วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ.2566 เวลา 17.30-19.00 นาฬิกา วงไทยซิมโฟนีออร์เคสตราไปบรรเลงเพลงชาวบ้าน ณ เวทีหน้าสวนสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ข้างสะพานพระราม 8 โดยนำเพลงชาวบ้านไปเล่นเพื่อเป็นที่ระลึกให้แก่คุณ รังสิต จงฌานสิทโธ (ป่อง ต้นกล้า) นักดนตรีที่เสียชีวิต โดยเล่นเพลงกล่อมลูก เพลงไทย เพลงของปราชญ์ สามัญชน เพลงโบราณ และเพลงของศิลปินร่วมสมัย
ผลงานเพลงของ จิตร ภูมิศักดิ์ (พ.ศ.2473-2509) นักประวัติศาสตร์นักนิรุกติศาสตร์ กวี นักประพันธ์เพลงผู้ที่มีพลังและมีอิทธิฤทธิ์ได้จุดประกายไว้ให้แก่สังคม อาทิ เพลงทะเลชีวิต แสงดาวแห่งศรัทธา ผลงานเพลงของ สุจิตต์ วงษ์เทศ นักประวัติศาสตร์คนสำคัญ สะท้อนภาพประวัติศาสตร์ออกมาเป็นเพลง ซึ่ง สุจิตต์ วงษ์เทศ ได้นำทำนองเพลงไทย เพลงพื้นบ้าน เนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นไปในสังคมและประวัติศาสตร์ชาติ มีจิตวิญญาณแบบไทยๆ รักชาติอย่างมีสมองและใช้ปัญญา อาทิ เพลงคนไทย ขอม เครือญาติ หนุ่มสาวเสรี เป็นต้น

ได้นำเพลงกล่อมลูกสมัยอยุธยาที่รู้จักแพร่หลาย อาทิ เพลงกาเหว่า การะเกด วัดโบสถ์ เพลงไทยจากวงปี่พาทย์ เพลงลาวดวงเดือน เพลงโยสลัม (Junk Ceylon) ทำนองเพลงจากโปรตุเกส เพลงเทพบันเทิง (แขกเชิญเจ้า) ทำนองจากเปอร์เซีย ซึ่งนิยมใช้ในละครรำแก้บนใช้กันอยู่ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ศาลพระพรหม และละครชาตรีที่เพชรบุรี บทเพลงของกวีร่วมสมัย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เพลงรุ้งพระจันทร์และน้ำลอดใต้ทราย ซึ่งใช้ทำนองเพลงเก่าสมัยอยุธยานำมาใส่เนื้อใหม่ ยังมีเพลงของนักคิดอิสระ วินัย อุกฤษณ์ เจ้าของเพลงบูบูกับนกสีเหลือง ซึ่งกลายเป็นเพลงยอดฮิตที่มีความหมายต่อสังคมไทย เพลงของ คฑาวุธ ทองไทย (ไข่ มาลีฮวนน่า) เจ้าของเพลงแสงจันทร์ ซึ่งเป็นศิลปินเพลงคนรุ่นใหม่
วินัย อุกฤษณ์ อาจจะไม่เป็นที่รู้จักในปัจจุบัน แต่เพลงนกสีเหลืองกลายเป็นเพลงที่รู้จักแพร่หลาย อาจมีชื่อเสียงมากกว่าชื่อของผู้แต่งเสียอีก เมื่อครั้งไปออกภาคสนามในพื้นที่กระบี่ เพื่อจะค้นหาทำนองเพลงแถบชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้มีโอกาสพบกับคุณวินัย อุกฤษณ์ เจ้าของเพลงนกสีเหลือง รู้สึกตื่นเต้นและทึ่งกับชีวิตที่เป็นอยู่ของท่านมาก ได้ขออนุญาตนำเพลงบูบูที่แต่งขึ้นใหม่ ทำนองเพลงชาวเล เมื่อครั้งที่หนีออกจากเมืองไปอยู่เกาะในทะเลอันดามัน จนได้เพลงบูบู ที่บอกวิถีชีวิตชาวเกาะ
สำหรับเพลงของ รังสิต จงฌานสิทโธ (ป่อง ต้นกล้า) ชื่อเดือนหงายกลางป่า เป็นเพลงที่ป่อง ต้นกล้า แต่งเมื่อครั้งอยู่ในป่า (พ.ศ.2522) ทำนองเพลงโบราณ นอกจากนี้ยังมีเพลงของวงปล่อยแก่ ซึ่งเป็นเพลงตับร้อยเรียงทำนองกัน ประกอบด้วยเพลงบ้านบนดอย รำมาซิมารำ ปักษ์ใต้บ้านเรา ปล่อยแก่ และของกินบ้านเรา
รายการทั้งหมดเป็นเพลงร้องเพื่อมอบความบันเทิงให้แก่มิตรแฟนเพลง เป็นที่ระลึกการเสียชีวิตของนักดนตรี เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ.2566 รังสิต จงฌานสิทโธ มวลชนรู้จัก ป่อง ต้นกล้า หรือสหายชื่น เสียชีวิตและเผาที่วัดทองสุทธาราม บางซื่อ เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2566 สังคมดนตรีได้สูญเสียนักซอฝีมือดี นักร้องเสียงชาวบ้าน ได้สูญเสียนักประพันธ์เพลงไปอีกคน ซึ่งจะหานักซอฝีมืออย่างรังสิต จงฌานสิทโธ นั้นยาก

