ถามว่า “กระแส” อันเกิดขึ้นในกรณีของ “พี่เบส อรพิมพ์” มีเค้าเงื่อนและรากฐานความเป็นมาอย่างไร
เป็นความเข้าใจผิด
หรือเป็นการสร้างเรื่อง ขึ้นมาในลักษณะให้ร้าย ป้ายสี เพื่อเตะสกัดขา “ดาวรุ่ง พุ่งแรง” อย่าง “พี่เบส อรพิมพ์” อย่างนั้นหรือ
คำตอบไม่มีอะไรสลับซับซ้อน
ทุกอย่างดำเนินมาเหมือนกับกรณีของ “แม่ผ่องพรรณ พัฒนา” ทุกอย่างดำเนินมาเหมือนกับกรณี “อโลฮา ฮาวาย”
สดๆ ร้อนๆ ก็เหมือนกับ “น็อต กราบรถ”
นั่นก็คือ มิได้เป็นการทำขึ้นเองในลักษณะแห่ง “นิมิต” แต่มาจากต้นตอของ “แม่ผ่องพรรณ” หากแต่มาจากต้นตอของ “อโลฮา ฮาวาย” และมาจากการกระทำอย่างเปิดเผยของ “พี่น็อต” อันนำไปสู่สมญาแห่ง “กราบรถ”
หากมิใช่เพราะ “พี่เบส อรพิมพ์” ทำเอง ใครจะ “สามารถ”
แม้ พ.อ.วินธัย สุวารี จะพยายามช่วย แม้ พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ จะกางแขนอันแข็งแกร่งออกปกป้อง
แต่เว็บเพจ Best Orapim คือ “คำตอบ”
Best Orapim แจ้งให้รู้ว่าเธอได้รับการติดต่อจากฝ่าย “ความมั่นคง” ให้เดินสายพูดตั้งแต่เมื่อปี 2557 มาแล้ว
ในฐานะ “นักพูด” ผู้สร้าง “แรงบันดาลใจ”
เป็นความจริงที่ “พี่เบส อรพิมพ์” มิได้เป็นลูกจ้าง หรือเป็นกำลังพลในสังกัดของกองทัพบกอย่างที่ทีมงานโฆษก คสช. และโฆษก ทบ.ออกมายืนยัน
แต่เพจ Best Orapim ก็บอกให้รู้
รู้เมื่อเธอยืนถ่ายรูปคู่กับอดีตเสนาธิการกองทัพบกซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ภาพที่ออกมามากด้วยความ “หนิดหนม”
รู้เมื่อเธอยืนถ่ายรูปกับอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ในเมื่อเธอได้รับเชิญให้ไปบรรยายในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2
รู้เมื่อเธอนั่งอยู่บน “เฮลิคอปเตอร์”
รู้เมื่อทั้ง คสช.และคณะกรรมการ “ประชารัฐ” เชิญเธอไปบรรยายโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความหวัง สร้างแรงบันดาลใจ
เป็น Best Orapim ต่างหากที่แจ้ง แสดงออก
ไม่ว่าจะหมายรวมว่าบทบาทของ “พี่เบส อรพิมพ์” ดำเนินไปอย่างไร แต่ก็ต้องยอมรับว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของยุทธการ
ยุทธการอย่างที่เรียกว่า Information Operation
1 เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการยึดอำนาจเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ขณะเดียวกัน 1 เพื่อดึงเอาประชาชนส่วนที่ยัง “หลงทิศ” ได้เข้าใจอย่างถูกต้อง
ไม่ว่าจะเป็น “น้องๆ” ที่เพิ่งเกิดใน “อีสาน”
ไม่ว่าจะเป็นบรรดา “มวลชน” ที่เข้ามา
สมาทานความร่วมมือในแนวทาง “ประชารัฐ” เพื่อแทนที่แนวทาง “ประชานิยม”
ไม่ได้กิน “เงินเดือน” แต่โดย “ค่าจ้าง”
เป็นค่าจ้างอันดำเนินไปนอกเหนือระเบียบการว่าจ้าง “วิทยากร” ของกรมบัญชีกลาง หากแต่ด้วยอัตราอย่างเป็นพิเศษ
เป็น “เรือนหมื่น” มิใช่ “เรือนร้อย” หรือ “เรือนพัน”
เดินทางโดย “เครื่องบิน” มีของ “กำนัล” ตอบแทนอย่างเหมาะสม
หากเป็นการเมืองในวิถีปกติ เรื่องอื้อฉาวของ “พี่เบส อรพิมพ์” ย่อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเข้ม
สภาผู้แทนราษฎรก็ต้องมีการตั้งกระทู้ วุฒิสภาก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นตรวจสอบ และนำความจริงออกมาแผ่แบ
แต่เมื่ออยู่ในยุค “สนช.” อยู่ในยุค “สปท.” ทุกอย่างก็เงียบกริบ

