
แคว้นโกศลและแคว้นมคธมีความรุ่งเรืองอย่างยิ่งในสมัยพุทธกาล แหล่งที่ตั้งมีความสำคัญในขณะเดียวกันการบริหารเศรษฐกิจก็ดำเนินไปอย่างสอดคล้องกับศักยภาพของแคว้นด้วย
ในสมัยพุทธกาลการบริหารเศรษฐกิจเป็นการบริหารที่คำนึงถึงการปกครองแบบองค์รวม หรือแบบเศรษฐกิจสังคม มิได้นิยมแยกส่วนเป็นเศรษฐกิจล้วนๆ เหมือนในยุคปัจจุบัน
การบริหารเศรษฐกิจเป็นการจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจให้ส่งเสริมการค้าและการทำมาหากินของประชาชน มีการควบคุมและเปิดโอกาสทางการค้าที่เสรีมากน้อยแตกต่างกัน มีการครอบครองแหล่งทรัพยากรน้ำและกำลังคนเพื่อการเติบโตของอาณาจักร มีการใช้ที่ดินว่างเปล่าของรัฐให้ประชาชนประกอบการแล้วแบ่งผลตอบแทนให้รัฐ มีการสร้างฐานหรือขั้วความเจริญให้เกิดมากขึ้นและมีการบริหารฐานะทางการคลังหรือฉางของรัฐ
แคว้นต่างๆ อาจมีความเด่นในเรื่องบทบาทของรัฐแตกต่างกัน บางแคว้นรัฐควบคุมอย่างเข้มงวด บางแคว้นรัฐเอื้ออำนวยให้การค้าเป็นไปโดยสะดวก โดยทฤษฎีเศรษฐศาสตร์รัฐที่เปิดโอกาสให้เกิดความคล่องตัวทางการค้าและการใช้ทรัพยากรจะเอื้ออำนวยต่อพลังทางเศรษฐกิจได้มาก
ในเชิงภูมิเศรษฐศาสตร์แคว้นโกศลเป็นแหล่งเพาะปลูกทั้งข้าวและข้าวสาลีและมีทำเลที่ตั้งที่ดีเพราะอยู่ใกล้ใจกลางมัชฌิมชนบท ความแตกต่างทางภูมิประเทศภายในแคว้นน่าจะมีส่วนช่วยให้การค้าภายในแคว้นมีมาก
ส่วนมคธมีทำเลที่ตั้งบนเส้นทางการค้าจากแคว้นอังคะ มัลละ และวัชชี ตลอดจนการเชื่อมโยงกับดินแดนฝั่งมหาสมุทรอินเดียรวมทั้งมีพื้นที่ชุ่มน้ำที่เหมาะแก่การเพาะปลูกข้าว ไผ่และมะม่วงด้วย การค้าภายในแคว้นและระหว่างแคว้นจึงขยายตัวสูง
ความสำคัญของเส้นทางการค้าที่ผ่านศูนย์กลางทางตะวันออกอย่างแคว้นมคธปรากฏในเหตุการณ์สัปดาห์สุดท้ายของการเสวยวิมุตติสุขของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและการเดินทางของปุกกุสมัลบุตรในวันแห่งพุทธปรินิพพาน
ในสัปดาห์สุดท้ายของการเสวยวิมุตติสุขพระพุทธองค์ทรงรับถวายข้าวสัตตุก้อนและสัตตุผงจากตปุสสะและภัลลิกะ ซึ่งเดินทางไกลด้วยเกวียนมากมายถึง 500 เล่ม ขบวนเกวียนนี้เดินทางจากอุกกลชนบทไปอสิตัญชนะ ทั้งนี้ โดยผ่านอุรุเวลาเสนานิคมในแคว้นมคธ
ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าอธิบายว่า อสิตัญชนะคือเมืองคาบูลในอัฟกานิสถานปัจจุบัน ในขณะที่อุกกลชนบทคือถิ่นฐานของคนอพยพจากอินเดียในบริเวณเมืองย่างกุ้งของพม่า (ดินแดนบริเวณปากน้ำอิรวดีสมัยนั้นคงมีชนชาติมอญโบราณเข้ามาตั้งถิ่นฐานแล้วแต่เมืองย่างกุ้งยังไม่เกิด)
