ตู้หนังสือ ในโลกที่ไม่มีของฟรี เงินใครซื้อบอลโลกให้ดูฟรี
ย้อนหลังไป 60 ปี ไต้หวันกำลังสร้างชาติหลังแพ้สงครามช่วงชิงแผ่นดินจีน การทำกินของโสเภณีเป็นที่กล่าวขวัญในภูมิภาค แต่สามทศวรรษหลังจากนั้น ไต้หวันค่อยๆ เติบโตอย่างแข็งแรง เริ่มยุคแรกๆ ของการพูดถึงทรัพย์สินทางปัญญาจากตะวันตก ไต้หวันเป็นบ้านเมืองที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในหลายด้านถึงที่สุด ไม่ว่างานบันเทิงหรือวิชาการ กระทั่งสหรัฐยังยกธงขาว ได้แต่ขอว่าทำขายกันอยู่แค่ในประเทศก็แล้วกัน อย่าส่งออกไปตีตลาดของแท้อีกต่างหาก (ฮา-แต่อเมริกันคงหัวเราะไม่ออก)
กระนั้น ไม่กี่ปีให้หลัง ก็มีภาพข่าวเผยแพร่เป็นระยะ เจ้าหน้าที่ไต้หวันนำกองข้าวของเครื่องใช้ เช่น นาฬิกา ทั้งแผ่นซีดีละเมิดลิขสิทธิ์เป็นภูเขาเลากา ออกมาทำลายต่อสาธารณะ
เนื่องจากไต้หวันสร้างเศรษฐกิจได้เข้มแข็ง เป็นบ้านเมืองหนึ่งซึ่งมีอู่ต่อเรือใหญ่ที่สุดในโลก เรื่องของโสเภณีเลือนหาย ไม่อยู่ในความทรงจำอีกต่อไป
เช่นเดียวกับอินเดียในช่วงเดียวกัน อาจเรียกได้ว่าเป็นประเทศที่หนังสือวิชาการราคาถูกที่สุดในโลก ขนาดสั่งเข้ามาขายเมืองไทยยุควังบูรพายังรุ่งเรือง ตำราวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ฯลฯ เล่มหนาครึ่งคืบ ยังขายแค่เล่มละ 15 บาท 30 บาท 50 บาท เป็นตำราแปลละเมิดที่อินเดียบอกว่า หากไม่ทำเช่นนี้ก็ไม่ทันกับการเรียนรู้
เมืองไทยนั้น เข้าไปร่วมกลุ่มกฎหมายซึ่งแต่ก่อนเรียกว่า “ลิขสิทธิ์” แต่ต้น ซึ่งเริ่มมีการตรวจตราจากต่างประเทศเข้มข้นขึ้น เมื่อนิยายขายดีถูกแปลสู่ตลาดอย่างแพร่หลาย และแผ่นซีดีเพลงค่อยๆ เฟื่องขึ้นมา ซึ่งอัตรา 200 บาทต่อแผ่นหรือกว่านั้น ก็มากเกินกว่านักนิยมเพลงจะจ่ายเงินได้ การตอบสนองด้วย “แผ่นผี” จึงเป็นที่นิยม การเข้ามาของการเรียกค่าลิขสิทธิ์วรรณกรรมและเพลงจึงเกิดขึ้น
อังกฤษได้เข้ามาพบสื่อไทย ผ่านทางสถานทูต ตอนนั้น “เรา” (มติชน)ได้ให้ความเห็นกับตัวแทนอังกฤษไปว่า ลิขสิทธิ์วรรณกรรมนั้นจะใช้มาตรฐานรายได้เช่นเดียวกับตะวันตกไม่ได้ และใช้มาตรฐานคุณค่าเช่นแผ่นซีดีก็ไม่ได้
เนื่องจากแผ่นซีดีเพลง (หรือภาพยนตร์ซึ่งตามมาภายหลัง) นั้น การละเมิดทำได้ง่ายเพียงแค่ลงทุนปั๊มแผ่นออกมาเป็นร้อยเป็นพันตามสะดวก แต่งานวรรณกรรมเป็นงานสติปัญญา ต้องใช้ความรู้และความสามารถทางภาษาสองด้านจากต้นทางสู่ปลายทาง เป็นการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม นั่นประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง “คุณ” ต้องสำรวจตลาดเพื่อเข้าใจว่า การผลิตหนังสือขายในเมืองไทยนั้น ขายได้ 3,000 เล่มก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว (อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยของหนังสือขายได้ – ซึ่งยังมีปัญหาตามมาอีกว่า สามพันเล่มนั้น ใช้เวลาขายกี่เดือน หรือขอประทานโทษ, กี่ปี) จะเก็บเงินตามมาตรฐานอัตราตะวันตกได้อย่างไร
เขาก็ทำท่าว่าจะเข้าใจ มีการแต่งตั้งตัวแทนฝ่ายกฎหมายขึ้นคอยสอดส่องตลาด จากนั้นเรื่องการเก็บค่าลิขสิทธิ์จากต้นทางฝ่ายต่างๆ ก็ดำเนินผ่านมากระทั่งปัจจุบัน
ตัวแทนสหรัฐเคยกล่าวเมื่อช่วงเริ่มต้นการเรียกร้องค่าทรัพย์สินทางปัญญาว่า “พวกคุณ” (ไทย) มีข้าวขาย มีรายได้จากข้าว เราไม่มีข้าว เรามีเทคโนโลยี เราจึงต้องหารายได้จากเทคโนโลยี (คือจ่ายค่าปั๊มแผ่นให้เราด้วย แหะแหะ)
เรื่องนี้ย่อมเข้าใจกันอยู่แล้ว – วิธีช่วยเหลือตัวเองย่อมเกิดจากการดิ้นรนหาทางอยู่รอดก่อนเบื้องแรก เช่น สามขั้นตอนของญี่ปุ่นหลังแพ้สงครามโลกคือ 1.ลอกเลียน 2.พัฒนา 3.สร้างเทคโนโลยีของตัวเอง (จนท้ายที่สุด สามารถกลับไปขายฝ่ายตะวันตกได้) เมื่อมาตรฐานการเติบโตของแต่ละสังคมไม่เท่ากัน ด้วยเหตุปัจจัยที่ต่างกัน พฤติกรรมเริ่มแรกของไต้หวัน อินเดีย ดังกล่าวมา จึงต้องการความเข้าใจ การยืดหยุ่น ผ่อนปรน มิใช่การพิพากษา ลงโทษ
ชักแม่น้ำไปไกลถึง 60 ปีก็เพราะ อยากให้อ่าน “บอลโลกที่จะได้ดูหรือเปล่าก็ไม่รู้ กับจริยธรรมใหม่เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา” ของ กล้า สมุทวณิช ทางมติชน ออนไลน์ พุธที่ผ่านมา เพื่อเข้าใจเรื่องการเสพสินค้าลิขสิทธิ์ทุกวันนี้ แม้คนที่ยังคิดถึงสมัยแพทย์หรือนักค้นคว้าที่พบยาหรือการรักษาโรคแบบใหม่ แล้วมอบผลที่ค้นพบนั้นแก่โลก อาจยังคิดตั้งคำถามอยู่ดี กับบริษัทยาที่ลงทุนกับการคิดยาคิดวัคซีน เพื่อจะได้“สินค้า” ที่หาทางให้คนใช้ได้มากและนานที่สุด กับการทำกำไรไม่สิ้นสุด – ก็คงต้องตั้งคำถามต่อไป
เพราะยุคนี้เป็นยุคการทำกำไร ยุคหาเงิน – ชัดเจนยิ่งกว่ายุคใดๆ
เพราะเงินเป็นเรื่องเล่าที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ความนี้ ยูวัล โนอา อารารี เป็นคนว่าไว้ (อ่านต่อไปจะเจอ)

