ภาพเก่าเล่าตำนาน 444 วัน…ที่โลกไม่ลืม
4 พฤศจิกายน พ.ศ.2522 เกิดเหตุการณ์…“กูไม่กลัวมึง”
เช้าตรู่วันนั้น…ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน นักศึกษาชาวอิหร่านนับร้อยคนบุกกรูเข้าไปในสถานทูตอเมริกา
จับเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐทั้งหมดเป็นตัวประกัน…
ตามข้อ 22 ของอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต ค.ศ.1961 กำหนดว่า…
1.สถานที่ของคณะผู้แทนจะถูกละเมิดมิได้ ตัวแทนของรัฐผู้รับไม่อาจเข้าไปในสถานที่นั้นได้ เว้นแต่ความยินยอมของหัวหน้าคณะผู้แทน
2.รัฐผู้รับมีหน้าที่พิเศษที่จะดำเนินการทั้งมวลที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสถานที่ของคณะผู้แทนจากการบุกรุก หรือความเสียหายใด และที่จะป้องกันการรบกวนใดต่อความสงบสุขของคณะผู้แทน หรือการทำให้เสื่อมเสียเกียรติของคณะผู้แทนหลักกฎหมายระหว่างประเทศ…
แปลเป็นภาษาคนธรรมดาคือ “อาณาเขต-พื้นที่สถานทูต” ของประเทศใดย่อมเป็นพื้นที่ของประเทศนั้นๆ
การบุกยึดสถานทูตสหรัฐเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ที่แทบไม่เคยมีมาก่อน…
ขอย้อนหลัง-เบื้องลึก…เหตุการณ์บันลือโลก…
ในอดีต…อิหร่าน…ดินแดนที่มั่งคั่งด้วยน้ำมัน หากแต่ผลประโยชน์ล้นฟ้าจากน้ำมัน…กลับไปอยู่ในมือชาวต่างชาติ…คืออังกฤษ
นายกรัฐมนตรี โมฮัมหมัด มอสซาเดก ของอิหร่าน ต้องการยึดสิทธิการผลิตน้ำมันกลับมาเป็นของรัฐ เพราะธุรกิจน้ำมันส่วนใหญ่ ถูกอังกฤษควบคุม สูบเลือด สูบเนื้อ…
หน่วยข่าวกรองของสหรัฐและอังกฤษจึงวางแผนทำรัฐประหารกำจัดนายกฯอิหร่านออกจากรัฐบาล…ทำได้สำเร็จ

อเมริกาสนับสนุน โมฮัมหมัด เรซา ชาห์ (Muhammad Reza Shah Pahlavi) ขึ้นมาบริหารประเทศแทน
พระองค์ทรงใช้หน่วยตำรวจลับ ซาวัก ปิดปาก กำจัดฝ่ายที่เป็นศัตรูกับพระองค์
อยาตอลเลาะห์ โคไมนี ผู้นำอิสลาม กลายเป็นศัตรูคนสำคัญ…เผ่นหนีไปอยู่ในเมืองนาจาฟในประเทศอิรัก
โคไมนีถูกควบคุมตัวอย่างใกล้ชิดในเมืองศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมชีอะห์ในอิรัก
ในเวลาต่อมา พระเจ้าชาห์ได้ทรงขอให้ ซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำอิรักในขณะนั้นขับไล่เขาออกจากประเทศ …โคไมนีเลือกไปอยู่ในฝรั่งเศส
โคไมนี…มีอิสระที่จะสื่อสารกับคนทั้งโลก ด้วยความเด็ดขาดและปฏิเสธที่จะประนีประนอม เขาได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ
สถานการณ์ในอิหร่าน…สับสน ไร้เสถียรภาพ…
13 มกราคม พ.ศ.2522 ชาวอิหร่านรวมตัวกันออกมาขับไล่ พระเจ้าชาห์ต้องบินออกนอกประเทศ… ไปอเมริกา
ถือว่าเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของแผ่นดินอิหร่าน