จากนั้นเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จฯออกถึงชายเขตตำบลอุรุเวลาเพื่อไปยังอิสิปตนมฤคทายวันมีอุปกาชีวกพบเห็นพระพุทธองค์ อุปกะได้เดินทางสวนขึ้นไปยังวังกหารชนบทแต่เราไม่ทราบว่าวังกหารชนบทเป็นที่แห่งใด อาจอยู่ในแคว้นมคธ (ซึ่งเป็นแหล่งความรู้) หรืออยู่ในแคว้นวัชชี (ซึ่งมีพวกอาชีวกมาก) ก็ได้
ถ้าในอรรถกถามีรายละเอียดมากขึ้นก็คงช่วยให้เห็นเส้นทางการสัญจรของนักบวชที่เดินทางไปตามหมู่บ้านต่างๆ ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม นี้มีนัยว่ามคธเป็นดินแดนที่มีการสัญจรทางไกลกันมากทีเดียว
สมัยพระเจ้าอชาตศัตรูมีการสร้างเมืองปัตนะบริเวณชุมทางริมฝั่งแม่น้ำคงคา เมืองนี้ต่อมาคือกรุงปาฏลีบุตรอันยิ่งใหญ่ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช
ส่วนในมหาปรินิพพานสูตรปุกกุสมัลลบุตรกล่าวถึงขบวนเกวียน 500 เล่มที่เคยผ่านจุดแวะพักของพระอาจารย์อาฬารดาบสซึ่งท่านมีสำนักอยู่ในป่านอกกรุงราชคฤห์ นี้บอกว่าเส้นทางผ่านกุสินาราและปาวาของแคว้นมัลละไปมคธเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญในสมัยนั้น
อาณาเขตที่กว้างขวางและความเป็นชุมชนบนเส้นทางคมนาคมทำให้แคว้นโกศลและมคธเป็นแคว้นที่เจริญและมีการค้าขายมาก อย่างไรก็ตาม การบริหารเศรษฐกิจของพระเจ้าปเสนทิโกศลและพระเจ้าพิมพิสารก็ได้สร้างศักยภาพในระยะยาวให้แก่แคว้นด้วย
พระเจ้าปเสนทิโกศลบริหารแหล่งความเจริญทั้งในทางวัตถุและในทางความรู้ความสามารถ พระองค์เปิดโอกาสให้พราหมณ์ที่ทรงความรู้มากช่วยรับผิดชอบเมืองสำคัญๆ ที่มีความมั่งคั่งและมีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น
ในแคว้นโกศลมีเขตเมืองที่สำคัญของพราหมณ์เรียกว่ามนสากตะ มนสากตคามนี้มีพราหมณ์สำคัญหลายท่าน เช่น วังกีพราหมณ์ ตารุกขพราหมณ์ โปขรสาติพราหมณ์ ชาณุโสติพราหมณ์ และโตเทยยพราหมณ์
พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงให้โปกขรสาติพราหมณ์ปกครองนครอุกกัฏฐะ อุกกัฏฐะนี้ไม่ชัดว่าอยู่ในมนสากตคามด้วยหรือไม่ เพราะอาจเป็นคนละช่วงเวลากัน ในอัมพัฏฐสูตรโปขรสาติพราหมณ์ก็อยู่ที่อุกกัฏฐะซึ่งประมาณได้ว่าอยู่ใกล้เขตอิจฉานังคลคามซึ่งก็เป็นเขตพราหมณ์อีกแห่งหนึ่ง
ในโทณสูตรมีการกล่าวถึงโทณพราหมณ์ว่า พบรอยพระบาทของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบนเส้นทางระหว่างเมืองอุกกัฏฐะและเมืองเสตัพพะ โทณพราหมณ์จึงอาจเป็นพราหมณ์ที่เมืองอุกกัฏฐะหรือไม่ก็เมืองเสตัพพะ ส่วนเมืองเสตัพพะเป็นเมืองพราหมณ์ด้วยหรือไม่นั้นไม่มีการระบุไว้
พระเจ้าพิมพิสารทรงมอบเมืองสำคัญให้พราหมณ์พระเวทปกครองเช่นกัน นครจัมปาแห่งแคว้นอังคะซึ่งอยู่ใต้การปกครองของมคธมีโสณทัณฑพราหมณ์ปกครองและบ้านขานุมัตต์มีกูฏทันตพราหมณ์ปกครอง เมืองทั้งสองมีความมั่งคั่งและมีประชากรหนาแน่น
ศักยภาพของมหาชนบทมิได้อยู่ที่แนวทางการปกครองพื้นที่เศรษฐกิจเพียงปัจจัยเดียวหากยังอยู่ที่การส่งเสริมให้เกิดความเจริญด้วย ความเจริญนี้มาจากกำลังซื้อซึ่งจะช่วยให้เกิดการค้าขายที่เพิ่มพูนขึ้น
ในสมัยพุทธกาลการผลิตส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อสนองความต้องการภายในครัวเรือน ระดับการพึ่งตนเองจึงยังสูงมาก การเพิ่มกำลังซื้อในสังคมที่มีโครงสร้างเช่นนี้จึงต้องอาศัยมหาเศรษฐีเป็นฐานที่สำคัญยิ่งเพราะมหาเศรษฐีสะสมทรัพย์สินหรือฉางต่างๆ ไว้มากมายมหาศาลในสมัยนั้น
ความสัมพันธ์ระหว่างความเจริญทางเศรษฐกิจและการมีมหาเศรษฐีจึงนับเป็นวงจรเชื่ิอมต่อที่สำคัญ ความเจริญทางเศรษฐกิจสร้างความมั่งคั่งให้แก่ผู้ที่พร้อมซึ่งก็คือเศรษฐี ในขณะที่เศรษฐีสมัยนั้นก็ช่วยบำรุงเศรษฐกิจ
แคว้นมคธมีจำนวนมหาเศรษฐีมากที่สุดซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากความเจริญทางการค้าที่รวดเร็ว ส่วนเกินทางเศรษฐกิจที่มหาเศรษฐีถือครองช่วยเพิ่มการใช้จ่ายของชุมชนและช่วยให้พ่อค้าและช่างฝีมือมีแหล่งเงินกู้สำหรับการประกอบการ การมีมหาเศรษฐีมากช่วยให้มคธมีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและคึกคักยิ่งขึ้น
แคว้นโกศลซึ่งเจริญมาก่อนคงเห็นแบบอย่างของการเปลี่ยนแปลงนี้ พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงทูลขอพระเจ้าพิมพิสารให้ช่วยส่งมหาเศรษฐีมาอาศัยอยู่ในแคว้นโกศล มหาเศรษฐีเหล่านี้ต่างได้รับเกียรติและเป็นที่เกรงพระทัยของพระเจ้าพิมพิสารและพระเจ้าปเสนทิโกศลอย่างที่วรรณะกษัตริย์ปกติจักไม่ปฏิบัติต่อวรรณะแพศย์เช่นนั้น
นี้เป็นวิสัยทัศน์หรืออาจเป็นภูมิจิตของพระเจ้าพิมพิสารและพระเจ้าปเสนทิโกศลก็ได้ ในพระสูตรชี้ว่าเจ้าชายอชาตศัตรูยังคิดแบบเดิมและมิได้ยอมรับสถานะของมหาเศรษฐีตามพระราชบิดาเลย
แคว้นมคธมีมหาเศรษฐี 5 ตระกูลใหญ่โดยมีตระกูลของเมณฑกเศรษฐีใหญ่ที่สุด ธนัญชัยเศรษฐีเป็นบุตรของเมณฑกเศรษฐีและเป็นบิดาของนางวิสาขามหาอุบาสิกา
แคว้นโกศลมีมิคารเศรษฐีและสุมนะเศรษฐี ต่อมาธนัญชัยเศรษฐีได้ย้ายมคธไปอยู่ที่เมืองสาเกตตามที่พระเจ้าปเสนทิโกศลทูลขอจากพระเจ้าพิมพิสาร จึงมีมหาเศรษฐีที่สำคัญแห่งยุคสมัยเกิดขึ้นที่นั่น นั้นคืออนาถบิณฑิกเศรษฐีซึ่งเป็นบุตรของสุมนะเศรษฐีและนางวิสาขามหาอุบาสิกาซึ่งเป็นสะใภ้ของมิคารเศรษฐี
การจัดความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจทางการปกครองและการถือครองทางเศรษฐกิจนับว่าสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของพระเจ้าพิมพิสารและพระเจ้าปเสนทิโกศล ธนัญชัยเศรษฐีและนางวิสาขามหาอุบาสิกามีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งและในเวลาต่อมาได้ช่วยให้มิคารเศรษฐีและบุตรซึ่งเคยนับถือนิครนถ์มาเป็นชาวพุทธ อนาถบิณฑิกเศรษฐีเป็นอุบาสกที่เป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนาโดยเริ่มมาจากโอกาสทางการค้าและการได้ไปเยี่ยมเยียนแคว้น มคธ
อีกทั้งผู้ปกครองเมืองและพราหมณ์มหาศาล เช่น โปขรสาติพราหมณ์ โทณพราหมณ์ โสณทัณฑพราหมณ์ กูฏทันตพราหมณ์ และเจ้าเมืองมาตุลนครก็เข้าเป็นชาวพุทธซึ่งย่อมส่งเสริมกุศลธรรมรวมทั้งความซื่อสัตย์สุจริตในระบอบการปกครอง
เมื่อเศรษฐกิจเป็นไปด้วยดี ฉางของรัฐมั่นคง อาณาจักรจึงสามารถเกิดความไพบูลย์
พระเจ้าพิมพิสารทรงปฏิรูปแนวทางเศรษฐกิจชัดเจนกว่าพระราชาของแคว้นใดๆ การจัดเก็บส่วนเกินเข้ารัฐมีการอาศัยภาษีอากรเป็นเครื่องมือซึ่งทำได้ง่ายและไม่มีต้นทุนในการจัดเก็บรักษาผลผลิตอย่างที่เคยนิยมกัน
ถ้าตีความบางข้อความในสามัญญผลสูตรการจัดเก็บภาษีผู้ประกอบการได้มีมาแล้วในสมัยพระเจ้าพิมพิสารโดยมีการละเว้นการจัดเก็บจากผู้ออกบวช ส่วนในสมัยพระเจ้าอชาตศัตรูคงมีดำริกันว่านักบวชไม่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจึงไม่อยู่ในข่ายที่รัฐจะให้การอุดหนุนดูแล
เมื่อพระพุทธองค์ทรงสอนพระเจ้าอชาตศัตรูด้วยคำถามว่าการที่ผู้ออกบวชไม่ต้องเสียภาษีแต่ก่อนหน้านั้นก็เคยเสียภาษีบำรุงบ้านเมืองมาก่อนผู้ออกบวชจึงสมควรได้รับการอุดหนุนดูแลหรือไม่ พระเจ้าอชาตศัตรูทรงยอมรับว่ารัฐพึงอุดหนุนดูแลผู้ออกบวชด้วย
ทางด้านการเงินของระบบเศรษฐกิจซึ่งช่วยสร้างความคล่องตัวทางการค้าหรือการแลกเปลี่ยนแคว้นต่างๆ ย่อมมีเงินกหาปณะซึ่งมีมูลค่าสูงเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน เงินกหาปณะเป็นหน่วยใหญ่ของเงินโลหะในขณะที่มาสกเป็นเงินหน่วยเล็กและมีความหลากหลายในคุณภาพและวัสดุที่นำมาใช้
เงินกหาปณะทำจากทองคำและโลหะผสมตามมูลค่าที่ควรเท่ากับอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้แลกสินค้าได้ ทว่าในทางปฏิบัติมคธเป็นแคว้นเดียวที่มีเงินกหาปณะที่น่าเชื่อถือที่สุด มาตรฐานเงินโลหะของมคธมีความเคร่งครัดและถูกต้องตามตำรับตำรา
เงินกหาปณะของแคว้นมคธเป็นโลหะที่มีองค์ประกอบของแร่ทองคำ แร่เงินและโลหะอื่นตามสัดส่วนที่เหมาะสมแน่นอน การมีเงินตราที่มีมูลค่าเที่ยงตรงย่อมส่งผลให้การค้าขายของแคว้นนี้ได้รับประโยชน์อย่างมากตามไปด้วย
แคว้นโกศลและแคว้นมคธมีทำเลที่ตั้งที่ดี มีแหล่งประชากรและทรัพยากรธรรมชาติ แต่ก็มีการปฏิรูปที่ส่งเสริมการค้าขาย การผลิต และปัญญาความรู้
ซึ่งได้นำไปสู่ความรุ่งเรืองของแคว้นทั้งสองตลอดสมัยพุทธกาล
