สภามีไว้ทำไม

13.02.23 | 12:00 น.

ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับเหตุ “สภาล่ม” ทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ราวกับเป็นโรคติดต่อ เป็นเรื่องคุ้นเคยไปแล้ว ทำงานกันไม่สุด การพิจารณาร่างกฎหมายหลายฉบับ ไม่สามารถเดินต่อได้ ด้วยหลายเหตุผล กฎหมายที่ถูกคิดถูกแก้ขึ้นมาหลายฉบับถูกมองข้าม บางฉบับยังไม่ได้พิจารณานับหนึ่งหรือแม้แต่อักษรเดียว เห็นกันอยู่ว่าสภาวะแบบนี้เป็นเพียง “เกม” หรือ “ทีใครทีมัน” รวมทั้งเนื้อหาของร่างกฎหมายที่ไม่เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ระยะหลังเกิดขึ้นบ่อยๆ เพื่อนำไปสู่การยุบสภาให้ได้

สภาล่มถี่ยิบอย่างนี้ ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา พร้อม พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เอาเรื่องไปหารือนอกรอบกับนายกรัฐมนตรี เมื่อไม่กี่วันก่อน พอนักข่าวไปถามนายกฯ ก็บอกว่า ได้รับทราบและพยายามเต็มที่ให้แล้ว

สาเหตุหลักๆ สภาไปไม่รอด มีทั้งประธานเห็นที่ประชุมบางตาเหลือเกิน สั่งปิดเสียดีกว่า หรือการลงมติแสดงตนไม่ถึงกึ่งหนึ่ง และบางครั้งจำนวนสมาชิกในห้องประชุมสภามีไม่ถึงครึ่ง เมื่อแคะเนื้อหาเข้าไป มีการส่งซิกให้ ส.ส.ฝ่ายค้านไม่ร่วมประชุมเพราะไม่พอใจการทำหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาล และอีกเหตุผล ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่มีจำนวนมากกว่าไม่ทำหน้าที่ ส่งผลกระทบต่อองค์ประชุม ส.ส.นั่งกันสลอน แต่ไม่แสดงตน แล้วโทษกันไปมาว่า เป็นหน้าที่ของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เพราะมีจำนวนเกินครึ่งอยู่แล้ว ฝ่ายรัฐบาลก็มองว่าเป็นความรับผิดของทั้งสภา เถียงกันอย่างนี้ ต่างหลงลืมไปแล้วว่า “หน้าที่” ที่ต้องทำคืออะไร

ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ใกล้โค้งการเลือกตั้งมากขึ้น กลิ่นยุบสภาก็มาแรง แต่ละพรรคขยับปรับตัวกัน คิดนโยบายนำเสนอสู่การเลือกตั้ง การเปิดตัวว่าที่แคนดิเดต ทั้งนายกรัฐมนตรีและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ทำให้สภาถูกละเลยไป

ส.ส.เหล่านี้ถูกเลือกมาจากประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ กินเงินเดือนจากภาษีแผ่นดินที่ประชาชนเป็นผู้จ่าย เงินเดือนแต่ละคนในสภามากกว่ารายได้ของประชาชนคนไทยอีกค่อนประเทศที่เผชิญกับความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ และความยากจนที่ยังกัดกร่อน หลายคนในสภาไม่เผชิญกับเรื่องเหล่านี้ ทุกเดือนได้เงินครบทุกบาททุกสตางค์ ทั้งสวัสดิการครบเครื่อง

Advertisement

ล่าสุด เหมือนหักหลังพี่น้องชาวประมง 22 จังหวัด ส่งตัวแทนรวมตัวกัน “ขอร้อง” ให้ ส.ส.ช่วยกันโหวตรับร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การประมง เพื่อช่วยปลดล็อกบางบรรทัดของกฎหมายให้บรรเทาลง ชาวประมงพื้นบ้านและผู้ทำอาชีพประมง แค่ขอมีที่ยืนบ้างไปต่อกับอาชีพนี้ได้ โดย ส.ส.หลายพรรคการเมือง พร้อมนำเสนอรวมกันถึง 7 ฉบับ เพื่อคัดเอาฉบับที่ดีที่สุด ไปรับปากชาวประมงจะเร่งรัดให้ แต่การประชุมเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เหลือ ส.ส.แสดงตนเป็นองค์ประชุมไม่ถึงร้อยคน นับได้ 93 คน

เมื่อเช็กชื่อแล้ว มีครบทุกพรรคที่ไม่แสดงตน ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ไล่ไปตั้งแต่พรรคใหญ่ทั้งสองฝั่ง จนถึงพรรคขนาดกลางและเล็ก และพรรค ส.ส.คนเดียวก็ไม่เอาด้วย คงเป็นไปได้ยากที่จะหยิบยกกฎหมายเหล่านี้มาพิจารณาอีกครั้ง รวมทั้งกฎหมายอีกหลายฉบับที่สำคัญอื่นๆ เพราะจะปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้แล้ว

ประชาชนรู้สึกผิดหวัง ส่วนหนึ่งอาจจะเฉยๆ เพราะชินชาแล้ว ที่จะได้ ส.ส.ช่วยเป็นปากเป็นเสียงในสภา เมื่อถูกละเลยครั้งแล้วครั้งเล่า จะด้วยเหตุผลชี้แจงกี่พันประการหวังให้เข้าใจ ก็ยังโยกโย้โทษกันไปมาระหว่างพรรค วันนี้ พรรคการเมือง ต้นสังกัด ส.ส. ก็ยังเดินหน้านำเสนอนโยบายหาเสียงใหม่เพื่อให้ความหวังประชาชนอีกครั้ง ทั้งค่าแรงรายวันเพิ่มขึ้นเท่าตัว ค่าสวัสดิการรัฐต่างๆ อัดเข้ามา ไอเดียแก้ปัญหาปากท้องมากมาย

ขณะที่ปัญหาเดิมๆ อยู่ตรงหน้า ฝุ่นเกาะหนาเตอะ ไม่ได้รับการเหลียวแล ไม่ได้รับการเอาใจใส่ นโยบายของส.ส.ปากกล้าที่ให้ไว้เมื่อหนที่แล้วก็ยังเป็นภาพจำ

ประชาชนก็ยังเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย อยากจะให้ ส.ส.ทุกพรรคการเมือง ลองไปทบทวนกันดูว่า ที่ผ่านมาเห็นหัวประชาชนหรือไม่ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เสียงสวรรค์จะทำหน้าที่ “หนึ่งคนหนึ่งเสียง” (One Man One Vote) ควรจะมีผู้แทนทำหน้าที่และฝากความหวังต่อหรือไม่ หรือขอสู้กันไปตามยถากรรมกันเองเสียดีกว่า

เสกสรรค์ กิตติทวีสิน