สถานีคิดเลขที่ 12 : เลือกตั้ง : งานหนัก
เดือนนี้ ก.พ. จะเป็นอีกเดือนที่พรรคต่างๆ จะต้องเร่งจัดการเรื่องของผู้สมัครและอื่นๆ ตามข้อกำหนดของ กกต.ให้เรียบร้อย พร้อมกับตีปี๊บหาเสียงอย่างเข้มข้น
สภายังไม่ยุบ แต่สภาพเหมือนยุบ ทำงานไม่ได้ องค์ประชุมไม่ครบ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือการประชุมร่วมรัฐสภา
มีโปรแกรมสำคัญรออยู่ คือการอภิปรายทั่วไปแบบไม่มีการลงมติโดยมี “บิ๊กตู่” เป็นเป้าหลัก
พอเดือนหน้า มี.ค. สภาจะมีอายุครบ 4 ปี สิ้นสภาพในวันที่ 23 มี.ค. ถ้ารัฐบาลเลือกให้หมดอายุขัยไปเอง ก็ต้องจัดเลือกตั้งใน 45 วัน
แต่เพื่อประโยชน์ในการย้ายพรรค และอื่นๆ วันที่ 15 มี.ค.นี้จะครบ 45 วันที่ กกต.ขอใช้เวลาจัดเขตเลือกตั้งและจัดการต่างๆ หลังจาก กม.ลูก 2 ฉบับมีผลบังคับใช้ เมื่อ 29 ม.ค.
จาก 15 มี.ค.ไปจนถึง 22 มี.ค. เป็นจังหวะที่รัฐบาลจะยุบสภา ป่านนี้อาจมีฤกษ์ยามดีๆ มาแล้วก็ได้
ถ้ายุบสภา การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นใน 45-60 วันหลังจากนั้น
ไม่ว่าจะปล่อยให้สภาสิ้นวาระไปเอง หรือยุบสภา การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ใดอาทิตย์หนึ่งของเดือน พ.ค. คือ 7, 14, 21 หรือ 28 พ.ค.
ส่วนใครจะกลับมา หรือใครจะได้เป็นนายกฯ กำลังเป็นประเด็นร้อนแรง
หลายฝ่ายยังเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้กลับมานั่งอีก 2 ปี อย่างหืดขึ้นคอ ไม่ฉลุยนัก
ด้วยกลไกของระบบราชการ, ส.ว. 250 คน และรัฐธรรมนูญ ที่ดีไซน์เอาไว้
รวมไทยสร้างชาติไม่ต้องถล่มทลายเกิน 25 เข้าไว้ แต่ต้องมากกว่าพรรคลุงป้อม เก้าอี้นายกฯ จะมาเกย
สมการการเมืองที่พรรคแกนนำเสียงเบาๆ แบบนี้ หลายพรรคน่าจะอยากเข้าร่วม
แต่ถ้าลุงป้อมมาแรง ชนะพรรคลุงตู่ สูตรการเมืองจะเปลี่ยน
ยิ่งถ้าเกิดแลนด์สไลด์หนักๆ ขึ้นมาจริงๆ เพื่อไทย 200-250 ขึ้น รวมไทยสร้างชาติขายไม่ออก พรรคลุงป้อมจี๊ดจ๊าด ก้าวไกลยึดเขตเมือง การเมืองจะเปลี่ยน
นายกฯ อาจจะมาจากพรรคลุงป้อม หรือถ้าเพื่อไทยเอาจริง ดันแคนดิเดตของพรรคเป็นนายกฯ ก็เป็นอีกแนวทาง
ทั้งหมดนี้ เป็นการมองล่วงหน้า ซึ่งการเปลี่ยนแปลงไม่ง่ายเลย เพราะกลุ่มอำนาจย่อมทำทุกอย่าง เพื่อดึงการเมืองให้อยู่กับที่ เพื่อประโยชน์ของกลุ่มตน
แต่เปรียบเทียบแล้ว งานยากงานหนัก เป็นของฝั่งไหน คงพอจะมองเห็นกันอยู่