⦁ ภาวการณ์ระส่ำระสายของฝ่ายรัฐบาล อาจทวีความดุเดือดขึ้น เมื่อนายกฯส่งสัญญาณหลายครั้งว่า หลังเอเปคค่อยตอบ คำถามสำคัญหลายคำถาม
เอเปคที่มีชะลอมเป็นสัญลักษณ์การสานสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียว แต่สถานการณ์การเมืองฝ่ายขั้วที่ครองอำนาจ ซึ่งอยู่ในชะลอมเดียวกันกับขั้วอื่นๆ ดูจะมิได้ดำเนินตามความหมายของการสมัครสมานดังเจตนา แต่ที่เกิดขึ้นมากที่สุดและดุเดือดที่สุดในการช่วงชิงอำนาจ อาจทำให้ชะลอมใบนี้ฉีกขาดและแตกระเบิดออกได้ง่ายๆ
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับรับประชุมเอเปค ว่าด้วย “หลัง” การประชุม ชะลอมจะ “แตก” หรือไม่ อ่านความเห็นพิเศษของ ท้อฟฟี่ แบรดชอว์ ส่องเด็กสมัยนี้ ผ่าน “ที-ป๊อป คอนเสิร์ต เฟสต์” คุณรู้จัก “เจน แซ่ด” หรือเจน ซี (Gen Z) ดีแค่ไหน
อ่านเอเปคฟอกเขียว กุเลาหอมกลบเนื้อหา ภาพ ปชต. แบบปลอมๆ, ตามแกะรอยพรรคนายกฯจาก ศอฉ. 2553 สู่ ศอฉ. 2565 ดูสายสัมพันธ์ราบ 11 จับตาจันทร์โอชาขั้วใหม่, นิด้าโพลครบทุกภาค พท. แผ่นดินถล่ม ดูกลยุทธ์ ภท.
เวียนหัวจนนาทีสุดท้าย ลุ้นถ่ายสดบอลโลก ถึงเวลาสังคายนาทั้งระบบ
อ่านประจักษ์ ก้องกีรติ มองผ่านการเปลี่ยนแปลง แนวโน้มผลเลือกตั้ง 2566 และเปิดปมเด้งผู้การชลบุรี ตั้ง กก. สอบและฟัน ม.157 โยงเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาคดีบุกทวงหนี้ พูลวิลลา, อ่านเลือกตั้งอเมริกัน ใครแพ้ใครชนะ
ฉบับนี้อ่านไป ติดตามดูหน้าตาบ้านเมืองกับการชุมนุมประท้วงไป

⦁ วางแผงแล้ว หลังให้จองก่อนอ่านก่อน นิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม เจ้าเดียวเจ้าเดิมไม่มีสาขา ฉบับว่าด้วย “75 ปีแอนตี้ 2475” ให้รายละเอียดและข้อเท็จจริงของเหตุการณ์รัฐประหาร พฤศจิกายน 2490 ที่ล้มรัฐธรรมนูญครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ทำให้ทหารเข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจ เกิดคำใหม่ที่บอกความหมายชัดเจนเช่น หุ้นลม, ไม้กันหมา ฯลฯ ขึ้น
ผ่านมาถึง 75 ปี การเรียนเบื้องหลัง เบื้องลึก จึงน่าสนใจพิเคราะห์ยิ่ง
พิเศษ ยังมี คิวอาร์โค้ด เพื่อชมภาพยนตร์ รัฐประหาร 2490 ฉบับสมบูรณ์ ของ แท้ ประกาศวุฒิสาร จากหอภาพยนตร์ให้ประจักษ์แก่ตา อย่าพลาด
และยังแจกฟรีเอกสาร ศาสนาผี ในไทยหลายพันปีของ สุจิตต์ วงษ์เทศ ให้อ่านด้วย เพื่อเข้าใจผีที่เราถือมั่นอยู่กับตัวโดยไม่รู้มานานให้ถ่องแท้

⦁ หนังสือของนักเขียนที่คนรู้จักกันทั่วโลกแล้ว ยูวัล โนอา อารารี ผู้เขียน เซเปียนส์ อันลือเลื่อง มากับงานอีกชิ้นที่น่าอ่าน เราผู้ไม่อาจหยุดยั้ง เล่ม 1 ว่าด้วย มนุษย์ครองโลกได้อย่างไร แปลโดย นำชัย ชีววิวรรธน์
หนังสือสมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่เคยคิดหรือรู้สึกอัศจรรย์ใจว่า เราเป็นใคร มาถึงวันนี้ได้อย่างไร ฉายภาพจากทุ่งหญ้าสวันนาในแอฟริกา ไปถึงดินแดนน้ำแข็งในกรีนแลนด์ มนุษย์ปกครองพิภพ แต่มนุษย์ทรงพลังขนาดนั้นได้อย่างไร
ผู้เขียนเผยอำนาจวิเศษของมนุษย์ ที่ใช้สร้างสิ่งประหลาด ลึกลับ เช่น ภูตผี วิญญาณ ถึงรัฐบาลและบรรษัท เริ่มด้วยการตามรอยจากแอฟริกา รู้ว่าไฟทำให้กระเพาะอาหารเล็กลงอย่างไร ฟุตบอลบอกอะไรเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ได้บ้าง
ทำไมเงินจึงเป็นเรื่องเล่าที่ประสบความสำเร็จสูงสุด นี่เป็นเรื่องมนุษย์ที่เด็กๆ จะไม่เคยได้ยินมาก่อน และผู้ใหญ่ไม่เคยรู้ โดยมีคนแคระ งูยักษ์ วิญญาณสิงโตที่อาศัยเหนือก้อนเมฆ และนิ้วมือของเด็กอายุ 5 หมื่นปีที่แสดงต้นกำเนิดมนุษย์ให้เห็น
และนี่คือหนังสือภาพสีเล่มใหม่ ที่งดงาม ชวนให้ดื่มด่ำของนักเขียนยอดนิยม สำหรับนักอ่านรุ่นเยาว์ ด้วยรูปแบบเอกลักษณ์เพื่อกลุ่มนักอ่านใหม่ แต่เป็นเรื่องจริงอันเป็นมหากาพย์ของเราเอง ที่ไม่ว่า 9 ขวบหรือ 99 ปีก็อ่านได้อิ่มเอม

⦁ งานประวัติศาสตร์ที่ต้องถือว่าทันสมัย เนื่องจากเป็นงานที่ใช้ประกอบการเรียนการสอนในวิชาประวัติศาสตร์จีนที่ผู้เขียน กรพนัช ตั้งเขื่อนขันธ์ ใช้อยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย จึงมิใช่เรื่องเก่าพ้นยุคแน่นอน
ประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ เริ่มตั้งแต่ต้นราชวงศ์ชิง ปฐมบทก่อนสงครามฝิ่น, สงครามฝิ่น, ไท่ผิงเทียนกั๋ว, ราชวงศ์ชิงกับการปฏิรูป, นักมวยอี้เหอถวน, 1911 การปฏิวัติที่ไม่สิ้นสุด, ขบวนการสี่พฤษภา, ทศวรรษนานกิง, เซี่ยงไฮ้กับความเป็นสมัยใหม่, พรรคคอมมิวนิสต์กับการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน-อ่านแล้วจะเห็นภาพสังคมจีนที่ผ่านร้อนหนาวมาสาหัสในช่วงเข้าสมัยใหม่นี้
เพื่อจะเข้าใจผู้นำจีนปัจจุบันว่า การเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ที่ถูกฉีกประเทศ ถูกเอารัดเอาเปรียบข่มเหงมานั้น มิได้นานจนลืมเลือนไป เป็นแผลที่ยังต้องเยียวยา เยียวยาด้วยความจริงใจต่อตนเอง จริงใจต่อโลก

