หน้าแรก คอลัมนิสต์ การจัดการศึกษ...

การจัดการศึกษาและรับถ่ายโอนโรงเรียน กรณีศึกษา อบจ.ชลบุรี

18.11.22 | 12:00 น.

การถ่ายโอนสถานศึกษาทั้งระดับประถมและมัธยมศึกษาเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้ถ่ายโอนโรงเรียนตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ถึงปัจจุบันจำนวนกว่า 500 แห่ง อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับจำนวนโรงเรียนมากกว่า 2 หมื่นแห่ง ภายใต้สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ถือว่าเป็นสัดส่วนเล็กน้อย คณะกรรมการกระจายอำนาจฯได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการถ่ายโอนสถานศึกษา เพราะตระหนักว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีศักยภาพการจัดการศึกษาได้ตามมาตรฐานหรือสูงกว่ามาตรฐาน

บทวิเคราะห์สั้นๆ นี้เป็นผลจากการศึกษาดูงานของคณะอนุกรรมการถ่ายโอนสถานศึกษาไปสังกัดท้องถิ่น ที่ อบจ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งก่อนหน้านั้นคณะอนุกรรมการได้ไปเยี่ยมชมการจัดการศึกษาของ อบจ.นครราชสีมา ซึ่งรับถ่ายโอน 58 โรงเรียนมาแล้ว ในโอกาสนี้ขอนำประสบการณ์เยี่ยมชมโรงเรียนถ่ายโอน 10 แห่งของ อบจ.ชลบุรี มาเล่าสู่กันฟังพร้อมข้อสังเกตและวิจารณ์ตามสมควร

โรงเรียนที่ อบจ.ชลบุรี รับถ่ายโอนจำแนกเป็น กลุ่มโรงเรียนขนาดใหญ่มาก 2 แห่งคือ ร.ร.วัดหนองค้อ
และ ร.ร.พลูตาหลวงวิทยา กลุ่มโรงเรียนขนาดใหญ่ 4 แห่ง คือ ร.ร.ท่าข้ามพิทยาคม ร.ร.หัวถนนวิทยา ร.ร.สวนป่าเขาชะอางค์ และ ร.ร.บ้านคลองมือไทร โรงเรียนขนาดกลาง (มีผู้เรียน 300-400 คน) และขนาดเล็ก (ประมาณ 100 คน) หนึ่งแห่ง คณะอนุกรรมการได้รับทราบความสำเร็จของการจัดการศึกษาซึ่งสรุปได้ว่าเกิดจาก ก) การแสวงหาครูและผู้บริหารที่เข้มแข็งตั้งใจมาทำงาน ความพยายามบรรจุครูให้เต็มอัตรากำลังและครบสาระวิชาการ ข) การสนับสนุนด้านงบประมาณของ อบจ.จากเงินรายหัวนักเรียนและเงินอุดหนุนประเภทอื่นๆ 403 ล้านบาท ที่ได้รับในปี 2565 อบจ.ชลบุรี จัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติม 1,798 ล้านบาท ทำให้โรงเรียนพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างพอเพียง ค) การให้อิสระผู้บริหารสถานศึกษาในการคิดริเริ่มกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ทั้งด้านวิชาการ ภาษี กีฬา ศิลปะ หรือการดนตรี ง) การว่าจ้างครูชาวต่างประเทศเพื่อสอนภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีน จ) การเปิดโอกาสให้ครูได้รับการอบรมความรู้เพิ่มเติม ฉ) การลงทุนในอุปกรณ์การเรียน ห้องเรียน ยานพาหนะ และปรับปรุงภูมิทัศน์

การเติบโตของผู้เรียนและครูเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จและความยั่งยืน ทีมวิจัยได้ประมวลข้อมูลนักเรียนตั้งแต่ปี 2549 ถึง 2565 สรุปได้ว่า อัตราการขยายตัวของจำนวนผู้เรียนร้อยละ 7.95 ต่อปี ในขณะที่อัตราการขยายตัวของครูร้อยละ 9.3 ต่อปี นอกเหนือจากการรับถ่ายโอน อบจ.ชลบุรี จัดตั้งโรงเรียนขึ้นเองในปี พ.ศ.2548 คือ ร.ร.อนุบาลเมืองใหม่ชลบุรี ปัจจุบันเป็นหนึ่งในโรงเรียนยอดนิยมมีผู้เรียน จำนวน 3,133 คน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6

ภาพที่ 1 จำนวนผู้เรียนใน 10 โรงเรียนที่ อบจ.ชลบุรี รับถ่ายโอนตั้งแต่ปี 2549-2565

Advertisement

ภาพที่ 2 การขยายตัวของจำนวนครูใน 10 โรงเรียนสังกัด อบจ.ชลบุรี ปี 2549-2565

คณะศึกษาดูงานได้รับโอกาสสัมภาษณ์นายก อบจ. (นายวิทยา คุณปลื้ม) ที่ปรึกษา (รศ.เชาวน์ มณีวงษ์) และผู้บริหารของสถานศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบาย เรียนรู้เทคนิคการบริหารสถานศึกษา รวมทั้งนโยบายการพัฒนาในอนาคต สรุปความได้ว่า นอกเหนือจากการสนับสนุนโรงเรียน 1 แห่ง ที่จัดตั้งขึ้นเอง และ 10 แห่ง ที่รับถ่ายโอน อบจ.ชลบุรี ยังให้การสนับสนุนเงินทุนแก่โรงเรียนรัฐบาลในจังหวัดชลบุรี เพราะตระหนักว่าการลงทุนใน “เด็กและเยาวชน” นั้นเป็นผลดีต่อประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม อบจ.ชลบุรี ไม่มีนโยบายที่จะรับถ่ายโอนสถานศึกษาเพิ่มขึ้น ได้ตั้งเป้าหมายยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของโรงเรียนทุกด้านทั้งวิชาการ กีฬา ดนตรี หรือศิลปวัฒนธรรม ตามความถนัดของผู้เรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาวัดด้วยคะแนนโอเน็ตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ โรงเรียนได้พัฒนานักเรียนจนกลายเป็นนักกีฬาอาชีพจำนวนมาก รูปภาพที่ 3 ที่แนบมาพร้อมกันนี้แสดงทำเลที่ตั้งของโรงเรียน 11 แห่งที่กระจายในจังหวัด

ภาพที่ 3 แผนที่โรงเรียน 11 แห่งในสังกัด อบจ.ชลบุรี

จากประสบการณ์การศึกษาดูงานจัดการศึกษาของ อบจ.ชลบุรี และ อบจ.นครราชสีมา สรุป
ได้ว่า ก) ทั้งสององค์กรได้ทุ่มเทพัฒนาการจัดการศึกษาได้เป็นอย่างดี ข) การจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมช่วยให้ผู้บริหารโรงเรียนมีอิสระและความคิดริเริ่มในการทำกิจกรรมใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน ค) สถิติจำนวนผู้เรียนเพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความนิยมและการเป็นที่ยอมรับของประชาชนได้อย่างชัดเจน ง) มีการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับทักษะของเด็กและเยาวชนให้เติบโตด้านวิชาการ-ภาษา-กีฬา-ศิลปะและการดนตรี

ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ ● พิชิต รัชตพิบุลภพ

● ณัฐพล สร้อยสมุทร ● สุวิมล เฮงพัฒนา

● ภาคิน เจริญนนทสิทธิ์ ● มีชัย ออสุวรรณ