คำกล่าวจากวรรณกรรมสามก๊ก… “การศึก…มิหน่ายเล่ห์”
4 คำที่ต้องเรียนรู้…จารกรรม วินาศกรรม บ่อนทำลาย และก่อการร้าย สำหรับการทำงานด้านความมั่นคง อันที่จริง…มนุษย์ทำกันมาหลายพันปีแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ แตกต่างกันด้วยรูปแบบ-วิธีการ
เรื่อง “สายลับ” เป็นปกติวิสัยสำหรับผลประโยชน์ของฝ่ายตน
ปลาย พ.ศ.2488 สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง มหาอำนาจ 2 ชาติคือ อเมริกาและรัสเซีย แยกกันเป็น 2 ขั้วชัดเจน ทั้ง 2 ขั้วมุ่งแสวงหาพรรคพวก หาประเทศต่างๆ มาเป็นแนวร่วม
จะเป็น “ขาใหญ่” ต้องมีบารมี มีเงิน มีน้ำใจ
อเมริกากับสหภาพโซเวียต (ต่อมาคือ รัสเซีย) ตั้งหน้าพัฒนาตนเองให้ก้าวล้ำในทุกมิติ อเมริกา-รัสเซีย จับจ้องมองกันดูตลอด…
“งานข่าวกรอง” คือ หัวใจในการแข่งขันเป็นมหาอำนาจของโลก
สหภาพโวเวียตจับสุนัข ชื่อ “ไลก้า” ใส่จรวดขึ้นไปบนฟ้า ออกไปในอวกาศเป็นผลสำเร็จ ติดตั้งเครื่องมือบนตัวสุนัข พบว่าสัตว์ “ไม่รอด” ในอวกาศ …ดังนั้นจะทำอย่างไรให้มนุษย์ “รอด”
หมีขาวเร่งบุกเบิกกิจการอวกาศ …ส่ง “ยูริ กาการิน” มนุษย์อวกาศคนแรกของโลกออกไปโคจรรอบโลกเป็นผลสำเร็จ กลับลงมาเป็น “วีรบุรุษ” ของโลก

อเมริกาติดตามข่าวแบบ “หงุดหงิด” ทำไมถูกหยาม
พ.ศ.2504 หนุ่มหล่อชื่อ จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ ของอเมริกา เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี…เคนเนดี้ประกาศต่อชาวอเมริกันและชาวโลกว่า…อเมริกาจะเป็นชาติแรกที่ “ส่งคนไปเหยียบดวงจันทร์”
อเมริกาตั้งองค์การนาซา (NASA) เริ่มนับ 1 เป็นทางการเรื่องกิจการอวกาศที่ยังตามหลังสหภาพโซเวียต
ย้อนอดีตไปเมื่อวันที่ 6 และ 9 สิงหาคม พ.ศ.2488 อเมริกานำปรมาณู 2 ลูกไปทิ้งใส่ฮิโรชิมาและนางาซากิ…ชาวญี่ปุ่นตายนับแสนคน รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2
(ในเวลานั้น สหภาพโซเวียตที่เป็นอริกับญี่ปุ่นก็จ้องจะยึดดินแดนญี่ปุ่นอยู่ก่อน โกรธอเมริกาที่เข้ามายึดญี่ปุ่น…)
ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่รบกันดุเดือด อเมริการะดมนักวิทยาศาสตร์ชั้นเทพนับร้อยคน ไปตั้งโครงการ “ลับสุดยอด” ชื่อแมนฮัตตัน เพื่อคิดประดิษฐ์ระเบิดล้างโลกในรัฐแอริโซนา…
โซเวียตก็ทำงานลับที่สุดเช่นกัน คือ “จัดตั้งสายลับ” ไปแฝงตัวอยู่ในโครงการแมนฮัตตัน
สายลับทำงานได้ผล…จารชนที่ถูกจัดตั้ง ส่งข้อมูลลับการทำงาน การทดลองของนักวิทยาศาสตร์ วาดภาพส่งออกไปถึงมือหน่วยข่าวในมอสโก…นี่คือ สุดยอดงานจารกรรมของโลกที่อเมริกามาตรวจจับได้ภายหลัง… จารชนถูกประหารชีวิต
เมื่อขโมยสูตรลับมาได้ นักวิทยาศาสตร์ในมอสโก เรียนรู้ ลอกทฤษฎีการผลิตระเบิดปรมาณูเกือบๆ เท่าทันอเมริกา …
โซเวียตต้องรู้เท่าทัน ต้องไม่แพ้อเมริกาในทุกเรื่อง
ราว 2 ปี หลังจากพญาอินทรีเอาปรมาณูไปทิ้งที่ญี่ปุ่น …นักวิทยาศาสตร์โซเวียตผลิตปรมาณูได้สำเร็จ…ออกมาประกาศให้โลกรู้
