ในครั้งพุทธกาล ขณะองค์พระศาสดาตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณเข้าสู่อรหัตผล จิตถึงซึ่งความดับสนิทแห่งกิเลสและกองทุกข์ โลกธาตุทั้งปวงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ขณะนั้นพญากาฬนาคราชที่กำลังหลับใหลอยู่ใต้บาดาลได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้เพราะเหตุที่ได้มีการอุบัติขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใหม่แล้ว ณ บัดนั้น
เหตุการณ์ข้างต้นแสดงให้เห็นว่า จิตของพญากาฬนาคราชประหวัดแนบแน่นและอยู่เคียงคู่กับพระพุทธศาสนามาช้านาน จิตของพญานาคที่คอยจดจ่อเฝ้ารอคอยกับการอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้า เฝ้ารอคอยเพื่อการได้ยินได้ฟังพระธรรมเทศนาขององค์พระศาสดาที่อุบัติขึ้น และทุกครั้งที่มีพระพุทธเจ้าพระองค์ใหม่อุบัติขึ้น พญานาคราชจะตื่นขึ้นมาทุกครั้ง
จิตที่ใฝ่ธรรมและแนบแน่นอยู่กับพระพุทธศาสนา จิตที่มีศรัทธาอันแรงกล้าที่คอยดูแลปกป้องพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คือจิตอันบริสุทธิ์สะอาดของพญานาคราช ที่เปี่ยมด้วยกุศลกรรมอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อพระพุทธศาสนา เป็นจิตที่ยึดมั่นอยู่ในศีล ดื่มด่ำในรสพระธรรมคำสอน และจำแลงกายคอยอยู่เฝ้าวัดวาอารามทั้งหลายมาอย่างยาวนาน จิตของพญานาคราชจึงเป็นดวงจิตที่มีคุณลักษณะอันวิเศษสูงส่งและเปี่ยมด้วยอำนาจวาสนาบารมีในทางพุทธคุณมาอย่างยาวนาน เป็นจิตที่แตกต่างไปจากจิตของสัตว์อื่นที่มีอยู่ในทุกภพทุกภูมิทั้งหลายทั้งปวง
ด้วยเหตุนี้ พญานาคราชจึงมีสถานะแตกต่างจากสัตว์ในเทพนิยายอื่นที่เรารู้จักมักคุ้น เช่น พญาหงส์ที่เป็นพาหนะของพระพรหม พญาครุฑพาหนะของพระนารายณ์ พญาราชสีห์ สัตว์ที่ดุร้ายและมีพละกำลังมาก หรือแม้พญาช้างสารปาเลไลยกะที่เคยปรนนิบัติรับใช้องค์พระศาสดาหรือที่เคยอยู่เกื้อกูลใกล้ชิดกับพระอัญญาโกณฑัญญะก็ตาม ก็เป็นเพียงความรักความศรัทธาเฉพาะในตัวบุคคลที่เป็นพระอริยสงฆ์เจ้าที่บรรลุมรรค ผล นิพพานเท่านั้น แต่สัตว์ในเทพนิยายที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้มีจิตใจที่ก้าวล้ำไปถึงขนาดที่มีกุศลจิตและมีศรัทธาอย่างแรงกล้าที่จะคอยปกป้องดูแลพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงเหมือนอย่างพญานาคราช
แม้ภายหลังองค์พระศาสดาได้ตรัสรู้แล้ว พญามุจลินท์นาคราชยังได้ทำหน้าที่เป็นนาคปรก ใช้เศียรแผ่พังพานคอยปกป้องคุ้มครองพระวรกายของพระพุทธองค์ไว้จากภัยอันตรายและพายุฝนที่กระหน่ำลงมา อันเป็นการแสดงถึงความเทิดทูนของพญานาคราช ที่มีต่อองค์พระศาสดาอย่างหาที่สุดมิได้ แม้ชาวพุทธทั้งหลายก็ยังยากที่จะปฏิบัติได้เสมอเหมือน
ด้วยความที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า จึงปรากฏเรื่องราวในครั้งพุทธกาลว่า พญานาคราชได้แปลงตนเป็นมานพหนุ่มมาขอบวชกับพระพุทธองค์ แต่องค์พระศาสดาไม่ทรงอนุญาต ด้วยเห็นว่า แม้จิตของพญานาคจะบริสุทธิ์ยึดมั่นอยู่ในศีลในธรรม แต่พญานาคยังอยู่ในภพภูมิและมีรูปกายของสัตว์เดรัจฉาน
