‘เอเปค’ในยุคสมัยเช่นนี้

20.11.22 | 12:00 น.

ประชุมเอเปคผ่านไป ผลที่ได้เหมือนกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งหน้าตั้งตารอคอยหรือไม่ คอยการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญที่จะสรุปให้ฟังหลังจากนี้

การประเมินจะอยู่กับประเด็น ไทยได้อะไรจากการประชุมระดับโลกครั้งนี้ ได้มากหรือน้อยกว่าที่หวัง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคงจะมองใน 2 มิติ คือ การเมือง เศรษฐกิจ

ในทางการเมือง ผลที่ได้กับประเทศ ประเด็นอยู่ที่ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเราที่ได้จากการประชุมใหญ่นี้ ว่านานาชาติให้เกียรติแค่ไหน ซึ่งชัดเจนว่าคงวัดจากท่าทีของผู้นำประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจ

ย่อมลงมาก็จะเป็น ความสง่างามของผู้นำไทยในเวทีโลก การแสดงออก คำพูดทั้งบนเวที และการพบปะเสวนากับผู้นำประเทศต่างๆ “นายกรัฐมนตรีไทย” โชว์ความเฉลียวฉลาดบนฐานผลประโยชน์ของประเทศได้แค่ไหน

ราคาของผู้นำประเทศไทย ในสายตาผู้นำประเทศอื่นโดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจมีแค่ไหน

Advertisement

ซึ่งทั้งหมดทั้งสิ้นจะสะท้อนผ่านภาพ และเสียงทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการจากสื่อต่างๆ

การประเมินว่าในทางการเมืองได้ หรือเสียแค่ไหนอย่างไร นอกจากจะมีการเปรียบเทียบกับการจัดประชุมใหญ่ของประเทศเพื่อนบ้านในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนี้แล้ว น่าจะต้องมีการเปรียบเทียบกับการจัดประชุมเดียวกันนี้ (เอเปค) ที่ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้ว 2 ครั้งคือ สมัยนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน และ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เมื่อเทียบกันกับนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใครสง่างาม ดูเฉลียวฉลาด นำเสนอประเด็นที่เป็นประโยชน์กับประเทศ และยืนอยู่ในฐานะที่เท่าเทียม ซึ่งผู้นำโลกให้เกียรติได้มากกว่ากัน

การประเมินคงไม่ยุ่งยากอะไร เพราะปรากฏเรื่องราวและภาพชัดเจน เป็นข่าวที่เพียงพอสำหรับนำมาวิเคราะห์อยู่แล้ว

หลังจากนี้ไม่นานเสียงผู้เชี่ยวชาญคงจะนำมาชี้ให้เห็น

เช่นเดียวกับมิติทางเศรษฐกิจ ข้อเสนอของผู้นำได้รับความสนใจ เป็นประโยชน์กับประเทศไทยเราแค่ไหน ผลประชุมครั้งนี้ประเทศไหนได้ประโยชน์ที่สุด ใครที่ต้องได้รับผลกระทบในทางเสี่ยงที่จะทำให้ยุ่งยากในการบริหารจัดการประเทศต่อไป

นั่นเป็นเศรษฐกิจภาพใหญ่ที่เป็นภาคบังคับให้ผู้เชี่ยวชาญจะต้องแสดงให้เห็นอยู่แล้วว่าผู้นำในยุคสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำได้แค่ไหน ส่งผลต่อประเทศอย่างไร

ส่วนเศรษฐกิจในภาพย่อย อันหมายถึงความพยายามใช้เวทีระดับใหญ่ที่มีสื่อมวลชนทั่วโลกมานำเสนอเรื่องราวในประเทศให้เป็นโอกาสของการส่งเสริมการท่องเที่ยว

ประเทศไทยเราในยุคสมัยเช่นนี้ มองเห็นจุดขายของประเทศอยู่ตรงไหน และทำอะไรกับการขายนั้น

อาหารในเรื่องราวของปลาเค็มตากใบ ไก่เบตง ข้าวซอยเชียงใหม่, ศิลปะมวยไทยของ บัวขาว, การนำเสนอเบิร์ด ธงไชย ในฐานะนักร้องอันดับหนึ่งของประเทศ, ศิลปะการแสดงจากภาคต่างๆ หรือกระทั่ง ยิ้มสยาม โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และอื่นๆ ที่นำเสนออย่างเป็นทางการ

พร้อมกับภาพเมืองไทย สังคมไทยที่สื่อมวลชนต่างชาติจะไปเที่ยวขุดค้น เจาะลึก เพื่อนำเสนอหลังจากที่กลับประเทศเขาไป

งานนี้แน่นอนย่อมรวมถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มเห็นต่าง ว่าทำได้แค่ไหน และอำนาจรัฐมนตรีมีวิธีการจัดการอย่างไร เป็นการเปิดเสรีภาพในการแสดงออก หรือปราบปรามเพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลมีความสามารถควบคุมประชาชนให้อยู่ในความสงบราบคาบได้

ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ จะวิเคราะห์ให้ฟังหลังจากนี้

แน่นอนจะเป็นการวิเคราะห์วิจารณ์เพื่อให้มองเห็นแง่มุมต่างๆ เพื่อเก็บเอาไว้เป็นบทเรียน

ส่วนไหนดีก็เก็บไปต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ในทางที่ดีมากขึ้น

ส่วนไหนไม่ดี หรือยังดีไม่พอก็นำไปแก้ไข เพื่อให้ความเสียหายหมด หรือลดน้อยลง

ประเด็นสำคัญคือ ท่ามกลางกระแสการเมืองที่เคลื่อนสู่การเลือกตั้ง และครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่การต่อสู้เข้มข้น และแหลมคมยิ่ง

ความหวังที่คิดเอาการประชุมเอเปคมากู้ชื่อ สร้างภาพผู้นำที่สง่างาม เฉลียวฉลาด พล.อ.ประยุทธ์ รู้สึกประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้หรือไม่

และ พล.อ.ประยุทธ์ จัดการอย่างไรกับผลต่อความรู้สึกนั้น

ทั้งหมดทั้งสิ้นที่เกิดกับ ความรู้สึก นึก คิด ของ พล.อ.ประยุทธ์ จะส่งผลต่อท่าทีการแสดงออก และการจัดการกับการวิพากษ์วิจารณ์

ชะตากรรมของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด จะคาดหวังว่าการวิพากษ์วิจารณ์จะเกิดผลในทางดีกับการจัดการประเทศได้หรือไม่ แค่ไหน

ขึ้นอยู่กับชะตากรรมของประเทศในยุคสมัยเช่นนี้

สุชาติ ศรีสุวรรณ