เรือบรรทุกเครื่องบินที่ทรงอานุภาพที่สุดของโลกถูกตั้งชื่อตามจ่าทหารเรือผิวดำชื่อ‘ดอริส’
ดังที่ทราบกันดีแล้วว่าชาวอเมริกันผิวดำนั้นแทบทุกคนนั้นสืบเชื้อสายจากอดีตทาสที่ถูกนำมาจากทวีปแอฟริกาแทบทั้งสิ้น (ยกเว้นอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้เป็นบุตรชายของนักเรียนทุนจากประเทศเคนยา ที่แต่งงานกับนักศึกษาสาวชาวอเมริกันผิวขาว แต่ภริยาของประธานาธิบดีโอบามาก็สืบเชื้อสายจากอดีตทาสมาก่อน) จึงมักถูกมองและปฏิบัติต่ออย่างรังเกียจเดียดฉันท์จากชาวอเมริกันส่วนใหญ่ เช่น นายดอริส มิลเลอร์ ชายอเมริกันผิวดำได้อาสาเป็นทหารเกณฑ์มาทำงานในครัวบนเรือรบเวสต์เวอร์จิเนียของอเมริกาจอดอยู่ในท่าเรือที่อ่าวเพิร์ล ฮาวาย สหรัฐอเมริกา แต่เนื่องจากนายดอริสเป็นคนผิวดำ จึงไม่ได้รับอนุญาตให้การสู้รบเยี่ยงทหารทั่วไป เพราะเหล่าทหารผิวดำต้องทำงานเพียงหลังฉาก เช่น การทำครัว การซักรีด การทำความสะอาด เป็นต้น ถึงแม้ว่าพลทหารดอริส มิลเลอร์ได้เริ่มแข่งขันชกมวยและแข่งขันยกน้ำหนักและเคยได้เป็นตัวแทนของเรือในการแข่งขัน และเป็นที่ยอมรับของเพื่อนทหารคนอื่นๆ แต่เขาก็ได้รับหน้าที่เป็นเพียงแค่คนครัวบนเรือรบเวสต์เวอร์จิเนียเท่านั้น

วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2484 เวลาประมาณ 07.57 น. ระหว่างที่พลทหารดอริส มิลเลอร์เสิร์ฟอาหารให้กับนายทหารชั้นผู้ใหญ่บนเรือรบเวสต์เวอร์จิเนีย ทางการญี่ปุ่นได้ลอบส่งฝูงบินเข้าโจมตีฐานทัพเรือที่อ่าวเพิร์ล และตอร์ปิโดน้ำตื้นลูกหนึ่งของญี่ปุ่นพุ่งเข้าใส่เรือรบเวสต์เวอร์จิเนียอย่างจัง แต่ดอริส มิลเลอร์ได้ใช้ปืนต่อต้านอากาศยานในการต่อสู้กับเครื่องบินรบฝ่ายญี่ปุ่นอย่างไม่ลดละแม้ว่าจะไม่เคยได้รับการฝึกมาก่อนเลยจนสามารถยิงเครื่องบินรบญี่ปุ่นตก 2 ลำ เมื่อกระสุนหมด ดอริสยังช่วยลำเลียงทหารบาดเจ็บ 5 นายไปสู่ที่ปลอดภัยได้ แต่ในที่สุดเรือรบเวสต์เวอร์จิเนียก็จมลงใต้ทะเล จากการกระทำของพลทหารดอริส ทำให้เขาได้เลื่อนยศเป็นจ่าและได้รับเหรียญกางเขนกองทัพเรือ (Navy Cross) ซึ่งเป็นเหรียญกล้าหาญขั้นสูงระดับที่สามที่ถูกมอบโดยกองทัพเรือสหรัฐ
ต่อมาจ่าดอริสอาสากลับเข้าทำการรบอีกครั้งหนึ่งและเขาได้เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ลิซคัม เบย์ที่เขาประจำการอยู่ได้ถูกจมลงโดยเรือดำน้ำญี่ปุ่นในช่วงการรบที่เกาะปะการังมาคิน ใกล้กับหมู่เกาะกิลเบอร์ตในมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2486 จ่าดอริสเสียชีวิตเมื่อเขาอายุได้ 24 ปี
สำหรับเรือบรรทุกเครื่องบินระดับ “อภิเรือบรรทุกเครื่องบิน-Supercarrier” โดยทั่วไปแล้วจะถือเอามาตรฐานระวางขับน้ำตั้งแต่ 65,000 ถึง 85,000 ตันหรือมากกว่านั้น (ระวางขับน้ำเป็นวิธีสากลที่ระบุขนาดของเรือ โดยมีความหมายคือน้ำหนักของน้ำที่ถูกปริมาตรของส่วนที่จมของเรือ ลงไปแทนที่น้ำ มีหน่วยเป็นเมตริกตัน ส่วนมากใช้กับเรือรบ) และเรือบรรทุกเครื่องบินต้องมีความยาวตั้งแต่ 280-320 เมตรหรือมากกว่านั้นจึงจะจัดเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินระดับอภิเรือบรรทุกเครื่องบิน (Supercarrier) ได้
สำหรับประเทศอภิมหาอำนาจประเทศเดียวในโลกคือสหรัฐอเมริกานั้นมีอภิเรือบรรทุกเครื่องบินแบบนี้ประจำการอยู่ถึง 11 ลำ ซึ่งล้วนแต่เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ทั้งสิ้น (เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกาถูกประมาณการว่าจะใช้ได้ถึง 90 ปีโดยไม่ต้องเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเลย) และเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการของสหรัฐอเมริกาทั้ง 11 ลำนี้มีระวางขับน้ำมากกว่า 100,000 ตันทุกลำ และมีความยาวของเรือมากกว่า 337 เมตรทั้งสิ้นเช่นกัน
ในปัจจุบันมีเพียง 2 ประเทศ คือ อังกฤษ กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินระดับอภิเรือบรรทุกเครื่องบิน (Supercarrier) ประจำการอยู่ โดยอังกฤษมีเรือบรรทุกเครื่องบินระดับอภิเรือบรรทุกเครื่องบิน (Supercarrier) เพียง 2 ลำ คือเรือบรรทุกเครื่องบินควีนเอลิซาเบธที่ 2 และเรือบรรทุกเครื่องบินปรินซ์ออฟเวลส์ แต่เรือบรรทุกเครื่องบินของอังกฤษ 2 ลำนี้ใช้เครื่องยนต์แบบระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบบูรณาการ (Integrated electric propulsion) ไม่ใช่พลังงานนิวเคลียร์ ส่วนสาธารณรัฐประชาชนจีนก็มีเรือบรรทุกเครื่องบินระดับอภิเรือบรรทุกเครื่องบิน (Supercarrier) 2 ลำ คือเรือบรรทุกเครื่องบินซานตงและอีกลำหนึ่งที่ใหม่เอี่ยมเพิ่งเปิดตัวเมื่อ พ.ศ. 2565 นี่เอง คือเรือบรรทุกเครื่องบินฝูเจี้ยน แต่เรือบรรทุกเครื่องบินทั้ง 2 ลำนี้ยังใช้เครื่องยนต์ดีเซลอยู่
ครับ! ที่เกริ่นมาเสียยาวก็เพื่อที่เรียนให้ท่านผู้อ่านทราบว่าเรือที่ทรงอานุภาพที่สุดในโลกปัจจุบันคือเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ระดับอภิเรือบรรทุกเครื่องบิน (Supercarrier) ซึ่งสหรัฐอเมริกามีประจำการอยู่ถึง 11 ลำแล้ว แต่ทางการสหรัฐอเมริกากำลังสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ระดับอภิเรือบรรทุกเครื่องบิน (Supercarrier) อีก 3 ลำ คือเรือบรรทุกเครื่องบินจอห์น เอฟ เคนเนดี้จะเข้าประจำการใน พ.ศ.2567 เรือบรรทุกเครื่องบินเอนเทอร์ไพรซ์จะเข้าประจำการใน พ.ศ.2571 และเรือบรรทุกเครื่องบินดอริส มิลเลอร์จะเข้าประจำการใน พ.ศ.2575
ในที่สุดชื่อของหนุ่มจ่าทหารเรือผิวดำก็จะได้เป็นชื่อของเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ที่ทรงอานุภาพที่สุดในโลกลำต่อไปในหมู่เรือประเภทเดียวกันที่ส่วนใหญ่เป็นชื่ออดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาทั้งสิ้น นับว่าสมศักดิ์ศรียิ่งนัก
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์
อ่านข่าวน่าสนใจ
- สั่งฟ้องยกครัวกิ๊ก อดีตรองนายกฯ “ย.” คดีฉ้อโกง พร้อมออกหมายจับพ่อสาว
- ณัฐวุฒิ ลาออกเพื่อไทย พ้อไม่เห็นค่า ถ่อมตัวไม่กล้าขอซบ ทสท. ยันเดินหน้าลง ส.ส.เขตต่อ
- เศรษฐกิจซบหนัก ‘ชาวนา-เจ้าของธุรกิจ’ แห่ขายที่ดิน ทรัพย์สิน ดัมพ์ราคาแหลก
- หนุ่มกินซอยจุ๊ถี่ เจอลูกกระจ๊อก ‘พยาธิ’ จัดยาถ่าย เช้ามารู้เรื่อง ‘ตัวตืด 2 เมตร’ จุกๆ (คลิป)
- ราศีใดจะได้พบเจอกับเหตุเหนือธรรมชาติ หรือสิ่งที่อธิบายไม่ได้

