หน้าแรก คอลัมนิสต์ วิถีแห่งกลยุท...

วิถีแห่งกลยุทธ์ : ท่วงท่า ‘ซุนวู’ จัดระเบียบ ‘ทหารหญิง’ ผ่าน สนมเอก

24.11.22 | 12:34 น.

ทั้งๆ ที่เป็นผู้เขียน “พิชัยยุทธ์ซุนวู ฉบับหัวซาน” กระนั้น “หัวซาน” ก็ยังตั้งข้อสังเกตต่อบทบาทและความหมายของซุนวู
ดังสำนวนแปล ศักดิ์ ธนประกอบ
ตัวของซุนวูเป็นแม่ทัพนามอุโฆษหรือไม่ ชื่อเสียงของเขาส่วนมากมาจาก “พิชัยยุทธ์ซุนวู”
ประวัติศาสตร์มิได้บันทึกการรบอย่างเป็น รูปธรรมใดๆ ของเขาไว้
ซุนวูนับแต่เป็นแม่ทัพแคว้นอู๋แล้ว นอกจากจะบอกว่ามีคุณูปการมากมาย แต่โดยพื้นฐานแล้วไม่ปรากฏเรื่องเล่าที่เป็นรูปธรรมแต่อย่างใด
และไม่ทราบด้วยว่าสุดท้ายแล้วเสียชีวิตอย่างไร คาดว่าคงเสียชีวิตบนเตียงในบ้าน
กระนั้น เมื่ออ่าน “มหาพิชัยสงคราม” มิต้องรบก็สยบข้าศึกได้ คือสุดยอดของชัยชนะ จากการเรียบเรียงของ ประดิษฐ์ พีระมาน บท ซุนวู ขุนศึกแห่งชุนชิว
ก็ได้ประจักษ์ใน “รากฐาน”
ซุนวูเป็นคนก๊กฉี เดิมแซ่เฉิน ต่อมาเปลี่ยนเป็นแซ่เถียน แล้วจึงมาใช้แซ่ซุน เกิดในปลายยุคชุนชิว
บรรพบุรุษเป็นทั้งขุนนางและขุนศึกเลื่องชื่อ ของก๊กฉี
แต่ซุนวูมิปรารถนาจะเป็นขุนนาง หรือขุนศึก จึงพยายามปลีกตัวออกจากวิถีชีวิตของคนในตระกูล
ตำราพิชัยสงครามของตระกูลเถียนถ่ายทอดให้เฉพาะบุตรชายและหลานชาย
ซุนวูเป็น 1 ในผู้รับสืบทอดมรดกนี้ ทั้งยังได้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์ เพื่อประกอบกับตำราพิชัยสงคราม
เหตุการณ์สังหารโหด 4 ตระกูลในเมืองเล่ออัน
ทำให้ซุนวูบังเกิดความสลดใจและเสียใจที่ตนมีส่วนร่วมรับรู้ จึงตัดสินใจลอบอพยพพาครอบครัวหนีไปอยู่เชิงเขาเหลอฟู่ของก๊กอู๋
ทำไร่ทำนาอยู่อย่างสงบสันโดษ

ถามว่าเหตุปัจจัยอะไรทำให้ซุนวูต้องหวนกลับเข้ารับราชการและได้เป็นแม่ทัพสร้างชื่อเสียงได้อย่างเกรียงไกร
บุญศักดิ์ แสงระวี ให้คำตอบผ่าน “ยุทธศิลป์ ซุนจื่อ”
516 ปีก่อนคริสตกาล อู๋กวง โอรสอู๋อ๋องเหลียวลอบสังหารชีวิตบิดาเพื่อแย่งสมบัติและตั้งตนเป็นอ๋องเหอหลี
ครั้นถึง 512 ปีก่อนคริสตกาล
เหอหลีตัดสินใจทำสงครามกับแคว้นฉู่ แต่ยังลังเลอยู่เพราะขาดขุนพลนำทัพ อู๋เจ่อซีจึงเสนอตัวซุนจื่อ (ซุนวู) ให้แก่เหอหลีถึง 7 ครั้งว่าเป็นคนสมควรแก่ตำแหน่ง
เหอหลีจึงได้เรียกตัวซุนจื่อ (ซุนวู) มาพบในที่สุด
ซุนจื่อ (ซุนวู) เข้าพบอู๋อ๋องเหอหลีพร้อมด้วย “ยุทธศิลป์” 13 บทที่เขาเขียนขึ้น สามารถตอบคำถามและปัญหาของเหอหลีได้อย่างคล่องแคล่ว
เหอหลีพอใจอย่างยิ่งจึงตั้งให้เป็นแม่ทัพแต่บัดนั้น

