เดินหน้าชน : 5สูตรตั้งรัฐบาล

16.02.23 | 12:30 น.

กระแสข่าว 250 ส.ว.เดินหน้าขวางแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย หวังดับฝัน “แพทองธาร ชินวัตร” หรืออุ๊งอิ๊ง นั่งนายกฯ กลายเป็นประเด็นใหญ่ทางการเมือง

หากมองเจตนาของ “วันชัย สอนศิริ” ส.ว. ที่ออกมาโพสต์ว่า “250 ส.ส.หรือ ส.ว.ใครจะแลนด์สไลด์” โดยระบุว่า “ใครรวมเสียง ส.ส.ได้เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนฯ คนนั้น พรรคนั้นก็ควรจะเป็นนายกฯ ควรจะเป็นรัฐบาล”

ทั้งนี้ ส.ว.วันชัยออกมาแฉข่าววงในสภาสูงว่า ได้เห็นมาเต็มสองลูกตาและได้ยินมาเต็มสองรูหูว่า เพื่อไทยจะแลนด์สไลด์ก็แลนด์สไลด์ไป เพื่อไทยจะเลือกอุ๊งอิ๊งเป็นนายกฯก็เป็นเรื่องของเพื่อไทย แต่ 250 ส.ว.ไม่เลือกแน่นอน นั่นหมายความว่า ถ้าอุ๊งอิ๊งจะเป็นนายกฯ เพื่อไทยจะต้องรวมเสียงของพรรคพวกตนให้ได้ถึง 376 เสียง และเสียงเหล่านั้นทุกคนต้องยอมรับในตัวอุ๊งอิ๊ง ถ้าไม่ได้ 376 เสียงจริงๆ ทางเดินของอุ๊งอิ๊งที่จะไปสู่ดวงดาวแห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นคงริบหรี่เต็มที

พร้อมเน้นย้ำว่า “ระวัง 250 ส.ว.จะแลนด์สไลด์ตีกลับ”

การเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ บรรดานักวิเคราะห์ทางการเมือง ได้มีการประเมินความเป็นไปได้ถึงสูตรในการจัดตั้งรัฐบาลกันล่วงหน้าแล้ว

Advertisement

หากการเลือกตั้งในพฤษภาคมปีนี้ตามคาด หลังการเลือกตั้งอาจมีปัจจัย หรือตัวแปรมากมายเข้ามาสร้างเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งเมื่อทุกพรรคยึดสมการตัวเลขเป็นหลักในการจัดตั้งรัฐบาล ฉะนั้นโอกาสเกิดสูตรต่างๆ ก็ย่อมเกิดขึ้นได้

ข่าวในสื่อโซเชียลได้ประมวลเบื้องต้นของสูตรจัดตั้งรัฐบาลที่มีความเป็นไปได้ในเวลานี้มีด้วยกัน 5 สูตร

สูตรแรก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง และนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย เป็นนายกฯ โดยที่สูตรนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ต้องได้เสียง ส.ส.รวมกันเกิน 250 เสียง แล้วดึงพรรคพลังประชารัฐมาร่วมรัฐบาล เพื่อต้องการเสียง ส.ว.มาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยมีพรรคเข้าร่วมรัฐบาล อาทิ เพื่อไทย ก้าวไกล พปชร. และพรรคเล็กบางพรรคมาเป็นอะไหล่ ซึ่งสูตรนี้จะเกิดขึ้นได้นั้น ทางพรรคก้าวไกลอาจต้องลดเงื่อนไขแก้ ม.112 ลง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยไม่ต้องการกระแสต่อต้าน อีกทั้งพรรคก้าวไกลจะต้องยอมรับ พปชร.ได้อีกด้วย ถึงจะตั้งรัฐบาลได้ แต่หากพรรคก้าวไกล
ไม่ยอมลดเงื่อนไขก็นำไปสู่การเกิดสูตรที่ 2

สูตรที่ 2 มี น.ส.แพทองธาร และนายเศรษฐา แคนดิเดตนายกฯจากพรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯ โดยมีพรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย เพื่อไทย ภูมิใจไทย พปชร.+ส.ว.ครึ่งหนึ่ง และพรรคอะไหล่บางพรรค สูตรนี้จะเกิดขึ้นกรณีพรรคก้าวไกลไม่ยอมลดเงื่อนไขข้างต้น ซึ่งทางเพื่อไทยต้องการรัฐบาลมีเสถียรภาพอาจดึงพรรคภูมิใจไทยมาเสียบแทนพรรคก้าวไกล

แต่ไม่ว่าจะเป็นสูตร 1 หรือ สูตร 2 คือผลการเลือกตั้งของขั้วฝ่ายค้านเดิม คือ พรรคเพื่อไทยและก้าวไกล รวมกันต้องได้เสียง ส.ส.เกิน 250 เสียงก่อน เพราะจะทำให้การจะดึงพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมรัฐบาลก็ไหลลื่นเป็นการสลายขั้วเดิมทันที ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย ที่พร้อมมาร่วมด้วย เพราะหากสองพรรคตั้งเงื่อนไขข้อต่อรองสูงโอกาสเป็นฝ่ายค้านสูง

สูตรที่ 3 “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นนายกฯ โดยที่พรรคการเมืองขั้วรัฐบาลเดิม ชนะเลือกตั้งโดยรวมกันแล้วได้เสียง ส.ส.เกิน 250 เสียง พรรคร่วมรัฐบาลประกอบด้วย ภูมิใจไทย รวมไทยสร้างชาติ+ส.ว.ครึ่งหนึ่ง พลังประชารัฐ+ส.ว.ครึ่งหนึ่ง ประชาธิปัตย์ และพรรคอะไหล่ โดยที่สูตรนี้พรรคลุงตู่ต้องได้ ส.ส.มากกว่าพรรคลุงป้อม เพราะถ้าได้เสียงน้อยกว่าก็จะเกิดสูตรที่ 4 ขึ้น

สูตรที่ 4 “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แคนดิเดตจากพรรคพลังประชารัฐ เป็นนายกฯ โดยที่สูตรนี้ พรรคพลังประชารัฐต้องได้ ส.ส.มากกว่าพรรครวมไทยสร้างชาติของ “ลุงตู่” แต่ยังรวมอยู่ในขั้วรัฐบาลเดิม ประกอบด้วย ภูมิใจไทย รวมไทยสร้างชาติ+ส.ว.ครึ่งหนึ่ง พลังประชารัฐ+ส.ว.ครึ่งหนึ่ง ประชาธิปัตย์ และพรรคอะไหล่

สูตรที่ 5 “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกฯ โดยที่สูตรนี้ทางขั้วพรรคร่วมรัฐบาลเดิมชนะเลือกตั้งได้เสียงรวมกันเกิน 250 เสียง แต่เสี่ยหนูต้องสวมหัวใจราชสีห์ไม่กลัวพรรคสีเขียว ยืนกรานขอเป็นนายกฯเอง ในฐานะเป็นพรรคอันดับสอง รองจากพรรคเพื่อไทยที่ได้ ส.ส.มากสุด โอกาสของนายอนุทินก็มีสูงเช่นกัน โดยสูตรนี้มีพรรคร่วมประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย รวมไทยสร้างชาติ+ส.ว.ครึ่งหนึ่ง พลังประชารัฐ+ส.ว.ครึ่งหนึ่ง ประชาธิปัตย์ และพรรคอะไหล่

ณ สถานการณ์การเมืองในห้วงเวลานี้ที่มีโอกาสเป็นไปตาม 5 สูตรนี้ แต่กว่าจะถึงวันเลือกตั้งอาจมีเงื่อนไขและปัจจัยแทรกซ้อนต่างๆ ที่เราคาดไม่ถึง สูตรจัดตั้งรัฐบาลแปรเปลี่ยนไปตามเสียงสวรรค์ของประชาชน