ภาพเก่าเล่าตำนาน : Gladiator สู้กันดุเดือด เลือดท่วมสนาม ตามใจคนดู : โดย พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก

คนที่ถูกเรียกว่า กลาดิเอเตอร์ (Gladiator) คือ พวกทาสที่ชีวิตบัดซบไร้ค่า ทาสในยุคโรมัน เป็นมนุษย์ที่มีคุณค่าเยี่ยงสัตว์ พวกมันจะต้องมาประลองฝีมือดาบ มาต่อสู้กันด้วยอาวุธทุกชนิดจนแพ้-ชนะ หรือต้องตายในเวที ให้ชาวโรมันจ้องดูเพื่อความบันเทิง หรือการนำนักโทษที่ถูกพิพากษาว่ามีความผิดมาเป็นคู่ต่อสู้กัน สู้กับสัตว์ร้ายในสนามกีฬา เพื่อความสุขสันต์หรรษา ทั้งในงานมงคลและอวมงคล ตำนานโหดของกลาดิเอเตอร์ในอดีตเคยถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์โกยเงินมหาศาลทั่วโลกมาแล้ว

พวกโรมันรับอารยธรรมการต่อสู้นี้มาจากชนเผ่าอิทรัสคัน ต่อมาปรับปรุง เสริมเขี้ยวเล็บให้การแสดงของกลาดิเอเตอร์มีความดุดัน มันส์มากยิ่งขึ้น มีการจำแนกทาสนักสู้ออกเป็นประเภทต่างๆ เหมือนแบ่งประเภทนักมวยตามน้ำหนัก นักสู้เหล่านี้มิได้เป็นทาสที่โดนล่ามโซ่ทุกคน บางคนเป็นประชาชนที่ก่ออาชญากรรมมาก่อน บางคนก็เป็นนักเผชิญโชคเดนตายอิสระที่หิวเงินรางวัล บางคนมีภูมิหลังเป็นนักรบ อดีตทหาร นักสู้ บางคนก็มีอันจะกิน หรือเป็นบุคคลชั้นสูงที่ต้องการพิสูจน์ความกล้าหาญให้ผู้คนนับถือ

การต่อสู้ประลองฝีมือแบบอยู่หรือตายในยุคจักรวรรดิโรมัน มีคนนับหมื่นส่งเสียงช่วยเชียร์ ช่วยสาปแช่ง ส่งสัญญาณให้ไว้ชีวิต หรือให้ฆ่าทิ้งในสนาม

เรื่องของนักสู้ กลาดิเอเตอร์ ถูกเล่าขานต่อกันมาว่า ในงานศพของคนชั้นสูงในจักรวรรดิโรมัน เจ้าภาพจะจัดให้มีการแสดงชุดเล็กๆ เพื่อเป็นการเคารพต่อผู้ตาย โดยจะนำทาสหรือนักโทษมาต่อสู้กันโดยเชื่อว่าเลือดที่ปรากฏจะเป็นการทำให้วิญญาณของผู้ตายมีความบริสุทธิ์ ต่อมาการแสดงขยายวงกว้างออกไป ในสมัย จูเลียส ซีซาร์ มีการนำนักสู้นับร้อยมาต่อสู้กันในงานศพของบิดาและลูกสาวของตน ประชาชนทั้งหลายชื่นชอบและกลายมาเป็นความบันเทิงที่จัดให้มีอย่างต่อเนื่องที่เป็นธุรกิจทำเงินจั๋งหนับและยังครองใจประชาชนได้อีกด้วย