รังสิต จงฌานสิทโธ เป็นศิษย์ของครูหลวงไพเราะเสียงซอ ครูประเวช กุมุท และ ครูทิพย์ ปิยะมาน สมัยที่เรียนนิติศาสตร์ (ธรรมศาสตร์ พ.ศ.2515) รังสิต จงฌานสิทโธ เป็นสมาชิกชมรมดนตรีไทยของมหาวิทยาลัย ได้ตั้งวงดนตรีไทยร่วมสมัยชื่อวงต้นกล้า เป็นที่รู้จักในนาม ป่อง ต้นกล้า ป่องได้ร่วมเล่นดนตรีกับวงเจ้าพระยา โดยมี เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และ สุจิตต์ วงษ์เทศ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของดนตรีไทยเพื่อชีวิต
เมื่อปี พ.ศ.2546 ผู้เขียนได้พบกับรังสิต จงฌานสิทโธ (ป่อง ต้นกล้า) ในงาน 30 ปี 14 ตุลาฯ ป่องเป็นผู้มีความรู้ดีเรื่องเพลงของชาวป่า ได้เข้าป่าเมื่อไม่เห็นด้วยกับผู้ปกครอง ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองและเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิต รังสิต จงฌานสิทโธ เป็นหน่วยศิลป์พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พ.ศ.2522) ได้แต่งเพลงเดือนหงายกลางป่า ห้วยเย็น และเพลงเสี้ยวไพร
ป่องเป็นนักดนตรีที่สีซอได้ไพเราะมาก น้ำเสียงดีร้องเพลงได้ไพเราะเป็นเสียงแบบชาวบ้าน ไพเราะเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องเรียนร้องเพลง ที่น่าทึ่งกว่านั้นก็คือ รังสิต จงฌานสิทโธ เป็นคนที่มีความรู้มาก รู้ในทุกเรื่อง รู้รายละเอียด โดยเฉพาะเพลงพื้นบ้าน รู้จักพ่อเพลงแม่เพลง ร้องเพลงพื้นบ้านได้และเล่นดนตรีได้ และเป็นคนที่ได้เพลง เป็นผู้รู้ที่มีประสบการณ์ตรง ทำเป็น ทำได้ และทำดี รู้สึกทึ่งในตัวของรังสิต จงฌานสิทโธ อยู่มาก

การนำเพลงชาวป่าแสดงที่หอแสดงดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อ พ.ศ.2546 ต่อมาได้แสดงที่หอประชุม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ได้อาศัยข้อมูลเพลง อาศัยความรู้จากรังสิต จงฌานสิทโธ เป็นพื้นฐาน เพราะป่องเขาเป็นทั้งนักร้อง นักดนตรี เป็นผู้ประพันธ์เพลง และเข้าป่าด้วย
เมื่อรู้ว่าป่องไปทำธุรกิจ (ขายแข่ง) อยู่ที่ตลาดจตุจักร ได้พยายามชักชวนให้มาเล่นดนตรีสีซอเพื่อเสริมให้มีรายได้ โดยได้บันทึก เสียงซอที่ป่องเล่นได้ หรือบันทึกเพลงที่อยากเล่น เล่นกับวงเล็กและวงใหญ่ เมื่อครั้งนำวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตราไปแสดงที่ปราสาทหินพนมรุ้ง ปี พ.ศ.2564 ก็ได้ชวนป่องไปสีซอกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตราด้วย แต่ป่องก็ขอตัวไม่ไป เพราะอ้างว่าได้ย้ายไปอยู่ที่เพชรบุรีแล้ว เดินทางลำบากและเจ็บเข่า
รังสิต จงฌานสิทโธ เคยขับร้องเพลงเดือนหงายกลางป่าและเพลงหนุ่มสาวเสรี ซึ่งการแสดงในครั้งนี้ก็นำเพลงมาแสดงเพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกแก่นักรบหน่วยศิลป์ สหายชื่น รังสิต จงฌานสิทโธ ผู้ปราดเปรื่อง เป็นนักรบทางวัฒนธรรม ที่มีหัวใจดนตรี และจากไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับ
สำหรับเพลงเดือนหงายกลางป่า เป็นเพลงทำนองเก่าสมัยอยุธยา เพลงในชุดนี้มีอยู่ 4 เพลงด้วยกัน คือ น้ำลอดใต้ทราย เดือนหงายกลางป่า วิเวกเวหา สาลิกาชมเดือน ชื่อเพลงน้ำลอดใต้ทรายกับเดือนหงายกลางป่านั้น มีปรากฏชื่อในบทกวีของคุณพุ่ม (บุษบาท่าเรือจ้าง) กวีหญิงต้นรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 3-5) เขียนไว้ในนิราศวังบางขี่ขัน ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา (โรงเหล้าบางยี่ขัน) มีข้อความอยู่ว่า
แต่น้ำยังหลั่งไหลได้ใต้ทราย เดือนยังหงายกลางป่าลับตาคน

