หน้าแรก คอลัมนิสต์ วิถีแห่งกลยุท...

วิถีแห่งกลยุทธ์ : ท่วงท่า จิงเคอ วีรชน นักลอบสังหาร ต่อ ฉินซือหวาง

26.01.23 | 12:11 น.

ยุทธนิยายในยุคฉินมีความประทับใจเป็นอย่างสูงกับ 1 ยุทธศาสตร์ไท่จื่อตัน จิงเคอ กับ1 ยุทธศาสตร์ป้อหลางซา
เพราะเป้าหมาย คือ ฉินซือหวาง
แม้ว่าการออกโรงของจิงเคอด้วยการสนับสนุน ของไท่จื่อตันจะล้มเหลว แม้ว่าการออกโรงของยุทธการป้อหลางซา จะล้มเหลว
แต่เมื่อเป้าคือ “ฉินซือหวาง” ก็ย่อมได้รับการจดจารบันทึก
แม้บางฝ่ายจะรู้สึกว่าความล้มเหลวของจิงเคอสะท้อนจุดอ่อนความบกพร่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าแผนที่วางเอาไว้แยบยลอย่างยิ่ง
แยบยลกระทั่ง “จางอี้โหมว” ยังนำมาทำเป็น เดอะ ฮีโร่
แยบยลกระทั่ง “เล่าชวนหัว” จะสรุปว่า เมื่อเขียนเรื่องราวของเหล่า “นักฆ่าพันธุ์มังกร” ก็สรุปอย่างรวบรัดว่า
เป้าหมาย “มโหฬาร” แต่ “แผนการ” สุดเฟอะฟะ

หากเริ่มจาก “ประวัติศาสตร์จีน ฉบับย่อ” จากการเรียบเรียงของหลี่เฉวียน โดยผ่านสำนวนแปล เขมณัฏฐ์ ทรัพย์เกษมชัย
ก็จะสัมผัสได้ใน “ภูมิหลัง”
ในยุคชุนชิว จั้นกว๋อ มี “มือสังหาร” เกิดขึ้นจำนวนไม่น้อย จิงเคอก็เป็นคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดในจำนวนนั้น
บรรพบุรุษของจิงเคอเป็นชาวฉี
ต่อมา อพยพไปอยู่ที่แคว้นเว่ย เขารักในการเรียน ชำนาญในวิชาฟันดาบ เคยไปพูดโน้มน้าวกษัตริย์ของแคว้นเว่ย
แต่กษัตริย์กลับไม่ได้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใดๆ
ต่อมา ได้เดินทางไปยังแคว้นเยี่ยน ต้องลำบากระหกระเหินระทมทุกข์เพราะไม่ได้แสดงออกถึงอุดมการณ์ของตน มักจะไปดื่มสุรากับเกาเจี้ยนหลีและแถวย่านการค้าและคนอื่นๆ เป็นประจำ
หากฝรั่งเศสมี “ซาล็อง” ยุคจั้นกว๋อก็มี “ร้านสุรา”

เมื่ออ่าน “นักฆ่าพันธุ์มังกร” สำนวนการเรียบเรียงของ “เล่าชวนหัว” ก็จะเข้าใจในบรรยากาศและตัวตนของจิงเคอมากยิ่งขึ้น
ระหว่างเดินทางเตร็ดเตร่พเนจรแบบนกขมิ้นค่ำไหนนอนนั่นอย่างพวกบุปผาชน
จิงเคอได้ร่ำเรียนฝึกปรือวิชากระบี่ด้วยตนเองจนมีฝีมือล้ำเลิศประเสริฐศรี และคบหาสมาคมกับเพื่อนคนหนึ่ง เกาเจี้ยนหลี
ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในศิลปะการเล่นดนตรีแบบ จี่ จู๋
จี่ แปลว่า ตี เคาะ จู๋ เป็นเครื่องดนตรีจีนแบบพิณโบราณ รูปร่างลักษณะคล้ายกับกู่เจิ้ง อันเป็นเครื่องดนตรีประเภทสาย ใช้เล่นด้วยการใช้ไม้ตี
จิงเคอ เกาเจี้ยนหลี คบหาเป็นสหาย
เมื่อดื่มจนเมามาย จิงเคอมักชอบร่ายรำกระบี่ ขณะที่เกาเจี้ยนหลีนั่งตีจู๋ขับกล่อมย้อมอารมณ์
จากดนตรีก็ยกระดับไปสู่ปัญหาทางการเมือง