เพราะโดยธรรมชาติของสัตว์ทั้งหลายที่ไม่ใช่มนุษย์ จิตของสัตว์เหล่านั้นไม่อาจเข้าถึงสัมมาสติ สัมมาสมาธิได้ การได้เกิดเป็นสัตว์นั้นนับว่าชีวิตของสัตว์ทั้งหลายมีความยากลำบากและต้องดิ้นรนขวนขวายเพื่อความอยู่รอดของชีวิตยิ่งกว่ามนุษย์ สัตว์ทุกตัวที่เกิดมาต้องคอยระแวดระวังต่อภัยอันตรายต่างๆ นานาที่อยู่รายล้อมรอบตัวตั้งแต่เกิดจนตาย จนหาความสุขสงบให้แก่ชีวิตไม่ได้ ยิ่งหากพลาดพลั้งไปเพียงชั่วขณะ อาจถูกทำร้ายหรือถูกล่าจนถึงแก่ชีวิตได้
จิตของเหล่าสัตว์ทั้งปวงจึงคอยส่งออกนอกเพื่อระแวดระวังภัยอันตรายอยู่ตลอดเวลา จิตที่ถูกบังคับให้ส่งออกนอกตลอดเวลาเช่นนี้จึงกลายเป็นสัญชาตญาณที่สัตว์ทุกตัวต้องคอยปกป้องตัวเองจากภัยอันตรายภายนอก สัตว์ทั้งหลายจึงไม่รู้จักสติสัมปชัญญะที่อยู่ในลมหายใจของตน ไม่รู้จักกำหนดรู้ลมหายใจเข้าลมหายใจออกได้ ไม่อาจใช้สติเพื่อเรียกความนึกคิดที่จดจ่ออยู่กับอันตรายภายนอกหรือดึงจิตให้กลับมาอยู่กับกายหรืออยู่กับลมหายใจได้ ทั้งนี้เพราะเหตุจากสัญชาตญาณที่จิตต้องส่งออกนอกเพื่อระแวดระวังภัย
ดังนั้น เมื่อสัมมาสติ สัมมาสมาธิเป็นหนึ่งในมรรคองค์ 8 ที่พญานาคไม่อาจปฏิบัติได้เหมือนอย่างปุถุชนคนทั่วไปที่มีสติที่มีสัมปชัญญะ ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์อันใดที่พญานาคจะอุปสมบทในพระพุทธศาสนาเพราะไม่อาจปฏิบัติสมาธิและไม่อาจเข้าถึงปัญญารู้แจ้งเห็นจริงเพื่อการหลุดพ้นจากกิเลสและกองทุกข์ได้ จึงเป็นเหตุที่องค์พระศาสดาไม่ทรงอนุญาตให้พญานาคอุปสมบท
แม้จะไม่มีโอกาสได้บวช แต่จิตที่บริสุทธิ์ยึดมั่นอยู่ในศีลในธรรมและคอยปกป้องดูแลพระพุทธศาสนาเพื่อให้พระพุทธศาสนาได้สืบสานสถาพรอยู่ตลอดไป จึงมีผู้เปรียบเทียบบุคคลผู้จะเข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ว่าเป็น
ผู้มีใจอันบริสุทธิ์พร้อมจะศึกษาพระธรรมคำสอนเพื่อจรรโลงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไป จึงเรียกบุคคลผู้อุปสมบทนี้ว่า “นาค”
พญานาคเป็นชื่อนามที่ชาวพุทธใช้เรียกขานถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิ่งหนึ่งที่มีความลี้ลับอัศจรรย์อย่างน่าฉงนฉงายในระหว่างหมู่ชาวพุทธทั้งหลายด้วยกัน ที่ต่างตระหนักอยู่แก่ใจตลอดมาว่าเป็นสิ่งที่มีอยู่เคียงคู่และใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนามาช้านานตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ชาวพุทธที่เลื่อมใสในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดั่งว่านี้ ต่างเชื่อโดยสนิทใจว่า เรื่องราวของพญานาคที่เล่าขานกันมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาลและบอกเล่าปะติดปะต่อเรื่อยมาจากบรรพบุรุษปู่ย่าตายายทั่วแคว้นทั่วแผ่นดินจนถึงปัจจุบันเป็นเรื่องพญานาคที่มีอยู่จริง และตัวตนของพญานาคก็มีอยู่จริง ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องเล่าขานเพื่อให้ดูตื่นเต้นขรึมขลัง แม้แต่พระอริยสงฆ์เจ้าในยุคปัจจุบันที่เดินธุดงค์อยู่ในป่าในเขาตามชนบทห่างไกลต่างกล่าวถึงเรื่องพญานาคที่ได้ประสบพบเห็นมาอยู่เสมอเป็น
เช่นเดียวกัน อันเป็นการยืนยันถึงตัวตนและความมีอยู่จริงของพญานาคที่มีมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล
จิตที่ประกอบด้วยพุทธคุณสูงส่งนี้จึงทำให้พญานาคเป็นผู้มีฤทธิ์เดช สามารถแปลงร่างล่องหนหายตัวหรือกระทำอื่นใดที่ปุถุชนทั่วไปไม่อาจทำได้ ซึ่งฤทธิ์เดชเหล่านี้ไม่มีอยู่ในสัตว์ในเทพนิยายต่างๆ เช่น ครุฑ หงส์ ช้าง ราชสีห์ เหตุที่พญานาคมีอิทธิปาฏิหาริย์ เป็นเพราะจิตของพญานาคบริสุทธิ์สะอาดและยึดมั่นอยู่ในศีลในธรรมยิ่งกว่าสัตว์อื่นใดทั้งหลายในเทพนิยาย