กลาดิเอเตอร์ส่วนใหญ่จะเป็นทาสมีเจ้าของ และเชลยสงครามโทษประหารชีวิต จักรพรรดิจะนำมาต่อสู้กันเอง โดยบางแมตช์มีกลาดิเอเตอร์คนหนึ่งถืออาวุธ ไปต่อสู้กับอีกคนที่ไม่มีอาวุธ และหลายเกมที่จบลง ฝ่ายที่พ่ายแพ้จะถูกคู่ต่อสู้สังหารทิ้ง จากนั้นฝ่ายผู้ชนะก็จะต้องไปต่อสู้กับกลาดิเอเตอร์คนต่อไป สู้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าไม่เหลือคู่ต่อสู้อีก จึงจะได้ชื่อว่านักสู้ยอดฝีมือเพียงคนเดียว รางวัลที่ได้อาจจะเป็นอิสรภาพจากนายทาส

ผู้เขียนไปค้นข้อมูลจาก history.com ถอดความมาได้ว่า การต่อสู้ในสังเวียนที่มีคนดูคอยเชียร์กระหึ่มนั้น ไม่จำเป็นต้องต่อสู้จนตายเสมอไป กลาดิเอเตอร์จะสู้กันโดยมีกฎกติกาชัดเจน แน่นอนที่สุดจะต้องเป็นการเดิมพันชีวิตของชาย 2 คน มีบ่อยครั้งที่การต่อสู้ไม่ดุเดือดเลือดพล่านพอ คนดูเบื่อหน่ายโห่ไล่ กรรมการก็จะไล่นักสู้ออกจากสนามไป

แต่ถ้าสู้กันด้วยหอก ดาบ แหลนหลาวไปพักใหญ่แบบดุเดือดเลือดพุ่ง ทำคนดูสนุกถึงพริกถึงขิงแล้วกินกันไม่ลง ในกรณีนี้กรรมการอาจจะยุติการต่อสู้ ชูมือกลาดิเอเตอร์ทั้งสองให้ได้รับการยกย่องจากคนดูก็เคยปรากฏในประวัติศาสตร์มาแล้ว นักสู้เหล่านี้ถ้ามีสังกัดมีเจ้านายดูแล มีที่พัก มีสถานที่ฝึกซ้อมอาวุธ กลาดิเอเตอร์คนนั้นจะมีต้นทุนค่าตัวสูงมาก นักสู้ที่แข็งแรงที่สุดจะมีอายุราว 20 ต้นๆ และจะมีอายุสั้น

ความสะใจ ขนาดออกัสซั่มของคนดูชาวโรมันจะมาถึงต่อเมื่อ นักสู้บาดเจ็บหรือโยนอาวุธทิ้งเพื่อยอมแพ้ ตามกฎกติกาของโรมันจะให้ผู้เป็นใหญ่ในโคลอสเซียม เป็นผู้ตัดสินว่าจะให้อยู่หรือตาย แต่ในทางปฏิบัติก็จะให้คนดูนับหมื่นตะโกนส่งเสียง “ฆ่ามัน” หรือ “ปล่อยมันไป” หรืออาจใช้ชูหัวแม่มือชี้ขึ้นแปลว่า “ปล่อยไป” และหัวแม่มือชี้ลงดินแปลว่า “จัดการได้” คนดูบางคนก็ใช้การโบกผ้าเช็ดหน้าเพื่อขอชีวิต

หากคนดู ร้องตะโกน “ฆ่ามัน” นักสู้จะใช้ดาบแทงลงไปที่หัวใจของคู่ต่อสู้ ถือเป็นอันจบการต่อสู้

เมื่อมีการต่อสู้ของกลาดิเอเตอร์ ก็ต้องมี โคลอสเซียม เป็นสนามประลองนองเลือด

โคลอสเซียม (Colosseum หรือ Coliseum) ก่อสร้างเมื่อปี ค.ศ.72 ในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียน (Vespasian) กษัตริย์ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ฟลาเวียน (Flavian) เรียกกันว่า Flavian Amphitheatre เป็นอาคารสนามกีฬารูปวงกลมรี (Oval) สถานที่ก่อสร้างเป็นบริเวณที่ลุ่มระหว่าง 4 เนินเขาเดิมทีพื้นที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของพระราชวังของจักรพรรดิเนโร (Nero) ต่อมาจักรพรรดิเนโรได้สิ้นพระชนม์เมื่อปี ค.ศ.68 เกิดการชิงพระราชบัลลังก์อยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่งจักรพรรดิเวสปาเซียนทรงได้รับชัยชนะและขึ้นครองราชย์พระองค์มีความประสงค์จะเรียกความนิยมจากชาวโรมัน จึงสั่งรื้อพระราชวังเดิมของจักรพรรดิเนโรออก แล้วสร้างเป็นสนามกีฬาเรียกว่า โคลอสเซียม เพื่อใช้เป็นศูนย์รวมการแสดงและการแข่งขันกีฬาทุกประเภทในยุคนั้น

โคลอสเซียมเป็นสิ่งก่อสร้างอัจฉริยะด้านการออกแบบสามารถบรรจุผู้ชมได้ราว 50,000 คน ใช้เวลาก่อสร้างราว 10 ปีเป็นสนามกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกยุคโบราณ อย่างที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน คนดูเข้าและออกจากสนามกีฬาแห่งนี้ได้แบบคล่องตัว กระจายกันเข้า-ออกได้อย่างรวดเร็ว มีห้องใต้ดินขนาดใหญ่สำหรับขังหรือนำนักสู้หรือสัตว์ร้ายโผล่ขึ้นมาจากใต้สนาม ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทำเงินมหาศาลของอิตาลี

มาจนถึงปัจจุบัน โคลอสเซียมมีอายุเกือบ 2,000 ปีแล้ว

นักสู้สนามนองเลือดที่ประสบความสำเร็จ ปราบเรียบ จะเป็นฮีโร่ของชาวโรมัน เวลาไปไหนมาไหนจะมีคนต้อนรับชื่นชม โดยเฉพาะสาวโรมันที่ใฝ่ฝันจะนำกิ๊บติดผม เครื่องประดับที่เป็นอัญมณีของเธอไปจุ่ม ไปแตะที่หยดเลือดของกลาดิเอเตอร์ผู้ชนะ แล้วกลัดติดกับผมของเธอ เพื่อเป็นการยกย่อง

จะว่าไปแล้ว กลาดิเตอร์ในสมัยโรมันคงมีสถานะในสังคมเฉกเช่นนักกีฬาอาชีพในโลกยุคปัจจุบัน เก่ง หล่อ สวย และร่ำรวย ที่ห้องนอนในโรงแรมที่นักกีฬาขวัญใจคนเก่งเข้าพักและเมื่อออกไปแล้ว ยังมีสาวๆ ขอเข้าไปเกลือกกลิ้ง เปลือยกายเพื่อสูดดมคราบกลิ่นกายของคนเก่งในดวงใจ

เพื่อให้การต่อสู้ของกลาดิเอเตอร์มีสีสันเขย่าเร้าใจ ชาวโรมันแบ่งการต่อสู้ออกเป็นประเภท เช่น แบบที่ให้นักสู้ใส่หมวกที่ปิดสนิทสู้กันด้วยอาวุธ มองไม่เห็นแล้วสู้กัน หรือจะให้สู้กับสัตว์ร้าย เช่น เสือ สิงโต ซึ่งกลาดิเอเตอร์พวกนี้ก็จะสวมเกราะเพียงเล็กน้อย หรือประเภททาสนักสู้อาวุธหนัก โดยนักสู้จะสวมหมวกเหล็กใบใหญ่แบบทหารหรือโรมันในมือถือโล่ และที่มันหยดอีกประเภท คือ การต่อสู้โดยกลาดิเอเตอร์ทั้งคู่จะใช้ตาข่าย และหอกแหลมสามง่ามสู้กันแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน

ที่ฮิตกรี๊ดสลบคือ ทาสกลาดิเอเตอร์นักสู้ ที่สู้กันบนหลังม้า โดยกลาดิเอเตอร์ 2 คนจะขี่ม้าเข้ามาในสนามคนละมุมแล้วสู้ด้วยอาวุธยาว สั้น บนหลังม้า และที่โดนใจแบบนั่งไม่ติดคือ การต่อสู้ของทาสที่รบกันบนรถม้าแบบภาพยนตร์เรื่องเบนเฮอร์ (Ben Hur)

การต่อสู้ของกลาดิเอเตอร์เป็นสิ่งที่ชาวโรมันชื่นชอบ คลั่งไคล้จนทำให้มีปรากฏสนามประลองนองเลือดแทบทั่วมณฑลในจักรวรรดิโรมัน

ในเวลาต่อมาจึงมีการเปลี่ยนเกมกติกาใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อความสนุกเร้าใจมากกว่าเดิม เมื่อพระจักรพรรดิโรมันได้อนุญาตให้คนธรรมดาหรือทาส ที่อยากได้ยศถาบรรดาศักดิ์และอิสรภาพในสังคม ได้ประลองต่อสู้กับทหารยอดฝีมือของพระองค์

ความบันเทิง รื่นเริงใจอีกประเภทที่ชาวโรมันโปรดปราน คือ การล่าสัตว์เป็นเกมส์กีฬา โคลอสเซียมเคยถูกใช้เป็นสถานที่เพื่อให้ประลองฝีมือความเก่งของคนในการล่าสัตว์ที่ดุร้ายต่อหน้าคนดู

ความบันเทิงอีกหนึ่งรูปแบบ ที่พลาดไม่ได้สำหรับชาวโรมัน คือ การนำอาชญากรที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดเข้าไปสู้กับสัตว์ร้าย เช่น เสือ สิงโต หมาป่า ที่กำลังหิวโหย และแมตช์ที่ร้อนแรงสุดพิเศษสำหรับชาวโรมันคือ การนำนักโทษจำนวนมากเข้าไปในสนามแล้วให้ต่อสู้กันเองจนเสียชีวิตทั้งหมด

ตามบันทึกในอดีตระบุว่าจักรพรรดิโรมันทราบดีว่าการครองใจประชาชนโรมันที่ได้ผลที่สุด คือการจัดให้มีการต่อสู้ของ กลาดิเอเตอร์ในโคลอสเซียมและต้องไปชมร่วมกับประชาชนเพื่อช่วยตัดสิน แต่กระนั้นยังมีจักรพรรดิโรมัน 3 พระองค์เคยลงไปต่อสู้ในสังเวียนเลือดด้วย คือคาลิกูลา ติตัส และเฮเดรียน และที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ดังทะลุโลก คือ จักรพรรดิคอมโมดุส (Commodus) ที่เคยลงไปสู้กับเสือต่อหน้าประชาชน แถมยังนึกสนุกเคยลงไปประลองกับนักสู้ในสนามแห่งนี้ด้วยตัวเอง

กลาดิเอเตอร์ ชื่อดังเป็นภาพยนตร์ครองใจคนดูทั่วโลก ชื่อ สปาร์ตาคัส รูปหล่อ กล้ามใหญ่ ใจเด็ดเป็นหนึ่งในตำนาน     ของกลาดิเอเตอร์ด้วยครับ

มีสนามกีฬาสำหรับกลาดิเอเตอร์ในยุคจักรวรรดิโรมัน 186 สนาม คาดว่ามีกลาดิเอเตอร์เสียชีวิตในการแสดงเพื่อความบันเทิงในยุคนั้นราว 5 หมื่นคน

นี่คือตำนานความบันเทิงของมนุษย์ ที่หาได้ในจักรวรรดิโรมันเมื่อราว 2 พันปีที่แล้วครับ

เอไอเอส

 

บทความก่อนหน้านี้หมอใจบุญชาวบุรีรัมย์เปิดคลินิกรักษาฟรี เนื่องในวันพระราชสมภพในหลวง ร.9
บทความถัดไปก.วัฒนธรรมเตรียมเสนอประโคมย่ำยาม เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ (คลิป)