อเมริกาเจ็บใจเป็นที่สุด เพราะ…“เกลือเป็นหนอน” สายลับโซเวียตใช้เงินซื้อข้อมูล
ต่อมา อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน ก็คิดผลิตปรมาณูได้เช่นกันตามมาด้วยชาติคนเก่ง อินเดีย ปากีสถาน อิสราเอลและเกาหลีเหนือ
ขอย้ำว่า งานจารกรรม …เป็นหัวใจในการแข่งขัน มิใช่เฉพาะในสงคราม แม้กระทั่งบริษัทเอกชน ธุรกิจทั้งหลาย ก็ไม่ละเว้นที่จะต้อง “รู้เขา-รู้เรา”
1 ในงานจารกรรมที่สุดฉาว… ที่ขอนำมาปัดฝุ่นเล่าครับ…
เหตุการณ์เครื่องบินสายลับ U-2 ของอเมริกาถูกจรวดของโซเวียตสอยร่วงขณะบินไปถ่ายภาพในดินแดนหมีขาว…
พ.ศ.2496 ไอเซนฮาวร์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ในช่วงเวลานั้นอเมริกาเฝ้ามองสหภาพโซเวียตที่สามารถก้าวกระโดดด้านเทคโนโลยีทางทหาร อเมริกาถือว่า…เป็นภัยคุกคามต่อชาวโลก
มหาอำนาจสหรัฐต้องการ “ข่าวกรอง” ทำทุกวิถีทาง โดยเฉพาะภาพถ่ายทางอากาศ “พื้นที่ต้องสนใจ” ในแผ่นดินสหภาพโซเวียต
พ.ศ.2499 กองทัพอากาศมะกันจับมือกับหน่วยข่าวกรอง CIA ส่งเครื่องบินสอดแนม U-2 ที่มีเพดานบินสูงไปบินลาดตระเวนเหนือสหภาพโซเวียต
นักบินจะบินขึ้นไป ผ่านชั้นบรรยากาศเบาบางที่ขอบอวกาศ ระดับประมาณ 7 หมื่นฟุต หรือราว 21 กม. เหนือพื้นโลก
ที่ผ่านมา…กองทัพหมีขาวตรวจพบ…แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะขีปนาวุธยิงไม่ถึงระยะสูงขนาดนั้น
กรกฎาคม พ.ศ.2501 ประธานาธิบดี ไอเซนฮาวร์ พูดคุยกับ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เฟโรเซ คาน นูน เกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์ข่าวกรองสหรัฐลับในปากีสถาน
ความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันกับอิสลามาบัด ค่อนข้างอบอุ่นนับตั้งแต่ปากีสถานประกาศเอกราชในปี พ.ศ.2490 สหรัฐเป็น 1 ในประเทศแรกๆ ที่สร้างความสัมพันธ์กับปากีสถานที่เพิ่งได้รับเอกราช
ผู้นำปากีสถาน “ไฟเขียว” ให้สร้าง “ศูนย์ข่าวกรองลับ”ที่ดำเนินการโดยสหรัฐในเมืองบาดาเบอร์ (Badaber) ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนอัฟกานิสถาน-ปากีสถานไม่ถึงร้อยกิโลเมตร
พื้นที่บริเวณนี้…อเมริกาจะสามารถเข้าถึง “ตอนกลางของโซเวียต” ได้ง่ายสำหรับเครื่องบินสอดแนม U-2
U-2 เป็นเครื่องบินสอดแนมของอเมริกา สร้างมาเพื่อการบินในระดับสูง (เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ) รวบรวมภาพถ่ายที่ละเอียดอ่อนเพื่อส่ง CIA …ประดุจมี “ตาทิพย์”
เครื่อง U-2 สามารถไต่ระดับได้ถึง 70,000 ฟุตในเวลาที่สั้นมาก อากาศที่เบาบางที่ระดับความสูง 70,000 ฟุต พร้อมกับโครงน้ำหนักเบา บินได้ยาก ต้องใช้ฝีมือจัดจ้าน
เป็น 1 ในเครื่องบินทหารที่เร็วที่สุดในโลก สามารถทำความเร็วได้เกิน 700 ไมล์ต่อชั่วโมง คล่องแคล่วที่สุด รัศมีวงเลี้ยวเพียง 1 ไมล์
เที่ยวบินแรก…ไอเซนฮาวร์ ที่เป็นอดีตนายทหาร ไม่ต้องการใช้นักบินอเมริกัน ในกรณีที่เครื่องถูกยิงร่วง หากเป็นอเมริกัน จะเป็นสัญญาณของการรุกราน