หมายความว่า คนที่ทำดีแล้วแม้ไม่มีคนเห็น ก็ให้ทำดีต่อไป เพราะการทำดีจะอยู่ที่ไหนก็คือสิ่งที่ดี คนจะเห็นหรือไม่เห็น ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ประดุจ น้ำลอดใต้ทราย เดือนหงายกลางป่า
ปีนี้คณะกรรมการจัดงาน 50 ปี 14 ตุลาฯ พ.ศ.2566 มี หมอวิชัย โชควิวัฒน ประสาร มฤคพิทักษ์ พิภพ ธงไชย เป็นผู้ประสานงานได้ติดต่อทาบทามกันมาสองปีกว่าแล้ว เมื่อคณะทำงานยังหาเงินจัดงานไม่ได้ ก็จะกำหนดกิจกรรมใดๆ จะทำงานอะไรก็ยังทำไม่ได้ ในฐานะผู้ที่ถูกทาบทามก็ได้ทำงานเพลงล่วงหน้าไปก่อน ทดลองนำเพลงที่เลือก เพลงที่รู้จัก และเพลงที่ชอบ นำมาแสดงในครั้งนี้ที่สวนสะพานพระราม 8 เพื่อชิมลาง
เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยที่นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนไทยได้แสดงออกทางการเมือง เสียสละเพื่อสร้างสรรค์ระบอบประชาธิปไตย จากชีวิตที่ถูกเอาเปรียบ กดดันรันทด สังคมคนฉ้อฉลคดโกง ผู้คนลุกฮือขึ้นต่อสู้ มือเปล่าตีนเปล่า ดังเพลงหนุ่มสาวเสรี
เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ได้เกิดเพลงเพื่อชีวิต เพลงของชาวป่า เพราะมีคนเข้าป่าไปจำนวนมาก ซึ่งส่วนหนึ่งก็ไม่รู้ว่าเข้าไปทำไม แต่เมื่อรู้ว่าชีวิตที่มีอยู่ไม่เป็นธรรมและไม่ปลอดภัยต่อชีวิต การเข้าป่าก็เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ก่อน เมื่อมีปัญญาชนเข้าป่า ทำให้มีบทกวีและเพลงสะท้อนสังคมออกมา แต่วันนี้ป่าก็หมดไปแล้ว

บทเพลงที่ได้ประพันธ์ขึ้นในระหว่างการต่อสู้มีอยู่จำนวนมาก เพลงส่วนหนึ่งก็สูญหายไป เพลงจำนวนหนึ่งได้มีการบันทึกและขับร้องสืบทอดต่อๆ กันมา เพลงเหล่านี้ได้บันทึกความรู้สึกของสังคมเอาไว้ เป็นเพลงประวัติศาสตร์ของสังคมที่ยังมีชีวิต เป็นเพลงที่มีวิญญาณผู้คนและวิญญาณของสังคมซ่อนอยู่ในเพลง เพลงในยุค 14 ตุลาคม 2516 กระตุ้นความรู้สึกให้รำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ได้ย้ำเตือนและกระชากความรู้สึกให้ผู้คนคิดถึงผู้ที่เสียชีวิตไปโดยไม่มีโอกาสได้ฟังเพลงอีก
การนำเพลงชาวบ้าน เพลงกล่อมลูก เพลงไทย เพลงของนักต่อสู้ เพลงชาวป่า เพลงของนักปราชญ์มาแสดง ถือเป็นโอกาสทำความเคารพคารวะต่อปราชญ์ของสังคม ซึ่งเป็นเพลงที่หาฟังได้ยาก เมื่อนำมาเรียบเรียงใหม่เล่นโดยวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา มอบให้เป็นที่ระลึกต่อดวงวิญญาณคุณรังสิต จงฌานสิทโธ นักดนตรีผู้จากไป ดวงวิญญาณของผู้ต่อสู้ ส่งต่อเพลงให้คนรุ่นใหม่ได้ขับร้องเพื่อสืบทอดเพลงที่มีวิญญาณและเพลงที่มีพลัง เพราะบทเพลงจะกระตุ้นให้ชีวิตได้มีจิตใจที่เข้มแข็ง
สุกรี เจริญสุข

