หน้าแรก คอลัมนิสต์ ในอุ้งมือ คสช...

ในอุ้งมือ คสช. โดย นฤตย์ เสกธีระ

22.11.16 | 16:00 น.
มีชัย ฤชุพันธุ์ (แฟ้มภาพ)

มีความพะวงกันเรื่อง “เซตซีโร่”

เดี๋ยวก็แว่วข่าวว่า เซตซีโร่พรรคการเมืองตามด้วยเสียงปฏิเสธ

สักพักโมเดล “เซตซีโร่พรรคการเมือง” เปลี่ยนไปเป็น “เซตซีโร่สมาชิกพรรคใหม่”

จากพรรคการเมือง ขณะนี้ถึงคิวองค์กรอิสระ

กระแสเริ่มจากเสียงแผ่วๆ ว่าจะเซตซีโร่องค์กรอิสระทั้งหมด

Advertisement

แล้วก็มีการออกมาปฏิเสธข่าวเป็นระยะๆ

กระทั่งเมื่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ออกมาซัด กรธ.

พาดพิงไปถึง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ด้วยข้อกล่าวหาต่างๆ นานา

สะท้อนให้เห็นอาการสั่นไหวอันเกิดจากการร่างกฎหมายลูก

กฎหมายลูกที่ต้องร่ายตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่แสดงเจตนาให้เซตซีโร่องค์กรอิสระอย่างชัดแจ้ง

มาตรา 216 วงเล็บ 3 กำหนดคุณสมบัติต้องห้ามของคณะกรรมการองค์กรอิสระว่าให้เป็นไปตามมาตรา 202

มาตรา 202 วงเล็บ 1 สรุปว่า บุคคลต้องห้ามคือ บุคคลที่เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

ย้ำอีกครั้งว่า “เป็น” หรือ “เคยเป็น”

เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

แล้วนี่ถ้ารัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ และกฎหมายลูกคลอดออกมา

ไม่เท่ากับว่า ต้องสรรหาคณะกรรมการองค์กรอิสระทั้งหลายกันใหม่ทั้งหมดหรือ?

เพราะทุกองค์กรอิสระล้วนมี ผู้ที่ “เป็น” ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระอยู่

คนที่ “เป็น” อยู่ตอนที่กฎหมายประกาศใช้ จะอยู่เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติต้องห้ามหรือเปล่า

ถ้าว่าไปตามรัฐธรรมนูญก็ต้องสรรหากันใหม่ เหมือนกับที่มีคนตั้งข้อสังเกต

แต่ถ้ามองแบบอาจารย์ สมลักษณ์ จัดกระบวนพล ก็ต้องให้กรรมการทุกคนในองค์กรอิสระอยู่ต่อ

เพราะถือว่าแต่ละคนผ่านการสรรหามาถูกต้อง จึงมีสิทธิที่จะอยู่จนครบวาระ

ข้อบัญญัติใหม่ที่เป็นโทษ จะมาทำให้แต่ละคนในองค์กรอิสระสิ้นสภาพไม่ได้…มันไม่แฟร์

และถ้าใช้หลักเกณฑ์ตามที่อาจารย์สมลักษณ์แสดงความคิดเห็น

คุณสมบัติต่างๆ ที่กำหนดใหม่ก็ไม่น่าระคายผิวกรรมการในองค์กรอิสระ

เรื่องที่นายสมชัยฝันก็อาจไม่เป็นจริง

ดังนั้น ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อาจารย์สมลักษณ์บอกไว้ กรธ.ก็น่าจะบอกไปเลยว่า องค์กรอิสระปลอดภัย

แต่คำชี้แจงของ กรธ.ที่บอกว่า ไม่มีเซตซีโร่ แต่ต้องดูคุณสมบัติว่าขัดหรือไม่นั้น แสดงว่า ยังไม่ปลอดภัย

ทำให้สงสัยว่า คุณสมบัติที่ว่านั้นรวมถึง “คุณสมบัติต้องห้าม” หรือเปล่า

ถ้าหมายถึงคุณสมบัติต้องห้ามที่มีมาตรา 202 วงเล็บ 1

งานนี้ก็เซตซีโร่แหงๆ

ถ้า คสช. หรือ กรธ. หรือใครจะอ้างเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ท่านๆ ทั้งหลายในองค์กรอิสระก็คงต้องซึม

เพราะคนเขียนกฎหมายลูกคือคนเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ดังนั้น เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว กรธ.รู้ดีที่สุด

แถมยังเป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ได้รับการรับรองจากเสียงประชามติอย่างท่วมท้น

การลงประชามติก็เป็นไปตามที่ กกต.เป็นผู้ดำเนินการ

วันนี้องค์กรอิสระจะโดนเซตซีโร่หรือไม่ พรรคการเมืองจะรีเซตหรือเปล่า

ขึ้นอยู่กับกฎหมายลูกที่ กรธ.เป็นผู้ร่าง

แต่ผู้พิจารณา คือ สนช. … สนช.ที่ คสช.เป็นผู้คัดเลือก

อ้าวอำนาจวกกลับไปที่ คสช.อีกแล้ว…

ทุกประการยังอยู่ในอุ้งมือ คสช.