อยาตอลเลาะห์ โคไมนี ที่ไปลี้ภัยไปอยู่ในฝรั่งเศส บินออกจากปารีส ตรงกลับมาสู่แผ่นดินอิหร่านท่ามกลางการต้อนรับของประชาชนอย่างมืดฟ้ามัวดิน
เปลี่ยนระบอบกษัตริย์เป็น “สาธารณรัฐ”… โคไมนี ผู้นำทางศาสนาขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภายใต้การนำของโคไมนี… อิหร่านกลายเป็นสาธารณรัฐอิสลามแบบเข้มข้น
ชาวอิหร่านส่วนใหญ่ “ต่อต้าน” อเมริกาแบบไม่ต้องสงสัย สถานการณ์เริ่มแปรปรวน …โกรธอเมริกา..ที่โอบอุ้มชาห์
4 พฤศจิกายน พ.ศ.2522 …กลุ่มนักศึกษาปฏิวัติมุสลิมเคร่งศาสนาบุกเข้าไปในสถานทูตสหรัฐในเตหะราน จับกุมเจ้าหน้าที่ทั้งหมด
จิมมี่ คาร์เตอร์ ผู้นำอเมริกา พยายามแก้ไขวิกฤตการณ์ ผู้แทนของคาร์เตอร์และนักการทูตจากประเทศอื่นๆ พยายามเจรจาปลดปล่อยตัวประกันแต่ไม่สำเร็จ
คณะผู้แทนฯ นำโดยอดีตอัยการสูงสุดของสหรัฐ แรมซีย์ คลาร์ก ซึ่งมีความสัมพันธ์อันยาวนานกับเจ้าหน้าที่อิหร่านหลายคนถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศอิหร่าน
เวลาผ่านไปเป็นเดือน และหลายเดือน
24 เมษายน พ.ศ.2523 สหรัฐตัดสินใจใช้กำลังทหารโดย “หน่วยรบพิเศษ” บุกเข้าชิงตัวประกันในสถานทูต ชื่อรหัสคือ “ปฏิบัติการกรงเล็บอินทรี” (Operation Eagle Claw)
การปฏิบัติการจู่โจมเต็มไปด้วยปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น เฮลิคอปเตอร์ 2 ใน 8 ลำที่ส่งไปปฏิบัติการเกิดขัดข้อง นำกำลังหน่วยรบพิเศษไปไม่ถึงที่หมาย
วอชิงตันตัดสินใจในชั่วเสี้ยวนาที “ยกเลิกภารกิจ”…
หน่วยรบพิเศษต้องถอนกำลังออกอย่างเร่งรีบ ระหว่างนั้นเฮลิคอปเตอร์ที่เหลืออยู่ 1 ลำ ไปชนกับเครื่องบินสนับสนุน ทหารมะกันเสียชีวิต 8 นาย ไม่สามารถนำศพออกมาได้…
อิหร่าน…นำภาพแพร่ออกสื่อไปทั่วโลก นายไซรัส แวนซ์ (Cyrus Vance) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐที่ “คัดค้าน” ภารกิจทางทหารประกาศ “ลาออก” เพื่อประท้วงประธานาธิบดี
27 กรกฎาคม พ.ศ.2523 พระเจ้าชาห์สิ้นพระชนม์ในอเมริกา
ชาวโลกให้ความสนใจ “ศึกชนช้าง” ข้ามโลกในครั้งนี้…
ฝ่ายที่จับตัวประกันให้เหตุผลย้อนอดีตไปว่า… เป็นการตอบโต้สหรัฐ อันเป็นผลจากการที่สหรัฐหนุนหลังให้มีการรัฐประหารล้มอำนาจของนายกรัฐมนตรีมอสซาเดก ในปี พ.ศ.2496 โน่น
กล่าวว่า “อเมริกา…ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ได้จับประเทศอิหร่านเป็นตัวประกันในปี พ.ศ.2496”
วอชิงตันประกาศลงโทษทางเศรษฐกิจ ทรัพย์สินของรัฐบาลอิหร่านในต่างประเทศ ในธนาคารต่างประเทศ ถูกอายัด ห้ามทุกประเทศทำการค้าขายกับอิหร่าน
อิหร่านได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนัก
ตัวประกันถูกควบคุมตัวในสถานทูต ถูกคุมตัวเข้มข้น
เรื่องที่ไม่คาดฝัน…อุบัติขึ้น
22 กันยายน พ.ศ.2523 กองทัพอิรักนับแสนนายใช้รถถังนับพันคันบุกข้ามพรมแดน…เข้าตีกองทัพอิหร่าน…
เกิดสงครามขึ้นระหว่าง 2 พี่เบิ้มแห่งตะวันออกกลาง ชาวโลกได้เห็นภาพข่าวดุเดือดของ “สงครามรถถัง” ระดับโลกในทะเลทราย
ไม่ต้องเดา…สหรัฐช่วยเหลืออิรักแบบ “ไม่อั้น”
อิหร่านยังไม่ยอมปล่อยตัวประกัน (สงครามอิรัก-อิหร่าน คาดว่ามีผู้เสียชีวิตราว 1 ล้านคน …หลังจากรบกันราว 8 ปี โคไมนี ผู้นำอิหร่าน ยอมรับข้อตกลงหยุดยิง)
สงครามดำเนินต่อไปแบบเศรษฐีรบกัน…
ผู้คุ้นเคยกับทั้ง 2 ฝ่ายยื่นมือเข้ามาช่วยในการเจรจาเพื่อปล่อยตัวประกันที่ถูกควบคุมตัวมานานแสนนาน
การต่อรองระหว่างวอชิงตัน-เตหะราน เป็นไปอย่างดุเดือด ตลอดช่วงปลายปี 2523 ถึงต้นปี 2524
ในช่วงหนึ่ง…รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน… ยื่นข้อเสนอว่า…
“…ตัวประกันทั้ง 52 คน จะได้รับการปล่อยตัวหากสหรัฐยุติการแทรกแซงกิจการของอิหร่าน… ชาห์ต้องถูกส่งกลับไปยังอิหร่านเพื่อพิจารณาคดี และทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองของชาห์ต้องถูกประกาศว่าเป็นทรัพย์สินที่ถูกขโมย…”
วอชิงตันตอบโต้ว่า… “อิหร่านมีอิสระในการเรียกร้องทางการเงินต่อชาห์ในศาลสหรัฐ และประกาศเพิ่มเติมว่าจะสนับสนุนการจัดตั้งคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศเพื่อตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ถูกกล่าวหาภายใต้ระบอบการปกครองของชาห์…”
17 พฤศจิกายน พ.ศ.2522 …โคไมนีได้สั่งให้ปล่อยตัวประกัน 13 คน ซึ่งเป็นผู้หญิงและชาวอเมริกันผิวสี โดยให้เหตุผลว่า… “พวกเขาไม่น่าจะเป็นสายลับได้…”
11 กรกฎาคม พ.ศ.2523 โคไมนีสั่งปล่อยตัวประกันอีก 1 คน ซึ่งป่วยหนัก (เหลือตัวประกัน จำนวน 52 คน) แถมขู่ว่า…จะนำตัวประกันขึ้นศาลในคดีอาชญากรรมต่างๆ รวมทั้งจารกรรม
(ถ้าต้องขึ้นศาลด้วยข้อหานี้ หมายถึงจะถูกประหารชีวิต)
เหตุการณ์ระทึก…เมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2523 นักการทูตชาวแคนาดาช่วยเหลือนักการทูตชาวอเมริกัน 6 คน ที่สามารถหนีจากการควบคุมออกมาได้
การหลบหนีออกมาได้ คือฝีมือฉกาจของหน่วยข่าวกรองซีไอเอ
การหลบหนีอย่างกล้าหาญ… อเมริกาจัดพิธีเฉลิมฉลองให้กับแคนาดา…ป้าย “ขอบคุณแคนาดา” แพร่หลาย จดหมายแสดงความขอบคุณหลั่งไหลเข้ามาในกรุงออตตาวา
รัฐสภาสหรัฐมอบเหรียญเพื่อเป็นเกียรติแก่ทูตแคนาดา
เบื้องหลังการทำงาน “ลับ” ของซีไอเอที่ช่วยตัวประกันออกมาได้เป็นความลับตามกฎหมาย… ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
