หน้าแรก คอลัมนิสต์ จดหมายคุณชวน&...

จดหมายคุณชวน…ผู้ใหญ่แบด เลิกโทษเด็ก

15.02.23 | 12:14 น.

ทั้งๆ ที่เข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดีว่า โอกาสผ่านออกมาเป็นกฎหมายใช้บังคับเหลือน้อยเต็มที เพราะประชุม 3 ครั้ง คืบหน้าไปแค่ 14 มาตราจาก 110 มาตรา แถมสภาจะปิดสมัยประชุมวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้แล้ว

คุณชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ยังมีความหวังว่าร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … จะไปต่อได้ เลยทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ วันที่ 6 ภุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

สาระสำคัญฉบับหลังสุดระบุว่า ในการนี้ด้วยความตระหนักว่า ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นกฎหมายสำคัญที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติที่จะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด 16 การปฏิรูปประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาการประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ประสบปัญหาการมีจำนวนสมาชิกรัฐสภาอยู่ไม่ครบองค์ประชุม จึงเป็นเหตุให้การประชุมไม่สามารถดำเนินต่อไปได้

ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้แล้วเสร็จในสมัยประชุมนี้จึงขอเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมายังท่าน โดยขอให้ท่านหารือกับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ซึ่งประกอบด้วยบุคคลที่มีสัดส่วนมาจากคณะรัฐมนตรี วุฒิสภา และพรรคการเมืองต่างๆ ที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรทั้งพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อขอความร่วมมือจากสมาชิกรัฐสภาให้มาเข้าร่วมประชุมและรักษาองค์ประชุมให้ครบพร้อมอยู่ตลอดเวลา อันจะเป็นผลให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวในวาระที่สองและวาระที่สามได้แล้วเสร็จในสมัยประชุมนี้

ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายอ่านคำต่อคำโดยละเอียดก็คงคิดได้เองว่า หัวใจของจดหมายไม่ได้กล่าวโทษถึงเนื้อหาของกฎหมายที่มีความยืดยาว เกิดประเด็นถกเถียงอภิปรายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน้ำท่วมทุ่ง กับวันเวลาการประชุมที่มีน้อย แต่ชี้ถึงสาเหตุประเด็นสำคัญ คือ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในฐานะสมาชิกรัฐสภา

Advertisement

กฎหมายจะออกไม่ได้หรือออกไม่ทัน ไม่ใช่เพราะเนื้อหาและเวลา แต่เพราะการไร้ความรับผิดชอบของคน ว่างั้นเถอะ คุณชวนไม่ได้พูดตรงๆ แต่ผมว่าเอง

จดหมายของคุณชวนจะเป็นจดหมายผิดซองหรือจดหมายเป็นหมันต้องติดตามดูกันต่อไปว่านัดประชุมร่วมครั้งใหม่วันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ รายการสภาล่มเพราะคนเบี้ยว จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่

คุณชวนพูดเองต่อหน้าที่ประชุมรัฐสภาว่า ทำจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วย ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดเป็นเสียงข้างมาก ทั้งเสนอแนะด้วยว่าแม้ปิดสมัยประชุมแล้วก็ตาม เวลาที่มีอยู่ อายุของสภาอยู่ถึงวันที่ 23 มีนาคม 2566 หากจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญก็ยังทำได้

ระหว่างเปิดประชุมวิสามัญเพื่อเข็นกฎหมายสำคัญนี้ออกมาให้ได้ กับยุบสภาหลังฝ่ายค้านอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติจบลงทันทีซึ่งจะส่งผลให้กฎหมายค้างเติ่งต่อไป อะไรจะเกิดขึ้นก่อนกัน ผู้คนกำลังติดตามอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นตัวบ่งชี้ชัดว่าปฏิรูปการศึกษาก็แค่น้ำยาบ้วนปากของผู้มีอำนาจ

ว่าไปแล้ว แม้การอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติสองวันที่ผ่านมาเป็นบทที่พรรคฝ่ายค้านต้องเล่นตามเกมเพื่อผลทางการเมืองเป็นสำคัญ แต่ถ้าเนื้อหาไม่มีอะไรใหม่ไม่สามารถเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนใจผู้คนได้มากเท่าไหร่ ก็น่าเสียดายวันเวลาที่เสียไป

หากนำไปใช้ในการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญที่ยังค้างอยู่ น่าจะได้ประโยชน์มากกว่า ทำให้เกิดบทสรุปว่า รัฐสภาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบให้ออกมาใช้บังคับ มีผลสัมฤทธิ์ของงานที่ชัดเจน จบเรื่องจบราวกันไป

ทั้งหลายทั้งปวงนี้ เหตุเกิดในรัฐสภาเป็นภาพสะท้อนชัดถึงวุฒิภาวะของผู้ทรงเกียรติ ล้วนเป็นผู้ใหญ่ มีวัยวุฒิ คุณวุฒิสูงส่ง แต่อ่อนความสำนึกรับผิดชอบ เล่นเกมการเมืองจนเกิดความเสียหาย เป็นแบบอย่างที่แบดต่อเด็กและเยาวชน

ปากก็พร่ำสอนมาตลอดว่าให้ทำตัวเป็นเด็กดี มีสัมมาคารวะ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ แต่ผู้ใหญ่กลับเป็นเสียเอง

เมื่อความจริงเป็นเช่นนี้ก็ควรจะลดและเลิกกล่าวโทษเด็ก แต่หันกลับมาส่องกระจกดูตัวเองก่อนว่าผู้ใหญ่นั่นแหละเป็นต้นเหตุ ใช่หรือไม่ ทำให้น้องๆ ลูกๆ หลานๆ กลุ่มนักเรียนเลวทั้งหลายพากันออกมาเรียกร้อง คัดค้านในประเด็นต่างๆ ที่พวกเขาเห็นว่า ไม่ถูกต้อง ไม่ยุติธรรม ควรเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับยุคสมัยเสียที