นักคิด นักเขียน นักทฤษฎีโซเชียลมีเดียหลายต่อหลายคน เริ่มออกมาตั้งคำถามขึ้นมาว่า หรือยุคของโซเชียลมีเดียกำลังจะสิ้นสุดลง หรือโซเชียลมีเดียกำลังถึงวาระสุดท้าย?

เหตุผลที่ทำให้คนเหล่านั้นคิดอย่างนั้น ค่อนข้างที่จะอธิบายแล้วเข้าใจยาก ถ้าหากเราไม่มักคุ้นพอกับการ “เกิดขึ้น” และ “วิวัฒนาการ” ของสื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้

เพราะหลายคนเหล่านั้นเชื่อว่า เหตุปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง ซึ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างเช่นที่เห็นกันอยู่ในเวลานี้ก็คือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติของบริการออนไลน์เหล่านั้น

Advertisement

การเปลี่ยนแปลงที่ทำให้แนวคิดจากการเป็น “บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์” (social-network services) กลายเป็น “บริการสื่อสังคมออนไลน์” (social media services) ซึ่งนอกจากจะเป็น “ไอเดีย” ใหม่ที่ย่ำแย่แล้ว ยังมี “ธรรมชาติที่เลวร้าย” ในตัวเองอยู่ด้วยอีกต่างหาก

เหล่านี้คือประเด็นหลักที่เราจะพูดคุยกันครับ

ย้อนกลับไปสักนิดหน่อยว่าสิ่งที่เราพบเห็นกันทั่วไปทุกวี่วันและขนานนามมันว่า “โซเชียลมีเดีย” มีที่มาอย่างไร คำคำนี้รู้จักกันดีในเวลานี้ก็จริง แต่เพียงแค่ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน บนโลกยังไม่มีคำเรียกนี้อยู่

ตอนนั้นชื่อที่รู้จักกันในคราวแรกๆ ก็คือ “เครือข่ายสังคม” หรือ “social-network” เท่านั้น ผู้ให้บริการทำนองนี้เป็นรายแรก เปิดตัวในปี 1997 ก็คือ “ซิกซ์ ดีกรีส์” (Six Degrees) ที่ตั้งชื่อตาม “บทละคร” ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลพุลลิตเซอร์ ที่มีเนื้อหาว่าด้วยการทดลองทางจิตวิทยาเรื่องหนึ่ง

“ซิกซ์ดีกรีส์” อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อฟองสบู่ดอทคอมระเบิดขึ้นในช่วงปี 2000 ได้ไม่นานก็ถึงกาลล่มสลายปิดตัวไป

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาในปี 2002 ก็คือ “เฟรนด์สเตอร์” รากเหง้าก็มาจากคนของซิกซ์ดีกรีส์นั่นแหละครับ ต่อด้วย MySpace แล้วก็ LinkedIn ในปีถัดมา

แต่ที่ส่งผลสะเทือนไปทั่วโลกก็คือ การมาถึงของ Hi5 กับ Facebook ในปี 2004 ครับ

ปี 2005 กูเกิลพยายามทำอย่างเดียวกันกับ Orkut แต่ไม่รอด ถูกขายให้กับเอโอแอลแล้วก็อเมซอนในเวลาต่อมา เช่นเดียวกับความพยายามปั้น กูเกิลบัซซ์ กับ
กูเกิลพลัส แต่ก็ไม่เป็นผลต้องโละทิ้ง

เว็บไซต์สำหรับการแบ่งปันเนื้อหาในลักษณะต่างๆ อย่างเช่น Flickr สำหรับแบ่งปันแลกเปลี่ยนภาพถ่าย YouTube สำหรับแลกเปลี่ยนวิดีโอ รวมไปถึงเว็บไซต์ที่ให้บริการในทำนอง “บล็อก” ต่างๆ ที่เกิดมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนี้ ล้วนถือเป็น social networks ในทางปฏิบัติทั้งสิ้น

เป้าหมายของบริการเหล่านี้ก็คือ การเชื่อมต่อผู้ใช้คนหนึ่งกับเพื่อนพ้องน้องพี่ คนที่เคยรู้จักมักคุ้น ให้รู้จักคุ้นเคยกันมากยิ่งขึ้น คนที่เคยติดต่อซึ่งกันและกัน แต่ขาดการติดต่อไปนานให้กลับมาติดต่อกันได้ใหม่ ทั้งหมดสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เนื้อหาที่ชอบ ของกินที่ใช่ซึ่งกันและกันได้

พูดง่ายๆ ว่าเป็นบริการออนไลน์ สำหรับ “สร้างเสริมความสัมพันธ์” และ “บริหารจัดการความสัมพันธ์” ระหว่างเพื่อน หรือคนสนิทในแวดวงที่ “รู้จัก” กันนั่นเอง

เว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นเหล่านี้มีปัญหาตั้งแต่แรกเริ่ม ปัญหาหนักที่เป็นไปโดยธรรมชาติก็คือ ผู้ใช้ หรือเจ้าของบัญชีมักลงเอยด้วยการ “สะสม” เพื่อนพ้องน้องพี่ มากกว่าที่จะใช้มันเพื่อแสดงความเป็นเพื่อน เป็นมิตรกับผู้คน

ยิ่งเพื่อนมากขึ้น ความเป็นเพื่อนกับบางคนบางกลุ่มย่อมลดน้อยถอยลงเป็นธรรมดา

อย่างไรก็ตาม บริการเหล่านี้ก็ยังมีประโยชน์ให้มากมายไม่น้อยเช่นกัน (ตัวอย่างเช่น การนัดหมายกันฉลองวันเกิด เป็นต้น)

ถามว่า แล้ว social networks เช่นนี้ กลายมาเป็น social media อย่างที่พบเห็นกันดกดื่นในยามนี้ได้อย่างไรและเมื่อใด

จริงๆ คำตอบของคำถามข้อนี้ไม่มีใครบอกได้ชัดเจนนัก เพราะเชื่อกันว่าทุกอย่างเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และแทบจะไม่มีใครพบเห็น

แต่ว่ากันว่า ตอนที่ social networks กำลังซาความนิยมลงนั่นแหละ social media ก็เริ่มผุดขึ้นมา