ยิ่งอ่านที่ “หลี่เฉวียน” ประมวลผ่าน “ประวัติศาสตร์จีน ฉบับย่อ” จิงเคอเป็นขี้เหล้า
แต่มิใช่ขี้เมา เป็นคนพูดน้อยแต่มีความลึกซึ้ง
ชอบขบคิดปัญหา มักคบค้าปัญญาชนผู้กล้า
แคว้นเยี่ยนมีนายทหารชั้นสูงผู้หนึ่งนาม เถียนกวง รู้ว่าจิงเคอมีความสามารถจึงคบค้าอย่างสนิทสนม
“หลี่เฉวียน” เสนอคำถามว่า
เห็นได้ว่าจิงเคอเป็นปัญญาชนที่กล้าหาญชาญชัย มีแผนการและปณิธานมุ่งมั่นคนหนึ่งไม่มีพฤติกรรมที่เย็นชาโหดร้ายเช่นมือสังหารเลยแม้แต่น้อย
แล้วเหตุใดเขาจึงกลายเป็น “มือสังหาร” ได้
คำตอบนี้ต้องเริ่มจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของ เจ้าชายไท่จื่อตัน แห่งแคว้นเยี่ยนเป็นบรรทัดฐาน
ไท่จื่อตันเคยเป็น “ตัวประกัน” อยู่ที่หานตัน เมืองหลวงของแคว้นจ้าว

ประสบการณ์นั้นคือประสบการณ์ที่ไท่จื่อตันได้คบค้าเป็นเพื่อนสนิทกับอี้เหรินในระหว่างที่ทั้งสองเป็น “ตัวประกัน” เหมือนกัน
ต่อมาอี้เหรินได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แคว้นฉิน
ไท่จื่อตันถูกส่งเป็นตัวประกันที่แคว้นฉิน จึงคิดว่าฉินหวางเจิ้งจะต้องให้ความสำคัญอย่างเป็นพิเศษ
หารู้ไม่ว่าฉินหวางได้ลืมมิตรภาพเก่าๆ ไปหมดสิ้น
กลับแสดงท่าทีที่หยาบคายและเหยียดหยาม ในจิตใจของไท่จื่อตันจึงเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
กระทั่งหนีกลับมายังแคว้นเยี่ยน

Advertisement

ความแค้นของไท่จื่อตันอาจเริ่มจากเรื่องส่วนตัว แต่ก็พัฒนาเป็นเรื่องระหว่างแคว้นเยี่ยนกับแคว้นฉิน
ติดที่แคว้นเยี่ยนอ่อนแอ
เมื่อคิดได้ว่าจวีอู่ อาจารย์ของเขาเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ จึงไปขอคำแนะนำ แต่ไท่จื่อตันก็ยังไม่ต้องใจจึงแนะนำเถียนกวงให้
จากเถียนกวงจึงไปถึงจิงเคอ
เมื่อไทจื่อตันพบจิงเคอก็คุกเข่าลงกราบ น้ำตาไหลพราก ทำให้จิงเคอซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง ก็อธิบายถึงแผนการของตน
การมุทะลุทำสงครามกับฉินก็เหมือนเอาไข่ไปกระทบหิน
การร่วมมือกับแคว้นทางตะวันออกเพื่อต่อต้านก็เป็นเรื่องไกลตัว มีเพียงวิธีเดียวที่ทำได้ นั่นคือ เชิญผู้ที่มีปฏิภาณและความกล้าหาญไปเป็นทูตยังแคว้นฉิน แล้วหาโอกาสลอบสังหารฉินหวาง
เมื่อจิงเคอเห็นด้วย ถามว่าจะดำเนินการอย่างไร

สุขสันต์ วิเวกเมธากร บรรยายตามที่ปรากฏในจดหมายเหตุว่า จิงเคอในฐานะทูตเดินทางเข้าเฝ้าฉินสือหวางพร้อมกับ 2 สิ่ง
1 คือศีรษะของฝานวูซี 1 คือแผนที่
ฉินหวางทอดพระเนตรจำได้ว่าเป็นศีรษะของฝานวูซีแน่นอน ทรงรู้สึกพอพระทัยมาก และบอกให้จิงเคอเอาแผนที่มาดู
จิงเคอนำแผนที่มาวางบนโต๊ะหน้าที่ประทับ
ฉินหวางชะโงกมาคลี่ม้วนแผนที่ออกช้าๆ ตรวจพิจารณาดูเมืองต่างๆ ที่ได้รับเป็นบรรณาการอย่างสนพระทัย
พร้อมทั้งถามรายละเอียด
จิงเคอบอกรายละเอียดอย่างคล่องแคล่ว ฉินหวางเพลิดเพลินกับการตรวจดูแผนที่จนลืมระวังตัว เมื่อกางแผนที่คลี่ไปถึงจุดสำคัญ
กริชสั้นอันเตรียมไว้ก็ปรากฏ

ยิ่งอ่าน “ประวัติศาสตร์จีน ฉบับย่อ” ยิ่งสัมผัสได้ในรายละเอียด ไม่รอให้ฉินหวางมีปฏิกิริยา จิงเคอใช้แขนซ้ายดึงแขนเสื้อเขาไว้
มือขวาก็คว้าดาบสั้นขึ้น
ฉินหวางตกใจยิ่ง ใช้แรงดิ้นสลัดแขนเสื้อถูกดึงจนขาด รีบชักดาบยาว แต่เนื่องจากดาบถูกเก็บในฝักอย่างแน่นหนา
ไม่สามารถดึงออกมาได้ในเวลาอันสั้น
ฉินหวางอ้อมหลบอยู่กับเสาในท้องพระโรง เหล่าขุนนางก็ตกตะลึงพรึงเพริด ชะงักงันอยู่กับที่
ฉินหวางดึงดาบออกมาได้ฟันไปยังจิงเคอ
ถูกขาซ้ายขาด จิงเคอทรุดล้มกับพื้น หมดหนทางจะเดินต่อได้ จึงขว้างดาบสั้นใส่ฉินหวางแต่กลับไปถูกเสาทองแดงในท้องพระโรง
ฉินหวางกระหน่ำฟันคอจิงเคอ 8 ครั้งติดต่อกัน
จิงเคอนั่งพิงเสาหัวร่อเสียงดัง “ที่ข้าไม่รีบลงมือก็เพราะอยากจับท่านทั้งเป็น แล้วให้คืนพื้นที่ยึดครองไปจากแคว้นอื่นเพื่อตอบแทนเยี่ยนไท่จื่อ”
ขณะนั้น องครักษ์กรูกันเข้ามาแล้วสังหารจิงเคอ

จากบทสรุปของ “หลี่เฉวียน” เรื่องจิงเคอลอบสังหารฉินหวางอาจไม่มีคุณค่าอะไรมากนัก แต่จิตใจที่ชอบช่วยเหลือคน
รวมถึงความกล้าหาญมีความโดดเด่น
ผู้คนจึงไม่ได้มองเขาเป็นเพียงมือสังหารธรรมดาทั่วไป หากแต่กลับมองว่าเป็นวีรบุรุษที่ต่อต้านอำนาจป่าเถื่อน
ยกย่อง สรรเสริญกันมาหลายชั่วอายุคน