หน้าแรก คอลัมนิสต์ ภาพเก่าเล่าตำ...

ภาพเก่าเล่าตำนาน : คนไร้บ้าน… 2 ฝั่งถนนราชดำเนิน

16.01.23 | 13:48 น.

 ราว 2 ปีที่ผ่านมาระหว่างโควิด-19 พรากชีวิตมนุษย์ไปแบบไม่ยั้งชีวิตแสนจะฝืดเคือง มีป่วย มีตายแบบน่าสะทกสะท้าน เผาศพกันไม่หยุด เตาเผาศพแตก

หลายประเทศเกิดปรากฏการณ์ Food Bank นำอาหารไปใส่ตู้ไว้ วางไว้ คนที่เดือดร้อนมาหยิบไปกินได้ แบ่งกันกิน เป็นความเห็นอกเห็นใจของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

เมืองไทยเรียกกันว่าตู้ปันสุขไม่เป็นสองรองใครในโลก

บ้าน ร้านค้านำอาหารกระป๋อง อาหารกึ่งสำเร็จรูปใส่ในตู้ ใครมาหยิบ ใครมาแบ่งเอาไปตามสบายหลายแห่งไปได้สวย หลายแห่งไม่สวย เพราะเอาถุงมาโกยแบบดุเดือด ในระยะเผาขน

โควิด-19 ในไทย ยืนระยะยาวเหมือนกับประเทศ อื่นๆ ผู้คนทำมาหากินไม่สะดวก ตกงาน ยากแค้น

Advertisement

แสนสาหัสคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานใน กทม. “ถูกลอยแพต้องอพยพกลับไปบ้านเกิดในต่างจังหวัดเพื่อประทังชีวิต

นักเรียน นักศึกษา ต้องเรียนแบบออนไลน์ ไม่ต้องไปโรงเรียน รู้มั่งไม่รู้มั่ง ไม่รู้จะทำยังไง ข้าราชการทำงานจากที่บ้าน ร้านค้าถูกคำสั่งงดประกอบการ ดนตรี กีฬา ลิเก แทบจะล้มหายตายจากไปจากสังคม

ถนนโล่งอาหาร คือ ของหายาก

จากที่เคยตั้งตู้ปันสุขเกิดมิติใหม่ในการบริจาคคนไทยใจบุญ ขอนำอาหารสำเร็จรูปไปแจกจ่ายถึงแหล่งชุมชน มากบ้าง น้อยบ้างสร้างสุข บำบัดทุกข์ได้จริง

ในดีมีเสียในเสียมีดีบุคคลที่มิได้ยากแค้น มิได้อดอยาก ปรากฏตัวเข้ามาในกลุ่มผู้รับการช่วยเหลือ แอบแฝงตัวรับอาหารนำไปจำหน่าย นำไปแจกจ่ายกับกลุ่มของตน

ที่เป็นข่าว น่าเจ็บใจ คือ กินทิ้งกินขว้าง ตามด้วยทิ้งอาหารเป็นขยะแบบน่าชิงชังรังเกียจ

ไม่มีใครห้ามศรัทธาได้ การแจกจ่ายทำทานยังดำเนินต่อไป ด้วยใจบริสุทธิ์ ก่อเกิดจุดนัดพบระหว่างผู้ให้ผู้รับ

ใน กทม. ถนนราชดำเนิน และย่านใกล้เคียง คือ แหล่งพำนักของคนกลุ่มหนึ่ง เป็นที่รู้กันว่า จะมีผู้ใจบุญ ใจดี มาจอดรถนำอาหารมาแจกเสมอ บุคคลที่เรียกกันว่าคนไร้บ้านที่พักพิงอยู่ 2 ฝั่งถนนราชดำเนิน เริ่มคึกคัก มีชีวิตชีวา เพิ่มจำนวนมากขึ้นๆ

จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่เทศกิจ และพนักงานกวาดถนนเขตพระนคร ชี้แจงว่าปัจจัยดูดคือ การแจกอาหารของคนไทยที่จิตใจเอื้ออารี  มีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

มีองค์กรเอกชน กลุ่มบุคคล มูลนิธิ เข้ามาช่วยดูแลคนเหล่านี้บ้างแล้ว ช่วงโควิด มาฉีดวัคซีน ดูแลสุขภาพให้ถึงที่น่าชมเชยยิ่งนัก

ความไร้ระเบียบ ความสกปรก โสโครก ตามมาเป็นเงา

ผู้เขียนได้รับมอบหมายจาก ผู้ว่าฯกทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ให้ไปดูสถานการณ์คนไร้บ้านที่กิน นอน ขับถ่าย ทิ้งขยะ บน 2 ฝั่งของถนนราชดำเนินตามที่มีการวิพากษ์อย่างหนักในสื่อออนไลน์

ข้อมูลที่จะขอถ่ายทอดต่อไปนี้ คือ การพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เทศกิจ และพนักงานกวาดถนนของเขตพระนคร

“…ช่วงก่อนโควิดพอมีอยู่บ้างราว 20 คน นอนอยู่บริเวณหน้าร้านค้าตลอดแนวถนน เพราะกว้างขวาง มีลมโกรกบางคนไปทำงานที่อื่น แล้วกลับมานอนแถวนี้ ปัสสาวะตามซอกอาคาร แค่หันหน้าเข้ามุมก็ปล่อยฉี่ไหลนองลงมา ถ้าจะถ่ายก็เดินเข้าไปในตรอก เหม็นมาก…” 

นี่เป็นคำบอกเล่าของพนักงานกวาดที่รับผิดชอบเก็บกวาดบริเวณนี้มาแล้วราว 20 ปีด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เธอเล่าต่อไปในขณะกวาดขยะ… “ช่วงโควิดมีคนทยอยมาเพิ่ม เพราะมารับวัคซีน มีเจ้าหน้าที่มาตรวจโรค ดูแล ทำเอาบริเวณนี้คึกคักเริ่มมีการนำอาหาร น้ำดื่มมาแจกจ่ายจอดรถสะดวก ถนนกว้าง มีพื้นที่จัดแจงความเป็นอยู่แบบไม่เบียดเสียด…”

แค่จอดรถแล้วแจกอาหารกล่อง กลายเป็นเหตุการณ์ปกติมายาวนานเป็นปี ที่สร้างความสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ ปากต่อปากอยากกินอาหารต้องมาถนนราชดำเนิน

ใน กทม.ยังมีพื้นที่ หัวลำโพง บางลำพู อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ปทุมวัน โรงพยาบาลกลาง เยาวราช สวนรมณีนาถ  และวัดบวรฯ เป็นแหล่งพำนักควบคู่ไปด้วย

ถนนราชดำเนินมีจำนวนมากที่สุดตัวเลขประมาณการในพื้นที่ กทม. คาดว่ามีราว 2,000 คน

เมื่อจำนวนของผู้มารอรับอาหารย่านราชดำเนินทะยานสูงขึ้น และสูงขึ้น ผลที่ตามมา คือ ขยะจากภาชนะบรรจุอาหาร ขวดน้ำ กระดาษชำระที่ใช้แล้ว เมื่อลมพัด ปลิวเร่ร่อนไปทุกพื้นที่

ของเสียจากการขับถ่ายเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เลอะเทอะ เรี่ยราดถึงขนาดถ่ายใส่โคนต้นไม้ที่มีอิฐก่อบริเวณโคนต้น  

เมื่อมีขยะพนักงานกวาดที่แสนจะสัตย์ซื่อ ไม่มีทางเลือก ต้องเข้าไปจัดการนำสิ่งโสโครกกวาดออกมาให้โคนต้นไม้สะอาด เวลาที่ใช้เก็บกวาดมากขึ้น ขยะล้น

แม้กระทั่งหลังโควิดต้นปี พ..2566 เรื่องการแจกอาหารข้างถนนราชดำเนินทั้ง 2 ฝั่งยังมีผู้ใจบุญมาจอดรถ  เนื่องในวันเกิดขอทำทาน นำอาหารมาแจก เพราะเห็นว่ายังมีคนไร้บ้านอยู่เยอะ

เมื่อมีสิ่งนั้น จึงมีสิ่งนี้

แปลความได้ว่าคนไร้บ้านเพิ่มขึ้นมากเพราะทราบว่าจะมีคนมาแจกอาหาร ในทางกลับกัน คนที่มาแจกอาหารเห็นคนไร้บ้านมีเยอะเลยตั้งใจมาแจกที่นี่

กลายเป็นงูกินหาง ไล่เรียงกันไปไม่หยุด

ข้อมูลจริงจากทีมงานของรองผู้ว่าฯกทม.ศานนท์ หวังสร้างบุญ ระบุว่ามูลนิธิกระจกเงา 

รวมถึงองค์กรภาคประชาชน  เจ้าหน้าที่เทศกิจฯ กทม. เข้ามาดูแล เจือจุนกันมานานแล้ว

จำนวนคนไร้บ้านในกรุงเทพฯที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากปัญหาการตกงาน ก่อนระหว่างหลัง โควิด และไม่มีเงินจะจ่ายค่าเช่าที่พักได้ จึงเลือกที่จะมาอาศัยนอนอยู่ตามท้องถนน

ที่เรียกกันว่าคนไร้บ้านหรือจะเรียกคนเร่ร่อนหรือจะเรียกอะไรก็ตาม ที่พบเห็นตามชุมชน สถานที่ต่างๆ ในเมืองไทย มีที่มาจาก 3 แหล่ง/สาเหตุ ครับ

 าเหตุปัญหาคนไร้บ้าน (ข้อมูลจาก Pawida W. 27 February, 2020)

1.ปัญหาครอบครัว เมื่อสถาบันครอบครัวมีปัญหาก็ย่อมส่งผลกระทบต่อปัญหาสังคมที่สามารถลุกลามไปได้กว้าง ครอบครัวไม่อบอุ่น โดนไล่ออกจากบ้านบ้าง ครอบครัวแตกแยกบ้าง ไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวบ้าง

2.ปัญหาเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำในสังคมกรุงเทพฯ ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น แต่เศรษฐกิจฝืด คนไม่ค่อยใช้จ่ายกัน การเลิกจ้างแรงงาน มีหนี้สิน ไม่สามารถซื้อหรือเช่าบ้านได้ ขาดรายได้ หรือบางคนก็โดนโกง

3.ปัญหาสุขภาพ คนไร้บ้านบางส่วนมีอาการวิกลจริต ติดยา ติดเหล้าจนส่งผลเสียต่อสุขภาพแต่ไม่มีเงินรักษาให้หายขาด ขาดความรู้ความเข้าใจด้านสุขอนามัย จนในที่สุดก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือการยอมรับในสังคม

องค์กรเอกชน มูลนิธิ ปัจเจกบุคคล ยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือมาอย่างเป็นระบบที่เชื่อมต่อกับ กทม. รวมถึง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

มีที่พักที่จัดให้หลายแห่งเพื่อรองรับ กินอยู่ฟรี หากแต่ส่วนใหญ่ไม่ประสงค์จะเข้าไปอยู่ในกรอบระเบียบ ระบบ

ปัญหาคนไร้บ้าน คนเร่ร่อน คนไร้ที่พึ่ง มีเงาทับซ้อน ซ่อนปมปัญหาไว้ไม่น้อย กล่าวโดยรวม คือ ในกลุ่มคนที่น่าช่วยเหลือเหล่านี้มีกลุ่มแอบแฝงในทางมิชอบอยู่ด้วย

ต้นปี พ..2566 ผู้ว่าฯกทม.ให้ประสานไปยังตำรวจ สน.ชนะสงคราม สน.สำราญราษฎร์ และ พม.เพื่อขอจัดการ ดูแล 

แนวทางการทำงาน คือ ขอร้องให้ผู้ใจบุญ ขยับจุดจอดรถบริจาคอาหารไปยังบริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ที่เชื่อมไปถึงตรอกสาเก

ใช้รถติดเครื่องขยายเสียง ประกาศ เมื่อเห็นรถมาจอดเพื่อแจกอาหารพี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือดีมาก ในเวลาเดียวกันก็ขอให้ผู้รับอาหารขยับไปตรงโน้น (ตรงนี้สำหรับมื้อเย็น)

สำหรับมื้อกลางวันกทม.ไปตั้งเต็นท์จัดจุดแจกจ่ายอาหาร ณ พื้นที่ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ไม่เกะกะการจราจร มีร่มเงา มีมุมสงบ ปรากฏว่าได้ผลดี ผู้บริจาคอาหารร่วมมือมามอบอาหารบริเวณนี้ผู้รับอาหารทยอยย้ายมารับอาหารตรงนี้

ผู้เขียน ไปสอบถามผู้มาบริจาคอาหารทุกคนชื่นชอบการแจกอาหาร สงเคราะห์ผู้ตกทุกข์ได้ยาก ส่วนใหญ่มาบริจาคเนื่องในวันเกิด

11 มกราคม พ..2566 ช่วงเที่ยง แวะไปเยี่ยม พบว่าอาหารสะอาด น่ารับประทาน ภาชนะบรรจุอย่างดี มีทั้งของคาว ขนม เครื่องดื่ม เทศกิจจัดระเบียบ แจกจ่ายกันแบบทั่วถึง เหลือเฟือ

พอกลุ่มนี้แจกเสร็จกลับออกไปมีกลุ่มใหม่นำอาหารมาแจกต่อเนื่องเท่าที่เห็นกว่า 200 คนทุกวัน

มีเต็นท์ข้างๆ จาก พม.มารับสมัคร เปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้มีโอกาสทำงานตามถนัด มีค่าจ้าง ค่าแรง หากแต่บางคนก็ไม่ประสงค์จะทำงานใดๆ

สอบถามพูดคุยกับผู้ที่ทานอาหาร ยอมรับว่า “…มาทุกวัน อาหารอร่อย นอนที่ไหนก็ได้ ไม่ขอไปอยู่ที่ไหน ชอบตรงนี้มีข้าวกิน มีความสุข…”

รองผู้ว่าฯกทม. ศานนท์ ที่ทำงานด้านการสงเคราะห์มานานพร้อมกับเครือข่ายภาคเอกชนจัดเต็มเพื่อจัดระเบียบ

ทุกวันอังคารจะมีรถบรรทุกเครื่องซักผ้ามาจอดให้บริการให้บุคคลเหล่านี้ซักอบผ้าด้วยเครื่อง

มีรถมาให้บริการอาบน้ำ ตัดผม ทำความสะอาดร่างกาย เอกชนจัดมาให้บริการ ไม่ใช้งบประมาณทางราชการ ที่ผ่านมาเรียบร้อยดี

ขอยืนยันนะครับทางราชการจัดที่พักอาศัยให้แบบฟรีๆมีระบบ ระเบียบการอยู่ร่วมกัน เมื่ออยู่ไปได้ระยะหนึ่ง  ส่วนใหญ่ก็ขอตัวออกมา เพื่อขอใช้ชีวิตริมถนน ในที่สาธารณะ เพราะไม่ชอบกฎระเบียบในที่พักนี่เรื่องจริงครับ

นักวิชาการลงพื้นที่ไปสำรวจความเห็น เก็บข้อมูลมา พบว่าเหตุผลใหญ่คือ รักความเป็นอิสระในชีวิต

ในต่างประเทศก็เผชิญกับปัญหาแบบนี้ต้องการชีวิตอิสระ

ในบางกลุ่มที่ได้รับของแจกจ่าย จะมีขาใหญ่ตั้งตัวเป็นหัวหน้า เข้าควบคุม กำกับการรับของ จัดคิว ตามมาด้วยผลประโยชน์ส่วนตน มีทะเลาะ ทำร้ายกันเอง

เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย เป็นเรื่องที่เป็นทางเลือกสุดท้าย

ผู้ว่าฯกทม. ชัชชาติขอความกรุณาผู้ใจบุญทั้งหลาย กรุณาปรับขยับจุดแจกอาหารไปยังพื้นที่ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า  มีเทศกิจอำนวยความสะดวก จอดรถ แล้วลงไปแจกจ่ายด้วยตัวเอง

ผู้ต้องการรับอาหาร จะจัดแถวกันเอง มีระเบียบ ไม่กีดขวางการจราจร มีที่ทิ้งขยะ ทิ้งเศษอาหาร

เป็นการทำงานแบบ win-win situation อยู่ร่วมกันได้ในสังคม โดยต้องเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน

พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก