หน้าแรก คอลัมนิสต์ บทนำ : ต้องมี...

บทนำ : ต้องมีทางออก

25.11.22 | 08:25 น.

บทนำ : ต้องมีทางออก

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงหลังการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ครั้งที่ 4/2565 ว่า ที่ประชุมไม่ได้พิจารณาประเด็นที่จะนำกัญชากลับเข้ามาเป็นยาเสพติดให้โทษ ประเภท 5 ตามที่มีข่าวลือ ที่ประชุมรับทราบการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องกัญชาฉบับลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 และให้ความเห็นชอบ จะลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 23 พฤศจิกายน มีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 พฤศจิกายน โดยออกตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย อุดช่องว่างในระหว่างยังไม่มี พ.ร.บ.กัญชา กัญชง หากไม่มีประกาศนี้ออกมา แล้วรอ พ.ร.บ.กัญชาฯ ซึ่งอีกหลายเดือนกว่าจะออก จะเกิดช่องว่างมีการสูบ เสพ และนำช่อดอกไปสกัดขายตามถนนข้าวสาร เพื่อปิดช่อง จึงต้องทยอยออกประกาศโดยอาศัยกฎหมายคนละฉบับ

นายวิษณุกล่าวว่า กัญชาใช้ได้ตั้งแต่รากและใบ เพราะมีสารทีเอชซีไม่มาก แต่จะควบคุมช่อดอกที่อันตราย จึงให้เป็นสมุนไพรควบคุม ใครที่จะนำไปแปรรูป สูบ เสพ หรือสกัด นำไปวิจัย ผลิต ผสมอาหาร และเครื่องดื่มไม่ได้ทั้งนั้น หากจะทำต้องขออนุญาต ถ้าไม่ได้รับอนุญาตถือว่ามีความผิด การขออนุญาตยังมีเงื่อนไข จะนำไปจำหน่ายในโรงเรียนไม่ได้ รวมถึงจำหน่ายในวัด สนามกีฬา สวนสาธารณะ และหอพักไม่ได้ กฎกระทรวงได้อุดช่องพอสมควร แต่ก็ยังไม่พอ และต่อไปจะมีประกาศฉบับอื่น จนกว่าจะมี พ.ร.บ.กัญชาฯที่สมบูรณ์ ประกาศต่างๆ ที่ออกมาจะเลิกไปทั้งหมด ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯยังอีกไกล แม้จะเข้าสภาสัปดาห์หน้า เพราะต้องไปต่อที่วุฒิสภา ระหว่างนี้จะมีประกาศประมาณ 20 ฉบับ ออกมาอุดช่องว่าง ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุขเป็น 1 ใน 20 ฉบับ

การออกข่าวโจมตีกันระหว่างผู้สนับสนุนให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ กับฝ่ายที่เห็นว่ามีการนำไปใช้สูบ เสพ เป็นปัญหาที่ต้องหาทางออก ด้วยการออกกฎระเบียบมาควบคุมอย่างรวดเร็ว ในระหว่างที่ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯยังพิจารณาไม่เสร็จ ขณะที่การแสดงความเห็นต่าง ควรเป็นไปเพื่อควบคุมอันตรายจากการใช้กัญชาอย่างไม่ถูกต้อง มิใช่เพื่อเอาชนะกันทางการเมือง และหากจะต้องออกประกาศอีก 20 ฉบับ เพื่อลดอันตรายจากการใช้กัญชา ก็ควรเร่งกระทำ ขณะเดียวกันร่าง พ.ร.บ.ที่จะออกมา จะต้องมีเนื้อหาที่ครอบคลุมการป้องกันอันตรายทั้งหมด