⦁ กว่าค่อนศตวรรษจนถึงเกือบร้อยปีมานี้ ไม่ว่าจากแวดวงวรรณกรรม หรือจากโลกภาพยนตร์ตะวันตก คนเรียนหนังสือจำนวนมากในโลกรวมทั้งเมืองไทย ย่อมได้ยินชื่อ แฮมเล็ต Hamlet ละครโศกนาฏกรรมเรื่องโดดเด่นที่สุดของมหากวี วิลเลียม เชคสเปียร์ อันเป็นต้นกำเนิดวรรณกรรมแนวกระแสสำนึก
และเป็น 1 ใน 10 เล่มต้นอันดับหนังสือสากล 100 เล่มที่ต้องอ่านก่อนตาย
เราอาจจะเคยอ่านผ่านไปผ่านมา ได้ยินผ่านไปผ่านมา ได้ดูผ่านไปผ่านมา หนังสือเล่มนี้แปลโดย ศวา เวฬุวิวัฒนา จะช่วยให้จำเรื่องนี้ขึ้นใจ เห็นภาพชัด
วิญญาณพ่อของ “แฮมเล็ต” กษัตริย์องค์ก่อน ปรากฏตัวขึ้นในคืนเหน็บหนาว ขอให้ล้างแค้น “คลอเดียส” น้าชายผู้กระทำ แฮมเล็ตอยากสืบให้แน่ชัด โดยจ้างคณะละครมาแสดงฉากฆาตกรรมจนได้คำตอบชัดเจน จึงต้องการลงมือ “เกอร์ทรูด” แม่แฮมเล็ตแต่งกับคลอเดียสทันที จนเหมือนเขาถูกกีดกันให้แยกจากครอบครัว
“โอฟีเลีย” คนรักก็ถูกพ่อ “โพโลเนียส” กับพี่ชาย “เลแอร์ทีส” กันให้อยู่ห่างแฮมเล็ต ขณะเรื่องดำเนินไปกระทั่งท้ายสุด ด้วยความขัดแย้ง การแก้แค้น และจบลงด้วยเลือดที่นองท้องพระโรง
จบแล้วจะเข้าใจแนวทางวรรณกรรมหลายๆ เรื่องในหลายทศวรรษต่อๆ มา

⦁ จากนักเขียนที่เดินขายเรื่องอยู่นานก็ขายไม่ได้ จนสำนักพิมพ์หนึ่งยอมพิมพ์ให้ไม่กี่เล่ม The Firm กลับดังระเบิดขึ้นมา (กลายเป็นหนังที่ ทอม ครูส เอามาเล่นเป็นพระเอก) จนสำนักพิมพ์ต้องขอย้อนไปเอางานที่เขียนก่อนเล่มแรกที่ไม่มีใครสนใจเหมือนกันนั้น กลับมาพิมพ์ จากนั้นจึงกลายเป็นนักเขียนขายดีจนเดี๋ยวนี้ “เดอะ ซีแอตเติล ไทม์ส” เคยกล่าวว่า จอห์น กริแชม ไม่ใช่แค่มีชื่อเสียง แต่เป็นหนึ่งในนักเขียนที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ปัจจุบัน เรื่องที่เขียนล้วนมีโครงเรื่องสนุกและฉลาดสุดสุด – นักอ่านเรื่องแปลไทยหลายคนย่อมคุ้นกับชื่อนี้มานานแล้ว
วันนี้มีเรื่องใหม่ของกริแชม คนนอกคอกในคอกทนาย แปลโดย ขจรจันทร์ มาให้เพลิดเพลินอีกเรื่อง เมื่อเด็กหญิงฝาแฝดถูกสังหารโหดในบ่อน้ำในเมืองเล็กๆ ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้ทันควัน ด้วยการคลั่งลัทธิซาตาน กับประวัติอาชญากรรมยาวเหยียด โทษสถานเดียวของผู้ต้องหาคือประหารชีวิตแน่นอน