ดังนั้น เที่ยวบินเริ่มต้น…จึงขับโดยนักบินของกองทัพอากาศอังกฤษ (ที่เป็นเจ้าอาณานิคมปากีสถาน)
นักบินอังกฤษทำงานสำเร็จงดงาม … U-2 โดยไม่ถูกตรวจพบ และได้รับข้อมูลเกี่ยวกับขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ที่ประจำการในตอนกลางของโซเวียต
ไอเซนฮาวร์ ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพสหรัฐ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ที่สำคัญยิ่ง
ภารกิจต่อไปนี้ U-2 จะต้องบินโดยนักบินอเมริกัน คนแรกประสบความสำเร็จ บินกลับมาปลอดภัย ได้ภาพถ่ายมาตามเป้า
อเมริกาย่ามใจ…จะเอาอีก
1 พฤษภาคม 2503 ฟรานซิส แกรี พาวเวอร์ส สุดยอดนักบินอเมริกันจากกองทัพอากาศ ที่ผ่านการคัดเลือก ผ่านการฝึกแบบช่ำชองนำเครื่องบินขึ้นจากสนามบินในดินแดนปากีสถาน ที่แนบชิดเป็นมิตรกับอเมริกา
ภารกิจลับสุดยอด คือ บินเข้าไปในดินแดนสหภาพโซเวียต มีที่หมายต้องสงสัยบนพื้นดิน ที่ตั้งหน่วยทหาร เพื่อจะถ่ายภาพ จะใช้เวลาบินรวม 9 ชั่วโมง แล้วไปร่อนลงในสนามบินประเทศนอร์เวย์
(ดูภาพแผนที่เส้นทางการบิน)

ขณะที่เครื่องอยู่เหนือเมือง Sverdlovsk (ปัจจุบันคือเมือง Yekaterinburg ประเทศรัสเซีย) ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศของโซเวียตแหวกอากาศขึ้นมาสูง 7 หมื่นฟุต ระเบิดบึ้มใกล้กับลำตัวเครื่องบิน
“อากาศสายลับ” เสียการควบคุม ปักหัวลงสู่พื้นโลก
ขีปนาวุธลูกที่ 2 ของโซเวียต ถูกปล่อยตามมาอย่างกระชั้นชิด พุ่งเข้าปะทะลำตัวอากาศยาน นกเหล็กดิ่งลงมาจากฟ้า
นักบินเดนตาย “ดีดตัว” ออกมาได้ ร่มชูชีพกางเต็มใบ ตกลงสู่พื้นโลก ภายใต้การต้อนรับอย่างแน่นหนาจากทหารโซเวียต
นี่คือ ชัยชนะของ “เจ้าพ่อ” ฝ่ายโลกคอมมิวนิสต์ เป็น “โอกาสทอง” ที่ผู้นำโซเวียตจะไม่มีวันยอมให้หลุดลอยไปจากกรงเล็บหมีขาว
นักบินถูกจับไปสอบสวน 3 วัน พร้อมอุปกรณ์ที่ติดมากับเครื่องบิน …ไม่ต้องสารภาพก็ต้อง “จำนน” ต่อหลักฐาน
นายกรัฐมนตรีครุสชอฟ ผู้นำโซเวียตเตรียมแถลงข่าวให้ชาวโลกได้ทราบ
อเมริกาทราบเรื่อง เพราะเจ้านกเหล็กไม่ไปลงจอดในนอร์เวย์ตามแผน วอชิงตันไม่ทราบชะตากรรม เครื่องและนักบิน
5 พฤษภาคม พ.ศ.2503 นายกรัฐมนตรีครุสชอฟแถลงข่าวต่อสังคมโลกว่า…กองทัพโซเวียตยิงเครื่องบินสอดแนมของอเมริกาตก…
นักบินได้รับคำสั่งมาก่อนแล้ว ถ้าถูกยิงตก ต้องทำลายทุกสิ่งไม่ให้มีหลักฐาน วอชิงตันมั่นใจว่า โซเวียตจะไม่ได้หลักฐานสำคัญอะไร
วอชิงตันตอบโต้ทันทีว่า … “…เป็นเพียงเครื่องบินตรวจสภาพอากาศที่บินออกนอกเส้นทางโดยไม่ได้ตั้งใจ…”
ผู้นำโซเวียตที่มีหลักฐานแน่น ออกมาหักล้างอย่างรวดเร็ว โดยแสดง “รูปถ่ายของนักบิน” แกรี พาวเวอร์ส ที่ถูกคุมขัง และหลักฐานที่กู้มาจากซากอากาศยาน
เหตุการณ์เหล่านี้ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปีสุดท้ายของ ประธานาธิบดี ไอเซนฮาวร์ ก่อให้เกิดการเผชิญหน้ากันต่อไปในการบริหารงานของ จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ ผู้สืบทอดตำแหน่งของไอเซนฮาวร์
