เรื่องนี้ลงไปเมื่อ 11 พฤศจิกายน วันนี้ขออนุญาตเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยครับ เกี่ยวกับนิยามและแนวโน้มของแรงงานผู้สูงอายุกับกิ๊กที่กำลังมาแรงในโลกของงานยุคใหม่
ในครั้งที่แล้ว ผู้เขียนได้เล่าถึงที่มาของคำว่ากิ๊กที่หมายถึงงานแบบชั่วคราวว่าคำนี้เกิดเมื่อกว่า 70 ปี โดยพวกฮิปปี้และปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อประมาณ 30 ปี และอธิบายว่ากิ๊กคืองานประเภทไหน มีหลายรูปแบบและหลายระดับ มีทั้งลูกจ้างอิสระและผู้รับจ้างทำงานตามสัญญาระยะสั้น โดยในสมัยแรกๆ อาจจะเป็นงานแพลตฟอร์มหรือไม่ก็ได้ และได้พูดถึงกลุ่มประเทศ OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ) ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาตัวเลขแรงงานกิ๊กในหลายประเทศกลุ่มนี้เติบโตอย่างมาก รวมทั้งได้ให้ข้อสังเกตว่าปัจจุบันโครงสร้างแรงงานผู้สูงอายุของไทยในปัจจุบันยังไม่ค่อยเอื้อต่องานกิ๊กนัก
ประเด็นหนึ่งที่ไม่ได้พูดถึง คือคำว่า Gig economy หรือระบบเศรษฐกิจกิ๊ก
คำว่ากิ๊ก หมายถึงงานหรือการจ้างงานชั่วคราวแต่ละชิ้น เป็นกิจกรรม จับต้องไมได้ ขณะที่แรงงานกิ๊กหมายถึงคนที่ทำงานกิ๊ก คือตัวคนที่ทำงาน ส่วนคำว่าระบบเศรษฐกิจกิ๊กนั้นหมายถึงภาพรวมของทั้งระบบเศรษฐกิจ ซึ่งรวมแรงงานทั้งหมดและงานทั้งหมด ในตำราเศรษฐศาสตร์เก่าๆ จะอธิบายว่าถ้าจะเปรียบเทียบว่าระบบเศรษฐกิจเหมือนกับป่า คนทำงานหรือแรงงานทุกคนและงานทุกชิ้นเหมือนคือต้นไม้ต้นหญ้าที่ประกอบกันเป็นป่านั่นเอง
ในประเทศไทยเคยมีผู้นิยามคำว่า Gig economy ไว้แล้ว เช่น “Gig economy หมายถึงระบบเศรษฐกิจที่ประกอบด้วยงานชนิดที่เป็น part time/ชั่วคราว/freelance/self-employed หรืองานที่รับมาจากคนอื่นอีกต่อเป็น outsource กล่าวโดยสรุปก็คือ ไม่ใช่งานประจำแบบเป็นลูกจ้างดังที่เคยเป็นกันมา” และ “ในความหมายทั่วไป Gig economy คือระบบเศรษฐกิจที่ผู้ทำงานรับงานเป็นครั้งๆ ตามความต้องการ (on demand) ซึ่งหมายความถึงความชั่วคราวไม่เต็มเวลา ความเป็นอิสระ ทำงานตามความสมัครใจโดยหลุดออกไปจากระบบดั้งเดิมของการเป็นลูกจ้างบริษัท” (วรากรณ์ สามโกเศศ 8/9/2558)
อีกนิยามหนึ่งที่สั้นดี บอกว่า “Gig economy คือระบบเศรษฐกิจที่ผู้ทำงานรับงานเป็นครั้งๆ มีความเป็นอิสระ และไม่ได้เป็นลูกจ้างบริษัท” (เสาวณี และ พัชรพร 2560)
ในบทความนี้ผู้เขียนแค่พยายามจะบอกว่าเศรษฐกิจกิ๊กกำลังมาถึงแล้ว และกิ๊กอาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการขยายโอกาสการมีงานทำและส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ
ดังที่เคยกล่าวไปแล้ว ปัจจุบันงานกิ๊กกำลังเป็นที่นิยมเนื่องจากระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ปรับไปสู่ระบบดิจิทัลตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยี (เช่น เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT) สมาร์ทโฟน ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: AI) หุ่นยนต์ โดรน รถยนต์ไร้คนขับ การพิมพ์ 3 มิติ นาโนเทคโนโลยี) ทำให้เกิดตลาดแรงงานชั่วคราวทั้งที่ผ่านแพลตฟอร์มและไม่ผ่าน ซึ่งรายงาน “อนาคตของงาน” โดย World Economic Forum (WEF) ปี 2559 คาดว่าจะมีงานหายไปราว 5 ล้านตำแหน่ง โดยงานรูปแบบเก่าจะหายไป 7 ล้านตำแหน่ง แต่จะมีงานใหม่ 2 ล้านตำแหน่ง แต่รายงานดังกล่าวไม่ได้บอกว่า จะเกิดงานกิ๊กเท่าใด
อย่างไรก็ตาม รายงานของ WEF ฉบับต่อมาปี 2561 ได้รายงานว่า รูปแบบการจ้างงานในอนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างมากและรวดเร็วเนื่องจากวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือเรียกสั้นๆ ว่า อุตสาหกรรม 4.0 ทำให้การทำงานของมนุษย์ต้องเชื่อมโยงหรือพึ่งพาอาศัยเครื่องจักรและคอมพิวเตอร์อย่างหลีกเลี่ยงแทบไม่ได้และมีผลให้ตลาดแรงงานโลกหรือโลกของแรงงานต้องปรับเปลี่ยนอย่างมโหฬารซึ่งถ้าไม่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเหมาะสมก็จะมีแรงงานตกงานนับล้านรวมทั้งเกิดความไม่เท่าเทียมกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างกลุ่มทักษะสูงกับกลุ่มทักษะน้อย ในขณะที่ตลาดแรงงานจะมีลักษณะเป็นระบบเศรษฐกิจกิ๊กมากขึ้น โดยรายงาน WEF* ดังกล่าวระบุเป็นนัยว่า
เกือบร้อยละ 50 ของบริษัทที่ถูกสำรวจคาดว่าอุตสาหกรรม 4.0 จะลดการจ้างพนักงานแบบเต็มเวลาในปี 2565 นี้
ร้อยละ 40 คาดว่าจะปรับพนักงานให้มีบทบาทด้านส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตมากขึ้น
ร้อยละ 30 คาดว่าจะมอบหน้าที่ใหม่ๆ ให้พนักงาน และที่สำคัญคือ
บริษัทที่ถูกสำรวจบอกว่าจะเพิ่มการใช้แรงงานชั่วคราว/รับเหมางาน/เฉพาะกิจมากขึ้นที่ทำงานจากข้างนอกโดยไม่ต้องใช้พื้นที่ของบริษัทและกระจายความรับผิดชอบของพนักงานมากขึ้น
(*ข้อมูลอาจมีความลำเอียง เนื่องจากการสำรวจไม่รวม SMEs และเศรษฐกิจนอกระบบในประเทศกำลังพัฒนาซึ่งสามารถดูดซึมผู้ตกงานได้จำนวนมากและอัตราการใช้เทคโนโลยีอาจไม่สูงเท่าบริษัทใหญ่ๆ)
ทั้งนี้ ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมาประเทศพัฒนาทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย งานกิ๊กได้รับความนิยมอย่างมาก และในประเทศไทยงานกิ๊กช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านงานแพลตฟอร์มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศแล้วสาเหตุหนึ่งคือการระบาดของโควิด-19 และมาตรการแก้ปัญหาไม่ให้คนใกล้ชิดกันทำให้ธุรกิจปิดกิจการจำนวนมากเกิดการเลิกจ้าง ฯลฯ ทำให้แรงงานจำนวนมากต้องหางานชั่วคราวทำโดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานแพลตฟอร์ม เช่น ไรเดอร์ งานบริการรับส่งอาหารและพัสดุ Airbnb หรือ BeNeat เป็นต้น
เศรษฐกิจกิ๊กกำลังแพร่ไปทั่วโลก โดยมีอเมริกาเป็นตัวนำ ตามมาด้วย EU และ มีอินเดียเป็นอันดับ 3 โดยกรณีของอินเดียแรงงานฟรีแลนซ์สามารถรับจ้างทำงานวิชาชีพต่างๆ ได้ทั่วโลก คาดว่าประมาณร้อยละ 24 ของแรงงานกิ๊กทั่วโลกมาจากอินเดีย ในปี 2566 เศรษฐกิจกิ๊กทั่วโลกจะมีมูลค่า 16.4 แสนล้านบาท โดยมีอัตราเติบโตร้อยละ 17 ต่อปี (Nikki Dale 2022)
สำหรับผู้สูงอายุ ปัจจุบันผู้สูงอายุในอเมริกาหันมาทำงานกิ๊กมากขึ้น งานวิจัยพบว่าผู้สูงอายุเป็นกลุ่มสำคัญของการจ้างงานตามสัญญาระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอเมริกา และพบว่าในปี 2561 มีผู้สูงอายุราวครึ่งล้านคนทำงานกิ๊กแบบออนไลน์ เหตุผลหลักของแรงงานผู้สูงอายุที่มาทำงานกิ๊ก นอกจากเรื่องเงินก็คือไม่อยากอยู่ว่าง ต้องการหากิจกรรมแปลกใหม่ทำ มีบทบาท มีการใช้ความรู้ความคิดต่อไปอีกระยะหนึ่ง ได้พบปะผู้คน และมีรายได้เพิ่มจากบำนาญ นอกจากนั้นแล้ว ในอเมริกา ผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปีขึ้นไป) จะได้รับความคุ้มครองจากโครงการประกันสุขภาพผู้สูงอายุ Medicare จึงทำงานกิ๊กได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องประกันสุขภาพจากนายจ้าง แต่ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจทำงานกิ๊กของผู้สูงอายุในอเมริกา คือ ความยืดหยุ่นของงานที่สามารถกำหนดเวลาและสถานที่ทำงานของตนได้ (Abraham 2021)
ในอีกมุมหนึ่ง มีงานวิจัยแนวโน้มการจ้างงานผู้สูงอายุในกลุ่มประเทศ OECD (มีสมาชิก 38 ประเทศ รวมทั้งอังกฤษ อเมริกา ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) พบว่าสถานการณ์สังคมสูงวัยใน OECD มีผลให้แนวโน้มการทำงานของผู้สูงอายุ (ตั้งแต่ 2533-2559) เปลี่ยนไปจากที่เคยเกษียณเร็ว (Early retire) เป็นเกษียณช้าลง โดยในอดีตปัจจัยที่สนับสนุนการเกษียณเร็ว คือ (1) การมีรายได้สูงขึ้นซึ่งมีผลให้มีความต้องการการพักผ่อนและมีการออมพอเพียงในวัยเกษียณ (2) ความสำเร็จของระบบประกันสังคมในบางประเทศที่ให้บำนาญอย่างพอเพียง (3) นโยบายส่งเสริมการเกษียณก่อนกำหนดเพื่อแก้ปัญหาการว่างงานหลังวิกฤตน้ำมัน 2 ครั้งในช่วง 2513
ตั้งแต่หลัง 2533 แนวโน้มการเกษียณเร็วเปลี่ยนทิศทาง ในประเทศ OECD เกือบทุกประเทศ อัตราการจ้างงานผู้เริ่มสูงอายุ (55-64) เพิ่มจากร้อยละ 48 ในปี 2533 เป็นร้อยละ 60 ในปี 2559 ซึ่งเหมือนกันกับกลุ่มผู้สูงอายุ (65-74) โดยสาเหตุสำคัญ คือ (1) นโยบายขยายอายุเกษียณ (2) ค่านิยมในการทำงานนานขึ้นเนื่องจากระดับการศึกษาเฉลี่ยของผู้สูงอายุสูงขึ้น (3) การเพิ่มขึ้นของอัตราการทำงานของผู้หญิงที่แต่งงานแล้วทำให้คู่สมรสสามารถทำงานนานขึ้น (4) สุขภาพที่ดีขึ้นช่วยให้ผู้สูงอายุทำงานต่อไปได้นานขึ้น และ (5) ผลกระทบของทรัพย์สมบัติ (Wealth effect) เนื่องจากแนวโน้มการลดลงของผลิตภาพแรงงานและความไม่เท่าเทียมกันของค่าจ้างส่งผลให้ทรัพย์สมบัติของผู้สูงอายุจำนวนมากลดลงและต้องทำงานต่อ (Martin 2018)
เนื่องจากงานวิจัยชิ้นนี้ค่อนข้างยาวและเป็นวิชาการ ผู้เขียนจึงขอตัดภาพไปที่คำถามท้ายงานวิจัยว่า “กิ๊กสามารถช่วยแรงงานผู้สูงอายุได้หรือไม่” ซึ่งผู้วิจัย (Martin)ให้ความเห็นว่างานกิ๊กสำหรับผู้สูงอายุ (ในOECD) ยังมีข้อจำกัดบางประเด็น เช่น (1) กรณีที่วารสาร the Economist บอกว่าในยุคดิจิทัล ระบบเศรษฐกิจกิ๊กจะสามารถให้โอกาสการทำงานได้มากแก่ผู้สูงอายุที่ต้องการผสมผสานการทำงานกับการพักผ่อน Martin เถียงว่าไม่น่าใช่เพราะแรงงานผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นผู้ทำงานส่วนตัว ไม่ใช่ลูกจ้างชั่วคราว (2) ประเด็นที่ว่ากิ๊กจะเหมาะกับแรงงานสูงอายุกว่าแรงงานวัยหนุ่มสาว Martin เถียงว่าอาจจะจริงสำหรับอาชีพและงานบางอย่าง กิ๊กหลายอย่างใช้คนวัยหนุ่มสาว ยกตัวอย่างงานวิจัยในเยอรมนีที่สำรวจผู้ให้บริการอิสระ (freelancers) 6 หมื่นคนที่ขึ้นทะเบียนในแพลตฟอร์มแห่งหนึ่งในเยอรมนีและผู้ใช้บริการ พบว่าแม้จะมีผู้ให้บริการเป็นผู้สูงอายุจำนวนมาก แต่ผู้ให้บริการส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 30 (3) ปัญหาข้อมูลแรงงานกิ๊กซึ่งการสำรวจแรงงานไม่มีข้อมูลแรงงานกิ๊กที่ชัดเจนเพราะผู้ทำงานส่วนตัวทำงานหลากอาชีพขณะที่งานชั่วคราวในการสำรวจแรงงานหรือครัวเรือนไม่สามารถระบุงานอิสระ/ชั่วคราวอย่างกิ๊กได้ แม้จะใช้ตัวเลขผู้ทำงานมากกว่า 1 อาชีพว่าเป็นแรงงานกิ๊กก็อาจไม่ถูกต้อง เพราะตัวเลขที่ได้ไม่ตรงกับความเป็นจริงเช่นในอเมริกาพบว่าตัวเลขผู้ทำงานมากกว่า 1 อาชีพคงที่อยู่ร้อยละ 5 ทุกๆ ปีซึ่งไม่ตรงกับภาพรวมที่ว่าแรงงานกิ๊กเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอเมริกาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ข้อสังเกตดังกล่าวผู้เขียนเห็นว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญและยังถกเถียงได้เยอะ ซึ่งถ้าประเทศไทยจะส่งเสริมแรงงานผู้สูงอายุให้ทำงานกิ๊กอย่างจริงจัง เรื่องแค่นี้ไม่หนักหนาอะไร
เชียร์ให้ส่งเสริมการทำงานของผู้สูงอายุต่อครับ และกิ๊กก็น่าจะเป็นหนึ่งทางเลือก
สราวุธ ไพฑูรย์พงษ์
[email protected]