จิตของพญานาคเป็นจิตที่ยึดมั่นในพระพุทธศาสนามาช้านาน เป็นจิตที่ไม่หลงติดอยู่กับความโลภ โกรธ หลง จิตที่เปี่ยมด้วยกุศลและห่างไกลจากราคะตัณหาเช่นนี้จึงเป็นจิตที่มีพลังอำนาจ ดังนั้นฤทธิ์เดชและปาฏิหาริย์ที่พญานาคได้มาจึงมีที่มาจากพลังของจิตที่บริสุทธิ์สะอาดของตนนั่นเอง
พญานาคเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงและตัวตนของพญานาคมีอยู่อย่างแท้จริง พญานาคอยู่คู่ควรกับพระพุทธศาสนามาช้านาน ไม่ใช่เฉพาะแค่ยุคสมัยของพระสมณโคดมเท่านั้น แต่มีมาตั้งแต่ครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์แรกที่อุบัติขึ้นครั้งแรกในโลก แม้จะมีรูปกายภายนอกเป็นสัตว์ แต่จิตที่มีศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อพระพุทธศาสนา พญานาคจึงนับเป็นผู้ประเสริฐและเป็นผู้ทรงคุณค่าอย่างใหญ่หลวงต่อชาวพุทธทั้งหลาย จึงสมควรอย่างยิ่งที่พญานาคจะได้รับการเคารพยกย่องและนับถือจากพุทธศาสนิกชนทั่วไป
จิตของพญานาคคอยรับใช้ชาวพุทธอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คอยดูแลพุทธจักร พุทธสถานและวัดวาอารามในทุกกาลทุกสมัยตลอดมา ชาวพุทธจึงควรให้ความเคารพแก่พญานาคยิ่งกว่าการนำพญานาคมาใช้ประโยชน์เป็นตราสารหรือสัญลักษณ์เพียงเพื่อผลประโยชน์ในทางโลกโลกีย์ ทางอำนาจปกครองหรือแสวงหาผลกำไรจากการท่องเที่ยว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นไปในทางด้านทรัพย์สินเงินทองและวัตถุโภคทรัพย์ทั้งสิ้น โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของพระพุทธศาสนาหรือไปในทางโลกุตรธรรมอันเป็นที่เทิดทูนยิ่งของเหล่าพญานาคแต่อย่างใด
การนำพญานาคไปใช้เป็นเครื่องหมาย ตราสารหรือสัญลักษณ์ในทางโลกวัตถุเช่นนี้ ย่อมถือเป็นการกระทำที่ผิดพลาด ลบหลู่และล่วงเกินต่อพญานาคในสิ่งที่เป็นสาระสำคัญอย่างยิ่ง เป็นการนำเอาพญานาคซึ่งอยู่ในแดนพุทธภูมิไปสู่สิ่งที่เป็นอกุศลและอัปมงคล เป็นการกระทำที่ผิดฝาผิดตัวเมื่อเทียบกับกรณีของครุฑ หงส์ ช้าง ราชสีห์ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา หากผู้ใดประสงค์จะใช้ แต่ยังไม่มีความแน่ใจ จึงควรหลีกเลี่ยงเสีย ทั้งนี้เพื่อหลีกพ้นไปจากความวิบัติทั้งหลายทั้งปวงที่อาจเกิดขึ้นได้
ซ้ำร้ายผู้คนทั่วโลกที่อยู่ในศาสนาอื่นอาจตั้งข้อรังเกียจเดียดฉันท์ที่ชาวพุทธนำเอาสิ่งที่เกี่ยวข้องแนบแน่นกับพระพุทธศาสนามาใช้บังหน้าหาผลประโยชน์ จนถึงอาจไม่ยอมคบค้าสมาคมด้วย เปรียบดั่งชาวพุทธที่ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องของไม้กางเขนหรือหินดำอันเป็นที่เคารพบูชาของผู้คนในศาสนาอื่น
ดังนั้น จึงไม่มีเหตุอันสมควรที่จะนำพญานาคอันเป็นสิ่งที่ชาวพุทธทั้งหลายให้ความเคารพออกใช้บังหน้าเป็นตราสารหรือสัญลักษณ์ใดๆ เพื่อหาประโยชน์ทางการค้าการปกครอง เพราะการกระทำเช่นว่านี้เป็นสิ่งที่ชาวพุทธทั้งหลายไม่เคยกระทำมาก่อนและไม่เคยยินยอมเห็นชอบด้วยมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล แม้จนถึงยุคสมัยของกรุงสุโขทัยหรือกรุงศรีอยุธยาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันก็ตาม
ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ

