สถานีคิดเลขที่ 12 : พี่ น้อง พ่อ และแม่

22.01.23 | 09:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : พี่ น้อง พ่อ และแม่ อีเวนต์ใหญ่ ที่พะเยานอกจากปูทาง

สถานีคิดเลขที่ 12 : พี่ น้อง พ่อ และแม่

อีเวนต์ใหญ่ ที่พะเยา
นอกจากปูทางให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กลับสู่พรรคพลังประชารัฐ เท่ๆ ด้วยการคุกเข่ามอบมาลัยให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าเผ่าแล้ว
นัยสำคัญหนึ่ง อยู่ที่ “บทพากย์” ของ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ขุนพลการเมืองของบิ๊กป้อม ระหว่างการคุกเข่ามอบมาลัย

เวลานี้ลุงป้อมเปรียบเหมือนพ่อ วันนี้ลูกกลับมาบ้าน มาช่วยพาบ้านพลังประชารัฐให้เข้มแข็ง และแข็งแกร่ง…ขอให้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกไว้เลยว่าลูกๆ กลับมาบ้านแล้ว พ่อดีใจมาก หุงข้าวไว้รอแล้ว
ที่ว่าสำคัญ นั่นก็คือ การยกสถานะของ พล.อ.ประวิตร ให้สูงเด่นขึ้น

สูงจากที่เคยเป็น “พี่” ต้องคอยดูแล “น้อง” โดยเฉพาะ “2 ป.” มาตลอด แปรผันไปเป็น “พ่อ”
พ่อที่น่าจะมิได้เพียงแต่ดูแล “ลูกธรรมนัส” เท่านั้น
หากขยายความกว้าง ดังจดหมายเปิดใจของ พล.อ.ประวิตร ที่ว่า จะไม่ทิ้งพลังประชารัฐ จะดูแลทุกคนอย่างดีต่อไป

นั่นคือ จะดูแลทุกคนในพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะ “พ่อ”
มิใช่เพียง “พี่” ของใครบางคนที่กลายเป็น “คนอื่น” ไปแล้วในวันนี้
ซึ่งเมื่อ เป็น “คนอื่น” ก็ไม่ต้องถนอมน้ำใจกันอีกแล้ว
จึงได้เห็นการยื้อแย่ง ทั้งคน ทั้งผลงาน ระหว่างคนที่เคยเป็นพี่กับน้อง อย่างเปิดเผย
สะท้อนว่า การไม่รู้จักพอ และแสวงหา “อำนาจ” เพื่อที่จะไปต่อนั้น พร้อมจะทำลายสิ่งต่างๆ ลงได้ อันรวมถึงความเป็นพี่เป็นน้องด้วย

Advertisement

เมื่อกล่าวถึงเรื่อง “พี่-น้อง-พ่อ” ทางการเมืองข้างต้นแล้ว
อดไม่ได้ที่จะพูดถึงเรื่อง “แม่”

เมื่อ 19 มกราคมที่ผ่านมา จาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีหญิงแห่งนิวซีแลนด์ ประกาศจะลาออกจากตำแหน่งนายกฯในเดือนกุมภาพันธ์นี้
ด้วยเหตุผล “หมดแรงที่จะทำหน้าที่ผู้นำต่อไป”

“ฉันใช้เวลาในช่วงวันหยุดฤดูร้อนเพื่อพิจารณาอนาคตของตัวเอง และหวังว่าจะพบสิ่งที่ต้องการที่จะทำต่อไป แต่โชคไม่ดีที่ไม่พบ และอาจสร้างความเสียหายให้กับนิวซีแลนด์หากยังทำมันต่อไป จึงจำเป็นต้องหลีกทาง
“…มุมมองเดียวที่พบคือ หลังจากผ่านความท้าทายครั้งใหญ่มา 6 ปี นักการเมืองก็เป็นมนุษย์ เราได้ให้ทุกอย่างที่เราทำได้ ตราบเท่าที่เราสามารถที่จะทำมันได้ และสำหรับฉัน มันถึงเวลาแล้ว”

คำพูดของ “อาร์เดิร์น” ไม่รู้ว่าจะข้ามน้ำข้ามทะเล มาเขย่าความรู้สึก “พี่-น้อง-พ่อ” ในแวดวงการเมืองไทย บ้างหรือไม่
แต่คิดว่าคงไม่ เพราะที่นี่รู้จักแต่คำว่า “ไปต่อ” คำว่า “พอ” ไม่รู้จัก

ตรงกันข้ามกับอาร์เดิร์น อย่างสิ้นเชิง ที่ขอพอและหยุด
หยุดเพื่อที่จะไปใช้ชีวิตตามปกติ และทำหน้าที่ของ “แม่”
ต้องไม่ลืมว่า อาร์เดิร์นในวัย 42 ปี ถือเป็นผู้นำหญิงที่มีอายุน้อยที่สุดของโลก
เธอชนะการเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ในปี 2560 ขณะมีอายุ 37 ปี
จากนั้นราวๆ 1 ปีต่อมาเธอตั้งครรภ์ และคลอดลูก ขึ้นแท่นเป็นผู้นำคนที่สองของโลกที่ให้กำเนิดบุตรระหว่างทำหน้าที่บริหารประเทศ
แต่เธอสามารถทำหน้าที่ได้ดีทั้งสองอย่าง

ในการบริหารประเทศสามารถนำพานิวซีแลนด์ผ่านวิกฤตสำคัญมาหลายวิกฤต ทั้งเรื่องการแพร่ระบาดใหญ่ของโควิด-19 เหตุกราดยิงที่มัสยิดในไครสต์เชิร์ช และภูเขาไฟระเบิดที่ไวท์ไอส์แลนด์
ส่วนความเป็นแม่ก็ไม่ได้บกพร่อง แต่คงจะสมบูรณ์ขึ้นเมื่อเธอ “พอ” ในทางการเมือง
อาร์เดิร์นบอกกับนีฟ ลูกสาวของเธอว่า ตั้งตารอที่จะอยู่กับลูกเมื่อถึงเวลาที่นีฟเริ่มเข้าโรงเรียนในปีนี้
อ่านเรื่องของนายกฯนิวซีแลนด์แล้วได้แต่ทึ่งและประทับใจ
ต่างกับเรื่องของ พี่ น้อง และพ่อ ในเมืองไทย โดยสิ้นเชิง!!

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร