หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุดซาบซึ้ง : ...

สุดซาบซึ้ง : โดย กลิ่นบงกช

23.11.16 | 14:00 น.
US Democratic presidential candidate Hillary Clinton and US Republican presidential candidate Donald Trump debate during the second presidential debate at Washington University in St. Louis, Missouri, on October 9, 2016. / AFP / Robyn Beck (Photo credit should read ROBYN BECK/AFP/Getty Images)

เมื่อฟังเสียงคนในบ้านพูดว่าทรัมป์ชนะ! ช็อก! คนทั้งโลก ขณะเดียวกันมือถือที่ผู้เขียนถืออยู่ก็มีไลน์ส่งมา เราทำไม่เป็น เรียกลูกมาดู ลูกบอกว่าแตะที่วงกลมตรงกลาง เราก็ทำตาม ภาพที่ปรากฏคือ ภาพทรัมป์ร้องเพลงคู่กับฮิลลารี แต่เป็นภาษาจีน และอักษรจีนปรากฏ เผอิญผู้เขียนชอบเพลงจีน โดยเฉพาะทำนองนี้ จึงฟังแล้วฟังอีก ภาพที่ปรากฏ ทรัมป์ถือไมค์เดินร้องเพลง บางครั้งมือชี้ไปที่ฮิลลารี คู่แข่งการเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกา บางครั้งทำมือประกอบการร้องเพลง สีหน้าเขาเฉยเมย ฮิลลารีผู้แพ้การเลือกตั้งเล่า! หน้าเธอยิ้ม มองทรัมป์อย่างยอมรับ ว่าท่านคือประมุขของฉัน พลางร้องเพลงด้วยเสียงอันไพเราะ

ภาพสุดท้าย เป็นภาพทั้งคู่หันหน้ามาทางเดียวกัน ร้องเพลงพร้อมกัน พลันก็มีภาพหัวใจทำใบหน้าคนทั้งสองให้อยู่ในหัวใจดวงเดียวกัน แล้วจบเสียงเพลง ทั้งภาพ ทั้งความไพเราะของเพลง และอิริยาบถของทั้งคู่แสดงออกถึงความรักกัน ภาพนี้ก่อให้เกิดความซาบซึ้ง แม้จะแปลภาษาจีนไม่ออก แต่สามารถแปลความรู้สึกได้ดังต่อไปนี้

เสียงเพลง ใบหน้า และท่าทีของผู้แพ้ คือฮิลลารี บ่งความรู้สึกทางตัวอักษรขณะร้องเพลงว่า! ท่านประธานาธิบดีของดิฉัน! ดิฉันขอยอมรับด้วยความจริงใจว่า ดิฉันแพ้ท่าน ในการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของอเมริกา ดิฉันขอแสดงความยินดีกับชัยชนะของท่าน ดิฉันในฐานะผู้แพ้ ดิฉันไม่ปฏิเสธที่ดิฉันเจ็บปวด และดิฉันไม่ปฏิเสธอีกเช่นกันที่ดิฉันเสียใจ ในเกมแข่งขันอันยิ่งใหญ่นี้ แต่มันเล็กน้อยสำหรับประชาชนชาวอเมริกา มันเล็กน้อยสำหรับวิถีชาวอเมริกาของเรา ดิฉันภูมิใจในวิถีอเมริกาของเรา การตัดสินของชาวอเมริกา วิถีการเลือกผู้นำของอเมริกา มันปิดประตูสนิทที่มิให้ดิฉันทำอย่างใด นอกจากยอมรับท่าน เป็นประธานาธิบดีของเรา!
ใบหน้า ทีท่าของผู้คว้าชัยคือทรัมป์ บ่งความรู้สึกทางตัวอักษรขณะร้องเพลงว่า ขอขอบคุณ ในการแสดงออกของท่าน ในการต่อสู้แข่งขัน ท่านได้ทำการต่อสู้อย่างนักสู้ที่แท้จริง เมื่อท่านพ่ายแพ้ ท่านก็ทำกิริยาอย่างผู้แพ้ที่แท้จริง ผมก็ภูมิใจในวิถีของชาวอเมริกา ที่มีการเลือกผู้เป็นประมุขอย่างสะอาด ปราศจากกลิ่นเลือด และน้ำตา ผมภูมิใจในรอยยิ้มของผู้แพ้ชาวอเมริกา ต่อไปเมื่อผมเป็นประธานาธิบดี จะไม่มีการช่วยเหลือคนอื่น ด้วยอามิสสินจ้าง แต่จะช่วยเหลือด้วยการให้ตัวอย่าง รอยยิ้มของผู้แพ้ เหมือนที่ท่านยิ้มให้ผมตอนนี้ จะช่วยเหลือด้วยการให้เห็นตัวอย่างการเลือกผู้เป็นประมุข ที่ปราศจากอามิสสินจ้าง ให้การช่วยเหลือด้วยการเห็นตัวอย่างการเลือกผู้เป็นประมุข ที่ปราศจากการเอาเปรียบด้วยอำนาจอาวุธ และกฎหมาย ขอขอบคุณครับ!

เสียงเพลงยังไม่จบ ฮิลลารีร้องต่อไป ทีท่าของผู้แพ้บ่งความรู้สึกขณะรัองเพลงว่า ท่านประธานาธิบดีของชาวอเมริกา! อดีตที่ผ่านมา ประมุขของอเมริกาถูกคัดเลือกจากการชี้นำของคนมีเงิน แต่การคัดเลือกครั้งนี้ถูกชี้นำจากสังคมรากหญ้า 35-40% ดิฉันยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ สังคมอเมริกาแตกแยกกันอย่างหนัก ดิฉันกำลังดีใจกับภารกิจของท่าน สังคมอเมริกา เคยชี้นำความรุ่งเรืองให้แก่ชาวอเมริกาที่มีฐานะตลอดมาเป็นร้อยปี

บัดนี้ท่านประธานาธิบดีของฉันต้องชี้นำให้ประเทศอื่นเอาอย่างในการสร้างคนรากหญ้าให้มีความรุ่งเรืองในทุกๆ ด้าน ดิฉัน (ขณะนี้หน้าของคนทั้งคู่อยู่ในรูปหัวใจ) ยินดีร่วมมือกับท่านในการทำภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ เพื่อสังคมอเมริกา เพื่อทุกชนชั้นในสังคมอเมริกา

Advertisement

ความรู้สึกในทีท่าของบุคคลทั้งคู่ ทุกประเทศกำลังมองดูอย่างไม่ละสายตา แม้เพียงคำพูดที่ทั้งคู่พูดว่าภูมิใจในวิถีของอเมริกา อะไร? คือวิถีของอเมริกา ชาวอเมริกาคือชาวอังกฤษที่อพยพมาขุดทองที่ดินแดนที่ชาวสเปนชื่อ โคลัมบัส อเมริกา ค้นพบ การอพยพมาจากสังคมอังกฤษ นอกจากมุ่งความร่ำรวยแล้ว ยังมีปัจจัยอีกอย่างคือ เบื่อหน่ายระบบศักดินาที่เก็บภาษีแพง เมื่อมาตั้งหลักกันที่นี่ ก็ถูกทางอังกฤษตามมาเก็บภาษีอีก ตอนแรกก็ยอมจ่าย แต่ต่อมาก็เก็บแพงขึ้นเรื่อยๆ จนทนไม่ไหว พวกอพยพจึงไม่จ่ายภาษีให้อีก อังกฤษจึงยกทัพมาปราบ พวกอพยพเตรียมกองทัพสู้ และก็ชนะเพราะฝรั่งเศสมาช่วย เมื่อประกาศอิสรภาพ จึงละทิ้งระบบเก่า ตั้งประเพณีการเลือกผู้ปกครองใหม่ คือชาวอเมริกันทุกคนมีสิทธิเสนอตัว เพื่อให้ประชาชนเลือกเป็นผู้ปกครองประเทศได้คราวละ 4 ปี ไม่เกิน 2 สมัย นี่คือวิถีของอเมริกาในการเลือกผู้ปกครองประเทศ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนประมุขของประเทศ ชาวอเมริกาไม่มีการเสียเลือด เสียน้ำตา เหมือนประเทศต่างๆ ในโลก ไม่ยกเว้นแม้แต่ประเทศไทย

นี่คือวิถีของอเมริกา ที่ท่านทั้งสองภูมิใจ

แต่แม้อเมริกาจะเปลี่ยนผู้ปกครองประเทศทุก 4 ปี และทุกคนในอเมริกามีสิทธิเสนอตัวก็จริง ถึงกระนั้นตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา คนรวยคือพ่อค้านายทุนเท่านั้นที่ได้เป็นผู้ปกครองประเทศ เพราะเงินเป็นตัวกั้นไม่ให้คนที่ไม่มีเงินเข้ามาเสนอตัวได้ ถึงแม้จะมีช่องทางให้คนอื่นบริจาคได้ ระเบียบนี้สร้างขึ้นเพื่อแก้ตัวว่าแม้คนจนก็เสนอตัวได้ เพราะมีคนบริจาคเงินช่วย ถึงจะมีคนบริจาคช่วย แต่ก็ไม่พอต้องมีเงินของตัวเองเป็นหลัก จึงจะมีเงินหาเสียง ที่ร้ายไปกว่านั้น เงินที่คนอื่นมาช่วยนั้น เขาย่อมหวังผล เหมือนบริษัทนมแห่งหนึ่งนำเงินมาช่วยผู้สมัครคนหนึ่ง เผอิญผู้นั้นได้เป็นประธานาธิบดี ทางบริษัทจึงขอขึ้นราคานมอีกกระป๋องละเซ็นต์ นั่นคือช่วยเพิ่มให้ประชาชนซื้อของแพง
ขึ้น

และนั่นคือเพิ่มความมั่งคั่งให้นายทุนมีเงินมากขึ้น

พฤติกรรมเหล่านี้ คนจนรากหญ้าชาวอเมริการู้ ขอให้สังเกตจะพบว่าทุกครั้งที่กลุ่มประเทศที่เรียกว่าจี 7 ประชุมกันที่อเมริกา คนกลุ่มหนึ่งได้เดินขบวนต่อต้านกลุ่มจี 7 คนเหล่านั้นคือคนระดับรากหญ้าของอเมริกา ที่ออกมาต่อต้านกลุ่มคนที่มีเงิน คราวนี้ปรากฏแน่ชัดแล้วว่าคนรากหญ้าของอเมริกาได้รวมตัวกันเลือกทรัมป์เป็นประธานาธิบดี นี่คือที่ฮิลลารีกล่าวว่า คราวนี้ชาวอเมริกาแตกแยกกันอย่างหนัก ทำไมจะไม่แตกแยกเล่า! เพราะนี่คือชนชั้นพ่อค้านายทุนผู้ซึ่งมีเงินเป็นฐานอำนาจกำลังต้องถอยให้ชนชั้นรากหญ้า ที่มีมวลชนเป็นฐานอำนาจ เหมือนในอดีตที่ชนชั้นปกครองที่มีอาวุธเป็นฐานอำนาจ ต้องถอยให้ชนชั้นพ่อค้านายทุนที่มีเงินเป็นฐานอำนาจ
ฉะนั้น

ผู้เขียนได้เคยเขียนในคอลัมน์นี้ว่า ชนชั้นในสังคมจะแย่งอำนาจกัน สามกลุ่มคือ กลุ่มชนชั้นปกครอง ซึ่งมีอาวุธเป็นฐานอำนาจ ชนชั้นพ่อค้าซึ่งมีเงินเป็นฐานอำนาจ และชนชั้นกรรมกรที่มีมวลชนเป็นฐานอำนาจ เหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดในยุโรปก่อน โดยชนชั้นปกครองลงเวทีอำนาจไป พ่อค้านายทุนได้อำนาจมาแทน แล้วเรียกว่าระบอบประชาธิปไตย แล้วยุโรปตะวันตกก็คงระบอบประชาธิปไตยไว้จนบัดนี้