จนกระทั่งปี พ.ศ.2540 ผลงานการทำงานลับ “ถูกตีแผ่” …ฮอลลีวู้ดไม่พลาดที่จะนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์…โกยเงินได้อีก
ภาพยนตร์เรื่อง Argo (2012) ที่กำกับโดย เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) บอกเล่าเรื่องราวของ Canadian Caper ได้รับรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
วิกฤตการณ์จับตัวประกัน “ยุติลง” หลังจากการเจรจาที่จัดขึ้นในช่วงปลายปี 2523 และต้นปี 2524 โดยมีนักการทูตชาวแอลจีเรียเป็นคนกลางตลอดกระบวนการ
อเมริกาต้อง “เลิกอายัดทรัพย์สิน” ของอิหร่านที่ถูกแช่แข็งและยกเลิกการคว่ำบาตรทางการค้า
กรณีวิกฤตตัวประกันในอิหร่าน…ปธน.คาร์เตอร์เสียคะแนนนิยมแบบ “ทรุดฮวบ” พ่ายแพ้การเลือกตั้งให้กับ โรแนลด์ เรแกน
20 มกราคม พ.ศ.2524 มีการทำข้อตกลง ตัวประกันได้รับการปล่อยตัว…ไม่กี่นาทีหลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ชื่อโรนัลด์ เรแกน …รวมเวลาทั้งสิ้น 444 วัน
ตาต่อตา ฟันต่อฟัน…ไม่ต้องมีไมตรีต่อกัน ความเจ็บแค้นยังฝังแน่น… ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น…
สถานการณ์ความสัมพันธ์สหรัฐ-อิหร่าน เลวร้ายหนักลงไปอีก
ในปี 2531 เรือรบของสหรัฐยิงเครื่องบินของอิหร่านแอร์ตก
อิหร่านก็ไม่ขอลืม “ชัยชนะ” ในครั้งนั้น…
4 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา… อิหร่านจัดการเดินขบวนประจำปีที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเพื่อรำลึกถึงการบุกเข้ายึดสถานทูตสหรัฐในกรุงเตหะรานของอิหร่าน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2522
ประชาชนทั่วประเทศหลายหมื่นคนเข้าร่วม พร้อมกับร้องเพลงต่อต้านอเมริกัน เด็กนักเรียนถือป้ายสนับสนุนการบุกยึดสถานทูตสหรัฐในครั้งนั้น
ล่าสุด… 16 กันยายน พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา สตรีอิหร่านวัย 22 ปี ถูกจับกุมในข้อหาแต่งกายไม่เป็นไปตามหลักศาสนา เพราะไม่สวมฮิญาบ หรือผ้าคลุมศีรษะ ต่อมาเธอเสียชีวิตในขณะอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจศาสนา
สตรีอิหร่านนับหมื่นออกมาประท้วงทั่วประเทศ เดินขบวน ขอสิทธิเสรีภาพในการแต่งกาย เจ้าหน้าที่ปราบหนัก มีผู้เสียชีวิตไปราว 300 คน ถูกจับกุมอีกนับหมื่นคน
ปลายเดือนกันยายน 2565 …โจ ไบเดน กล่าวที่การประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก สดุดีบรรดาผู้ประท้วงในอิหร่าน และกล่าวว่า… “อเมริกายืนเคียงข้างประชาชนและสตรีผู้กล้าหาญของอิหร่าน ผู้ซึ่งชุมนุมแสดงจุดยืนเพื่อรักษาสิทธิขั้นพื้นฐานของพวกเขา”
พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