เมื่อย้อนไปอ่าน “ตำราพิชัยซุนวู” อัน เสถียร วีรกุล แปลและตีพิมพ์เผยแพร่ตั้งแต่ปี 2495 ในบทว่าด้วย เมื่อ “ซุนวู” ถูกกษัตริย์ทดสอบให้ฝึกสนมเอก
ก็เข้าใจ
“ตำราพิชัยสงครามทั้ง 13 บรรพนั้นข้าได้อ่านเจนจบสิ้นขบวนความแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าใช้ได้ผลโดยปราศจากข้อสงสัย ขอท่านสำแดงยุทธวิธีควบคุมขบวนศึกเป็นการทดสอบจะได้หรือไม่”
“มิอาจขัดพระทัยพระเจ้าข้า”
“จะทดสอบด้วยอิสตรีได้หรือไม่”
“แล้วแต่พระประสงค์พระเจ้าข้า”
พระเจ้าเหอหลูส่งนางสนมเอกและสนมที่โปรดปราน 108 คน ซุนวูได้แบ่งเป็น 2 กองร้อย และให้สนมเอก 2 คน ทำหน้าที่เป็นนายกอง ให้ทุกคนถือง้าวเป็นอาวุธ เข้าแถวแบบทหาร
เมื่อลงมือ “ปฏิบัติ” เป็นอย่างไร

ซุนวูถามด้วยเสียงเฉียบขาด หนักแน่นว่า “ทุกท่านย่อมรู้ แขนซ้าย แขนขวาและหลังอยู่ที่ใด”
“ทราบดี”
“เมื่อข้าพเจ้าสั่งว่าหน้าหันก็ขอให้ทุกคนมองตรงไปเบื้องหน้า ถ้าสั่งว่าซ้ายหันก็หันไปทางเบื้องซ้าย ถ้าสั่งว่าขวาหันก็หันไปทางเบื้องขวา และถ้าสั่งว่ากลับหลังหันก็หันกลับหลังไปทางขวามือ ท่านพอจะเข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจ”
ซุนวูปฏิบัติให้ดูและกล่าวย้ำพร้อมกับแจ้งถึงวินัยทหารแล้วนำขวานอาญาสิทธิ์มาตั้งบนแท่นประกาศถึงอาญาสิทธิ์ตามวินัยทหาร
จากนั้นก็สั่งให้ทหารหญิงทุกคน “ขวาหัน”
แต่บรรดาทหารหญิงกลับส่งเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน
ซุนวูจึงกล่าวว่า “หากยังไม่เข้าใจกฎเกณฑ์แน่ชัด ระเบียบวินัยทหารยังไม่ซึมซาบ ย่อมถือเป็นความผิดของแม่ทัพ”
จากนั้นซุนวูกล่าวย้ำคำสั่งอีก 3 ครั้ง อธิบายอีก 5 ครั้ง แล้วก็ลั่นกลองให้ทหาร “ซ้ายหัน”
นางสนมยังหัวเราะดุจสำเริงสำราญอยู่ในวังก็มิปาน

