หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ยูเนสโก ห่วงอยุธยา มีปัญหามรดกโลก รกสิ่งก่อสร้างเพิ่มเติมหนาแน่น ไร้ระเบียบ

24.11.16 | 22:25 น.
ประวัติศาสตร์สังคมของพื้นที่มรดกโลกอยุธยา ควรแบ่งปันเผยแพร่สู่สาธารณะอย่างสม่ำเสมอ ไม่เงียบหายไปเฉยๆ เหมือนกรณีวัดบรมพุทธาราม (ในภาพ) พิธียกต้นมะขามขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ อายุกว่า 300 ปี ภายในโบราณสถานวัดบรมพุทธาราม ที่โค่นล้มพร้อมตัดแต่งกิ่งและทำบายพาส เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน (ภาพจากมติชนรายวัน ฉบับวันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 หน้า 11)

ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานะของมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา อยู่ในสถานการณ์อย่างไร?

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่า อยู่ในสถานะปกติ โอกาสที่มรดกโลกพระนครศรีอยุธยาจะถูกขึ้นบัญชีภาวะอันตรายนั้นมีน้อยมาก เพราะประเทศไทยทำตามข้อแนะนำของคณะกรรมการมรดกโลก

เมื่อถามว่า การควบคุมสิ่งก่อสร้างในพื้นที่มรดกโลก ที่ว่ามีการก่อสร้างตลอดเวลาจนทำให้หลายพื้นที่มีความหนาแน่นไม่สบายตา จะต้องทำอย่างไร?

นายวีระกล่าวว่าต้องมีการจัดระเบียบใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่เกาะเมืองที่มีความหนาแน่นมาก ขณะนี้คิดว่าจะต้องมีการย้ายเรือนจำออก อยู่ระหว่างการประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

[มติชน รายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน 2559 หน้า 1]

Advertisement

คุณค่า vs มูลค่า

อยุธยามรดกโลกมีปัญหาให้แก้ไขไม่รู้จบ ทุกฝ่ายต้องยอมรับความจริงตรงนี้ก่อน แล้วร่วมกัน (ทั้งส่วนกลาง, ส่วนภูมิภาค, ส่วนท้องถิ่น, และภาคพลเมือง ฯลฯ)แสวงหาลู่ทางอย่างรัดกุมและทันการ ถ้าปกปิดซ่อนเร้นปัญหาไว้ใต้พรม อยุธยาก็มีโอกาสเจ๊ง

เพราะมีปัญหาอย่างน้อย 2 ส่วนทับซ้อนกัน คือ คุณค่า กับ มูลค่า ซึ่งแยกยากมากๆ หรือแยกไม่ได้เลย แต่อยู่รวมกันแล้วทำประโยชน์ร่วมกันได้ถ้าบริหารจัดการเป็นสากล

พื้นที่มีคุณค่า ได้แก่ โบราณสถานที่ต้องสงวนรักษาทั้งในแง่มรดกชาติ และมรดกมนุษยชาติที่เป็นมรดกโลก

พื้นที่มีมูลค่า ได้แก่ บริเวณทั้งหมดที่ไม่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เพราะใช้ประกอบการเพื่อการท่องเที่ยวแล้วสร้างมูลค่าหาประมาณมิได้

ปัญหาเหล่านี้มีครูบาอาจารย์ด้านต่างๆ พูดจาว่ากล่าวและแนะทางแก้ไขไว้มากอย่างต่อเนื่อง

แต่ผู้รับผิดชอบโดยตรงไม่ฟัง หรือฟังแต่ทำไม่ได้ยิน จนคณะกรรมการมรดกโลกกับยูเนสโกต้องออกแรงทักท้วงเอง ดังนี้

ยูเนสโกห่วงอยุธยา อยู่ในภาวะอันตราย

ข่าวจากมติชน รายงานอีกว่านายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมต. วธ. ให้สัมภาษณ์ว่าได้หารือถึงข้อกังวลและข้อห่วงใยของคณะกรรมการมรดกโลก และยูเนสโก 5 ข้อ รัฐบาลได้รับมาแก้ไข ได้แก่

  1. ให้ประเทศไทยจัดอบรมด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน เพราะหลังเกิดเหตุอุทกภัยเมื่อปี 2554 สถานที่เหล่านั้นได้รับความเสียหายมาก จะต้องได้รับการบูรณะแก้ไขอย่างเร่งด่วน
  2. ให้ทำแผนแม่บทการจัดการบริหารอนุรักษ์ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น เพราะแผนเดิมที่ทำอยู่เคยทำมาเมื่อ 20 ปีก่อน ไม่ทันสมัย จะมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติเข้าร่วม
  3. ให้ประเทศไทยเชิญผู้เชี่ยวชาญมาจัดการบริหารโบราณสถานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
  4. ให้มีการควบคุมสิ่งก่อสร้าง เพราะปัจจุบัน จ.พระนครศรีอยุธยา มีการก่อสร้างอยู่ตลอดเวลา หลายพื้นที่มีการสร้างสิ่งก่อสร้างด้วยความหนาแน่น ดูแล้วไม่สบายตา เดิมทีมีการกำหนดการขออนุญาตการสร้างตึกจากคณะกรรมการ ตึกจะต้องสูงไม่เกิน 8-15 เมตร รูปแบบหลังคาต้องเป็นจั่ว ปั้นหยา หรือทรงไทยประยุกต์ แต่หลังจากนี้จะต้องมีการพิจารณาเรื่องความหนาแน่นของพื้นที่เป็นหลักด้วย จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงมหาดไทย กรมศิลปากร ร่วมพิจารณาหลักเกณฑ์กำหนดการอนุญาตอีกครั้ง และ
  5. มีผู้เชี่ยวชาญจากคณะกรรมการมรดกโลกได้ร่วมประเมินการบูรณะวัดที่อยู่ในแหล่งมรดกโลก พบว่า 16 วัด มีรูปแบบการบูรณะผิดเพี้ยนไปจากเดิม ประกอบด้วย
  6. วัดพระศรีสรรเพชญ์ 2. วัดมหาธาตุ 3. วัดราชบูรณะ 4. วัดพระราม 5. วัดป่าสัก 6.วัดสะพานนาค 7. วัดส้ม 8. วัดเจ้าพราหมณ์ 9. วัดมหาสมัน 10. วัดหลวงชีกรุด 11. วัดวังชัย 12. วัดโพง 13. วัดพระงาม 14. วัดชุมแสง 15. วัดสังขปัต และ 16. วัดไตรตรึง

ข้อผิดพลาดทั้งหมด กรมศิลปากรจะเข้าไปแก้ไขให้ถูกต้องตามแบบดั้งเดิมทั้งหมด จะมีการถ่ายภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังการบูรณะทั้งหมด

นายวีระกล่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้ ทส. ยื่นแผนแม่บทการจัดการบริหารพื้นที่มรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ เพื่อส่งไปให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาภายในกำหนดวันที่ 1 ธันวาคมนี้

ไม่ยอมรับว่าล้าสมัย

ยูเนสโก บอกโดยสรุปในข้อ 2, 3 ว่า การบริหารจัดการอนุรักษ์ของ วธ. ล้าสมัย ควรเชิญผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแก้ไขแล้วบริหารจัดการให้ทันสมัย

มติชนเคยท้วงติงแนะนำเรื่องนี้มาต่อเนื่องนานหลายปี ว่าต้องปรับปรุงวิธีคิดกับวิธีทำให้ทันโลกสากล

แต่ผู้บริหาร วธ. และนักโบราณคดีที่รับผิดชอบ ตลอดจนเครือข่ายปู่โสมเฝ้าทรัพย์ พากันกล่าวร้ายป้ายสีมติชนต่างๆ นานาว่าสร้างข่าวมุ่งโจมตีราชการเพื่อให้เป็นข่าวขายหนังสือพิมพ์

มาบัดนี้คณะกรรมการมรดกโลกกับยูเนสโก ก็มีความเห็นอย่างเดียวกับที่มติชนเคยบอกไว้ แล้วจะป้ายสียูเนสโกและคณะกรรมการมรดกโลกกับมติชนอย่างไรต่อไปดีล่ะ?