ส่วนยุโรปตะวันออกชนชั้นรากหญ้ายึดอำนาจจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แล้วปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์ ที่รัสเซีย การเปลี่ยนชนชั้นคราวนี้ของรัสเซียข้ามชนชั้นพ่อค้านายทุนไป ยิ่งกว่านั้นการเปลี่ยนชนชั้นของประเทศนี้ ราชวงศ์โรมานอฟต้องล้มไป ประชาชนต้องล้มตาย เพราะเดินขบวนไปที่เคลมลินเพี่อขอขนมปังกิน แต่พระราชากลับให้กินลูกปืนแทน ดังนั้น ราชวงศ์นี้จึงอยู่ไม่ได้ แต่ระบบคอมมิวนิสต์รัสเซียก็อยู่ไม่ได้นาน ทุกวันนี้เปลี่ยนไปเป็นระบบเลือกตั้งซึ่งเป็นระบบของพ่อค้านายทุนไปแล้ว

ส่วนในเอเชีย จีนก็เปลี่ยนจากประชาธิปไตยไปเป็นคอมมิวนิสต์ซึ่งมีมวลชนเป็นฐานอำนาจ นี่ก็ต้องหลั่งเลือด และกำลังจะกล่าวว่าการเปลี่ยนตามวิถีอเมริกา ที่คนชั้นรากหญ้าลงคะแนนให้ทรัมป์ ชักจะไม่แน่เสียแล้ว ที่จะไม่หลั่งเลือด ต้องดูกันต่อไป

ผู้เขียนเคยสังเกตว่าไทยกับอเมริกามักมีอะไรคล้ายๆ กัน อย่างเช่น เมื่อเมืองไทย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี ตาย
ในตำแหน่ง เคนเนดี้ ประธานาธิบดี อเมริกา ก็ตายในตำแหน่ง และยังมีอีกหลายๆ เรื่องในกาลต่อมา แต่ขณะนี้ ไทยก็กำลังจะเปลี่ยนประมุข อเมริกาก็กำลังจะเปลี่ยนประมุข เมืองไทยเคยมีเศรษฐีที่คนจนเลือกให้มาบริหารประเทศ ขณะนี้อเมริกาก็มีเศรษฐีที่คนจนเลือกให้มาบริหารประเทศ

การเปลี่ยนอำนาจรัฐจากชนชั้นหนึ่งไปอีกชนชั้นหนึ่งนั้น มาจากเมื่อชนชั้นหนึ่งได้อำนาจรัฐแล้ว ละทิ้งคนยากจน เอาเปรียบคนยากจน เขียนกฎหมายให้ได้เปรียบคนยากจน เมื่อเขียนกฎหมายเอาเปรียบคนยากจน ก็กลัวพวกเขามาล้มระบบ จึงพูดขู่ว่าจะเขียนกฎหมายลงโทษประหารชีวิต ถ้ามาล้มระบบการปกครอง ฟังแล้ว น่าหัวเราะ! เพราะประชาธิปไตย ก็คือประชาชนเป็นใหญ่อยู่แล้ว เขาจะล้มไปทำไม! นอกจากคุณจะเขียนกฎหมายเอาประชาธิปไตยบังหน้า แต่อำนาจเป็นของคนอื่น
เท่านั้น!

พฤติกรรมดังกล่าวนี้เป็นการกวักมือเรียกให้ชาวรากหญ้า มาลงคะแนนเลือกคนของตนเท่านั้น เหมือนอเมริกากำลังถูกคนชั้นรากหญ้าลงคะแนนเลือกเศรษฐีที่เขาถูกใจฉะนั้น

โดย กลิ่นบงกช