ซุนวูจึงกล่าวว่า “หากคำบัญชาไม่แจ้งชัด คำสั่งไม่เป็นที่เข้าใจ แม่ทัพสมควรถูกตำหนิ หากคำสั่งชัดแจ้ง แต่ไม่อาจรักษาระเบียบวินัย ความผิดย่อมตกอยู่ที่นายกอง”
“นำนายกองทั้งสองไปตัดศีรษะ” ซุนวูสั่ง
พระเจ้าเหอหลูตกพระทัย รีบลงจากแท่นประทับ “ข้าเห็นแล้วว่า ท่านสามารถคุมแม่ทัพจัดขบวนศึกได้แต่ข้าไม่อาจขาดนางสนมทั้งสองได้ ถ้าปราศจากนางข้าย่อมกินอาหารไร้รสชาติ ขอจงระงับยั้งโทษสักครั้งเถิด”
“ในเมื่อทรงแต่งตั้งให้ข้าพเจ้าเป็นแม่ทัพ อาญาสิทธิ์ในการควบคุมแม่ทัพนายกองย่อมอยู่ที่ข้าพเจ้า พระราชโองการย่อมไม่อาจมาแปรเปลี่ยนได้”
จึงเป็นอันว่าสนมเอกทั้งสองถูกประหารชีวิตในบัดนั้นต่อหน้าบรรดาทหารหญิง
จากนั้น ซุนวูก็แต่งตั้งให้นางสนมคนถัดมาเป็นนายกองแทน เมื่อเสียงกลองสัญญาณให้ทหารปฏิบัติตามคำสั่งดังรัวขึ้นอีก คราวนี้ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่ง ซ้ายหัน ขวาหัน ต่างปฏิบัติตามกันอย่างเคร่งครัด
ซุนวูถวายรายงานต่อพระเจ้าเหอหลูว่า
“บัดนี้ ทหารหญิงได้รับการฝึกซ้อมและอยู่ในระเบียบวินัยขบวนยุทธ์แล้ว ขอพระองค์ทรงตรวจพล หากพระองค์จะรับสั่งให้ไปรบทัพจับศึก บุกน้ำลุยไฟที่ไหน ทั้งหมดย่อมพร้อมปฏิบัติแม้ชีวิตจะหาไม่”
“ท่านแม่ทัพกลับไปพักผ่อนได้แล้ว” เป็นรับสั่งจากพระเจ้าเหอหลู “ข้ายังไม่ประสงค์จะตรวจพล”
จากนั้น ซุนวูก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็น “แม่ทัพ” ออกเผชิญศึก

Advertisement

นอกเหนือการใช้เวลา 2 วันฝึกทหารหญิงซึ่งไม่เคยเป็นทหารมาก่อนจนสามารถแปรขบวนทัพ รบรุกอย่างกล้าแข็งแล้ว
ประดิษฐ์ พีระมาน ยังยืนยัน “ผลงาน” อื่นอันเป็น “ความสำเร็จ”
ซุนวูฝึกทหารอู่ให้รบรุก แปรขบวนทัพ จนเมื่อได้โอกาสก็นำทัพบุกโจมตีก๊กฉู่ ซึ่งมีดินแดนกว้างขวาง ประชาราษฎร์หนาแน่น
กองทัพก็มีรี้พลมากกว่ากองทัพอู๋หลายเท่า
ซุนวูใช้กลยุทธ์ตามพิชัยสงครามพิชิตกองทัพฉู่ที่เขาต้าเปี๋ยและตามไปพิชิตอีกทัพหนึ่งที่แม่น้ำฮั่นสุย เมื่ออีกทัพหนุนเนื่องมาซุนวูก็ใช้พยุหยาตรา 8 ทิศตั้งรับ
บดขยี้กองทัพฉู่ย่อยยับ
เมื่อเคลื่อนทัพถึงเมืองหน้าด่านก่อนเข้าราชธานีเฉิงตู พิเคราะห์ดูเส้นทางแม่น้ำไหลและระดับพื้นที่จึงสร้างเขื่อน 3 แห่ง
ทดน้ำเข้าท่วมจนกำแพงเมืองพัง
ครั้นยึดเมืองได้ก็ปล่อยน้ำไหลเข้าท่วมราชธานีเฉิงตูจนกำแพงเมืองพังทลาย กองทัพอู๋ล่องแพบุกเข้าราชธานียึดครองก๊กฉู่ได้
เป็นการพิชิตศึกใหญ่ 5 ครั้งโดยใช้กลยุทธ์แตกต่าง

ผู้อาวุโส ล.เสถียรสุต ไม่เพียงระบุว่าภาษาหนังสือของซุนวูได้รับยกย่องว่าเป็นภาษาหนังสือที่ดีที่สุด
มีทั้งความเฉียบคม ดุเดือด เข้มแข็ง เด็ดขาด
ไม่เพียงขงเบ้งให้การยกย่อง นับถือ หากแม้กระทั่งโจโฉยังจัดทำคำอธิบายในแต่ละกลยุทธ์ในแต่ละบรรพเป็นที่ปรากฏ
แม้กระทั่ง “เอียวสิ้ว” ก็ให้ความศรัทธาอย่างจริงใจ
ทั้งต่อซุนวู และต่อโจโฉ