หน้าแรก คอลัมนิสต์ การมีส่วนร่วม...

การมีส่วนร่วมทำความเข้าใจตัวบทกฎหมาย จะถือว่าเป็นการชุมนุมทางการเมืองหรือไม่ : โดย สมลักษณ์ จัดกระบวนพล

5.12.16 | 13:30 น.

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจในความหมายของการออกเสียงประชามติ (Referendum) เสียก่อนว่า คือการนำเรื่องที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติ หรือกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนมาให้ประชาชนได้แสดงความเห็นด้วยการออกเสียงลงคะแนน เพื่อตัดสินใจว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบก่อนที่จะนำมติหรือการตัดสินใจนั้นออกเป็นกฎหมายหรือนำไปใช้ปฏิบัติต่อไป เช่นการออกเสียงประชามติ เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วงที่ผ่านมาเมื่อเร็วๆ นี้

ดังนั้น เมื่อเป็นเรื่องสำคัญดังกล่าวและเกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง ก่อนที่ประชาชนจะออกมาใช้สิทธิออกเสียง ประชาชนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจในเรื่องหรือบทบัญญัตินั้นอย่างถ่องแท้ก่อนที่เขาจะออกมาใช้สิทธิดังกล่าว และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องจัดการให้การออกเสียงประชามติเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ เนื้อหาของบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่มาขอให้ประชาชนลงมติอย่างตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือนโดยใช้อำนาจรัฐและเงินงบประมาณซึ่งได้เปรียบฝ่ายที่มีความเห็นตรงข้ามหรือคิดค้านมาใช้ในการรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติ หรือมีการชี้นำให้ลงประชามติรับโดยเสนอความเห็นเป็นเชิงบังคับว่าจะเกิดความเสียหายต่อประเทศ และประชาชนถ้าไม่เห็นด้วย

ในส่วนที่เกี่ยวกับกฎหมายสำคัญ เช่น ร่างรัฐธรรมนูญการออกเสียงประชามติจะเป็นผลดีแก่รัฐบาล ก็เพราะหากได้รับความเห็นชอบจากประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยโดยที่แท้จริงก็เป็นการแสดงว่า เขาเห็นชอบด้วยและยินยอมพร้อมใจที่จะมีรัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติเช่นนี้มาใช้บังคับพวกเขา เพื่อความวิวัฒนาการของรัฐธรรมนูญที่จะไม่ต้องถูกฉีกทิ้งหรือแก้ไขเพิ่มเติมบ่อยๆ ยกเว้นจะมีกรณีจำเป็นอย่างยิ่ง การออกเสียงประชามติจึงต้องคำนึงถึงปัญหาดังต่อไปนี้

1.ผู้เห็นชอบในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติต้องมีความศรัทธาต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และเคารพความเห็นของผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยคือปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ ว่าสมควรที่จะนำกฎหมายสูงสุดที่จะใช้แก่เขาทั้งหลายได้ผ่านความเห็นชอบอย่างบริสุทธิ์ของเขาเสียก่อน

2.รัฐมีหน้าที่ทำความเข้าใจกับประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติว่า ก่อนที่เขาจะมาใช้สิทธิออกเสียงจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจเนื้อหาของบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ตลอดจนข้อดีข้อเสียทั้งปวง ด้วยเหตุผลดังกล่าวหากรัฐไม่มีเจ้าหน้าที่พอก็ต้องจัดให้ประชาชนทั่วไปตลอดจนสื่อมวลชน ได้แสดงความเห็นคัดค้านบทบัญญัติดังกล่าว โดยเปิดเผยโดยไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากรัฐบาลและควรสนับสนุนให้ประชาชนรับฟังความเห็นต่างที่บริสุทธิ์นี้ ก่อนการตัดสินใจว่าจะลงประชามติเห็นชอบด้วยหรือไม่

Advertisement

3.องค์กรของรัฐบาลและสื่อมวลชนต้องเป็นกลาง ไม่ควรนำเงินงบประมาณของแผ่นดินไปใช้เรื่องรณรงค์หรือโฆษณาในการชักชวนให้ประชาชนเห็นด้วยกับฝ่ายตน โดยใช้อำนาจขัดขวางผู้ที่มีส่วนชี้แจงในผลเสียของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญโดยบริสุทธิ์

4.ปัจจุบันนี้ประชาชนชาวไทย รู้เรื่องการเมืองทั้งจากการศึกษาในสถานศึกษา และจากความรู้รอบตัวสามารถเข้าใจถึงสิทธิที่เขาพึงมีพึงได้ตามกฎหมายเป็นอย่างดี ประชาชนจึงสามารถจะตัดสินใจได้ว่าสิ่งใดผิดสิ่งใดถูก แต่ต้องหมายความว่าให้มีผู้ชี้แจงให้เขาเข้าใจ ทั้งผู้เสนอกฎหมายและผู้คัดค้านกฎหมาย ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐ จะต้องประชาสัมพันธ์เนื้อหาของบทบัญญัติกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญอย่างตรงไปตรงมา และให้โอกาสฝ่ายผู้คัดคานได้แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระเสรี โดยให้ประชาชนเป็นผู้เลือกว่าจะเห็นชอบกับฝ่ายใด รัฐต้องไม่กีดกัน ขัดขวาง และตัดโอกาส ผู้แสดงความเห็นคัดค้าน โดยใช้กระบวนการในการประกาศ กฎ ข้อบังคับ หรือกฎหมายมาลงโทษผู้แสดงความเห็นคัดค้าน

5.ประชามติที่ดีนั้นต้องเกิดจากความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในเรื่องที่นำมาขอประชามติ และจะต้องเป็นความคิดเห็นที่บริสุทธิ์ปราศจากการชี้นำเพื่อผลประโยชน์ทางใดทางหนึ่ง หรือปิดกั้นผู้แสดงความเห็นคัดค้านโดยใช้อำนาจรัฐ ประชามติดังกล่าวจึงจะนับได้ว่าเป็นประชามติที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน คุ้มค่ากับเวลาและงบประมาณที่เสียไปในการทำประชามตินั้น

อนึ่ง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันนี้ มาตรา 4 บัญญัติว่า “ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเห็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้” นั่นก็หมายความว่าการที่ประชาชนชุมนุมกันเมื่อมีความเห็นในเชิงกฎหมาย ซึ่งจะออกมาใช้กับเขาเป็นสิทธิของประชาชนจะได้รับรู้ในเรื่องของกฎหมายนั้นเป็นสิทธิที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องขออนุญาตผู้ใดก่อนจะมีการแสดงความเห็นต่าง ตราบใดที่เป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากการใช้กำลังและอาวุธ ทั้งการกระทำดังกล่าวยังเป็นการช่วยรัฐในการทำหน้าที่ชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบความหมายของบทบัญญัติของกฎหมาย อันจะให้คุณให้โทษแก่พวกเขา ก่อนที่จะไปใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติ และการชุมนุมเพื่อเป็นการชี้แจงดังกล่าว ไม่ถือว่าเป็นการมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองแต่อย่างใด

การกระทำดังกล่าวจึงขาดองค์ประกอบความผิด อันเป็นหลักในการวินิจฉัยการกระทำของบุคคลที่จะต้องรับโทษทางอาญา ก็ต่อเมื่อกระทำการครบองค์ประกอบความผิดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น

สมลักษณ์ จัดกระบวนพล
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาและกรรมการ ป.ป.ช.
อาจารย์พิเศษผู้บรรยายวิชาระบบศาล
และหลักทั่วไปว่าด้วยการพิจารณาคดี
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์