นักบินเดนตายติดคุกในโซเวียต ในขณะที่โลกจ้องมอง
สิงหาคม พ.ศ.2503 พาวเวอร์สถูกพิจารณาคดีในข้อหาจารกรรม ถูกตัดสินว่ามีความผิดและถูกตัดสินจำคุก 10 ปี
เรื่อง “ชีวิต” ของคนที่ทำงานเพื่อชาติ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด มีการเจรจาในทางลับ นักบินจะต้องไม่ติดคุก
กุมภาพันธ์ พ.ศ.2505 (ราว 2 ปี) นักบินอเมริกันได้รับอิสรภาพ โดยการ “แลกเปลี่ยนตัว” กับสายลับโซเวียต ชื่อ รูดอล์ฟ อาเบล ที่อเมริกาจับตัวขังคุกไว้
นี่เป็น “การแลกเปลี่ยนสายลับ” ครั้งแรกระหว่างอเมริกาและสหภาพโซเวียต หลังจากกลับมาที่อเมริกา…ขอออกจากหน่วย CIA
พาวเวอร์สไปทำงานเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ให้กับสถานีโทรทัศน์ในลอสแอนเจลิส
เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้น 2 สัปดาห์ก่อนการประชุมสุดยอดของผู้นำโลกเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ จะจัดขึ้นที่ปารีส
ทั้งไอเซนฮาวร์และครุสชอฟมาถึงปารีส
16 พฤษภาคม 2503 ครุสชอฟประกาศว่าเขาจะไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอด เว้นแต่สหรัฐจะ “ขอโทษอย่างเป็นทางการ” สำหรับการละเมิดอธิปไตยทางอากาศของโซเวียต และลงโทษหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ที่ผ่านมา… ไอเซนฮาวร์ปฏิเสธมาตลอด ว่าไม่ใช่เครื่องบินสอดแนม อเมริกาไม่ยอมขอโทษ
17 พฤษภาคม พ.ศ.2503 ครุสชอฟโกรธจัด เดินออกจากการประชุมสุดยอดที่ปารีส การประชุมสุดยอดปารีสพังทลาย
รัฐบาลปากีสถานรีบออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการต่อสหภาพโซเวียต
ในปี พ.ศ.2520 นักบินกระดูกเหล็ก พาวเวอร์สเสียชีวิตเมื่ออายุ 47 ปีจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ศพของวีรบุรุษอเมริกาถูกฝังไว้ที่ สุสานแห่งชาติอาร์ลิงตัน (Arlington)
เหตุการณ์นี้ อเมริกาก็นำมาเปิดเผย เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันแบบล่อนจ้อน นักบินที่รอดมาก็เขียนหนังสือขาย ไม่ปกปิด บิดเบือน เพราะรู้กันดีว่า นี่คือ เกมแห่งอำนาจ
ที่ต่างคน-ต่างทำ …ถ้าจับได้ก็ต้องถูกตอบโต้
ข้อความที่ผู้เขียนอ่านพบ…ชื่นชอบ…ขอนำมาถ่ายทอด
“…ไม่ใช่สายลับทุกคนจะประสบความสำเร็จ และประธานาธิบดีทุกคนก็ไม่ใช่คนโกหกที่ดี นักบินพาวเวอร์สไม่ใช่สายลับที่ประสบความสำเร็จ และประธานาธิบดี
ไอเซนฮาวร์ ก็ไม่ใช่คนโกหกที่ดี…”
งานข่าวกรอง คือ ภารกิจที่ยากที่สุด หาคนทำงานแบบมืออาชีพ แบบเกาะติดได้ยากมาก…ขี้โม้ โกหก ลอกเค้ามา มีทั่วไปในหน่วยงาน
ที่เลวร้ายสุดๆ คือ ได้ข่าวมาแล้ว ถูกต้อง ทันเวลา รายงานไปแล้ว…ไม่ทำอะไร หรือ “ทำไม่เป็น” ก็พังพินาศ
งานหาข่าวได้ “เงิน” มหาศาล ตรวจสอบแทบไม่ได้ บุคคลทำมาหากินกับงบประมาณข่าวกันเป็นล่ำเป็นสัน…แพ้ศึกสงคราม ให้เห็นก็ไม่น้อย
พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