ไม่มีทนายจำเลยคนไหนอยากเสี่ยงกับคดีนี้ นอกจากทนายนอกคอกที่โจนเข้าใส่ ท่ามกลางเสียงก่นด่าของคนทั้งเมือง เขาเล่นตามกติกาและงัดข้อเท็จจริงสู้คดี แต่เมื่อสืบใกล้ฆาตกรเข้าไป เขาถูกจับเข้าคุกไปอีกคน คนร้ายในเงามืดเล่นนอกเกมใส่ ทนายนอกคอกจึงต้องตอบโต้ด้วยวิธีนอกคอกบ้าง
แนวทางเรื่องวางไว้อย่างนี้ ย่อมวางใจได้ว่าอ่านสนุกแน่ๆ เผลอๆ อาจเป็นหนังให้ดูไปอีกเรื่อง ตามระดับฝีมือกริแชมที่ทำเป็นหนังมาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง

⦁ นิยายแปลที่อยากให้อ่าน เป็นอนุสรณ์ หรือ “เมมโมเรียล Memorial” เขียนโดย ไบรอัน วอชิงตัน แปลโดย ศรรวริศา งานขำขันแสนสะเทือนใจ
เรื่องของเกย์หนุ่มที่เป็นเชฟชาวญี่ปุ่นในร้านอาหารเม็กซิกัน ในฮูสตันสหรัฐ กับหนุ่มผิวสี ครูพี่เลี้ยงในสถานรับเลี้ยงเด็ก ที่รักกันแนบแน่นมาหลายปี แต่เกิดไม่แน่ใจขึ้นมา เมื่อฝ่ายเชฟต้องกลับไปดูใจพ่อซึ่งไม่ค่อยรู้จักที่โอซากาเป็นครั้งสุดท้าย ส่วนครูเลี้ยงเด็กก็ต้องต้อนรับดูแลแม่ของเชฟที่บินไปเยี่ยมลูก
ที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องของรักแรกอันยิ่งใหญ่ เรื่องของครอบครัวในทุกความหมาย ทุกรูปแบบ การเป็นคนที่ควรจะเป็น จนถึงข้อจำกัดของความรัก
คนจะเขียนเรื่องเหล่านี้ ต้องละเอียดอ่อนขนาดไหน ที่จะเข้าใจความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะเมื่อตัวเอกทั้งสองต้องเป็นเกย์ มิใช่เรื่องของหญิงชายทั่วไป

⦁ นิยายแปลขายดีอีกเรื่อง ที่มีสามเล่มชุด บิสโทร ปา มาล (Bistro Pas Mal) ของนักเขียนญี่ปุ่น ฟุมิเอะ คนโดะ แปลโดย กนกวรรณ เกตุชัยมาศ เล่มนี้เป็นเล่มที่สาม มาการงก็คือมาการง งานยอดนิยมที่ขายได้กว่า 3 แสน 6 หมื่นเล่มในญี่ปุ่น จนถูกซื้อไปทำหนังทีวีชุดเรื่อง Chef Wa Meitantei หาดูได้
เรื่องของร้านอาหารฝรั่งเศสแบบทำกินในบ้าน (โฮม คุกกิ้ง) บริการโดยพ่อครัวมิฟุเนะ กับผู้ช่วยช่างสังเกต ซึ่งมิได้สนใจเพียงปรุงอาหารคาวหวาน หรือแนะนำไวน์สารพัดให้ลองลิ้มให้เหมาะกับมื้อ แต่ยังให้รสชาติด้วยบทสนทนา และการใส่ใจปัญหาลูกค้าที่นำพาเข้ามาในร้านพร้อมความหิวอีกด้วย – อ่านเพลิน
⦁ การเมืองผ่านมาหลายหัวเลี้ยวหัวต่อแล้ว แต่ยังไม่เห็นจะถึงหัวเลี้ยวสำคัญที่มุ่งอนาคตอันรุ่งสักที โรคระบาดผ่านมาหลายระลอกแล้ว ก็ยังไม่เห็นท่าทีว่าจะหยุดระบาด
มนุษย์ครบ 8,000 ล้านคนแล้ววันนี้ ครัวของโลกจะรับไหวหรือไม่ใครรวย
บรรณาลักษณ์

